| Red Steel 2 Review | |
|
บทวิจารณ์โดย lovely Red Steel 2 (Wii)
Ubisoft ได้ปล่อยเกม Red Steel 2 ให้แฟน Wii ได้เล่นกันแบบ Excusive พร้อม ใส่ DRM รูปแบบใหม่ (อะไม่ช่าย) Support Motion Plus ต่างหากที่เพิ่มเข้ามาใน Red Steel 2 สำหรับภาคที่แล้ว Red Steel อาจจะไม่ประสบ ความสำเร็จแบบตูมตามซักเท่าไร เพราะระบบการจับความเคลื่อนไหวของเกมในภาคแรกยังไม่แม่นยำพอขนาดที่ผู้เล่นคาดหวังกัน แต่ก็ยังมีความสนุกในระดับที่พอรับได้ในตอนนั้น (ตอนนั้นจริงๆนะ ) สำหรับผู้ที่ไม่เคยเล่นหรือสัมผัส Red Steel มาก่อน Red Steel เป็นเกม FPS ที่ใช้ดาบและปืนในการต่อสู้ โดยใช้ระบบการตรวจจับความเคลื่อนไหวในการควบคุมตัวละคร แต่การควบคุมจะเป็นยังไงติดตามในหัวข้อการควบคุมในเกมครับ สำหรับเนื้อเรื่องของเกมใน Red Steel 2 ผู้เล่นจะเป็นสวมบทบาทนักนักรับในมาด Cowboy นิดๆ ที่ต้องตามล้างแค้นศัตรูคู่อริ โดยใช้สถานที่ในการตามล่าเป็นเมืองในยุคไฮเทค ออกแนวเถื่อนๆในแบบหนัง Cowboy ที่ใช้ปืนดวลกัน แต่ภายในเกมใช้ดาบและปืนผสมกันในการต่อสู้ โดยกราฟิกที่ใช้ เป็นแบบ 3D ผสมภาพการ์ตูน แบบ Borderlands อย่าหวังว่ามันจะสวยเท่าหรอกครับ แต่ผมต้องบอกว่าอย่าได้ดูถูกเครื่อง wii นะครับเพราะ Red Steel 2 มีกราฟิกที่สวยงามและคมกริบ โดยโหมดการเล่นจะแบ่งเป็น 2โหมด คือ Story กับ Challenge ( สำหรับย้อนกลับไปเล่นฉากที่ผ่านมา ) แต่ไม่มี multiplayer ซึ่งก็ค่อนข้างเสียดาย แต่ยังไงการเล่นแบบ Story ก็สนุกสะใจในระดับที่คงหาเกมอื่นเลียนแบบยาก (แต่ก็ไม่แน่ ในอนาคตคงจะมีเกมอื่นทำตามแบบมาแน่นอน) สำหรับการReview ในครั้งนี้ ผมจะแบ่งเป็น 2 หัวข้อเด่นๆ คือการ ควบคุม และ Gameplay การควบคุม โดยเกมจะแบบการควบคุมเป็น 2 แบบ คือการใช้ ดาบและปืน โดยส่วนของการใช้ดาบ มันเป็นจุดเด่นของเกมนี้ ต้นแบบน่าจะมาจาก Minigame ฟันดาบ ในเกม Wii Resort ของ Nintendo เพราะเราสามารถฟันโจมตีได้ทุกทิศทุกทาง ไม่ว่าจะฟันจากซ้ายไปขวา บนลงล่างก็ทำได้หมด หรือฟันแนวเฉียงก็ยังๆได้ ส่วนการป้องกันก็สามารถกันได้ทุกแบบ คือเราสามารรถยกดาบมากันจากการโจมตีทุกองศาและสามารถสะท้อนกลับไปได้ แต่ที่เด็ดสุดๆคือ ท่าลับ ที่ช่วยให้ง่ายต่อการโจมตีศัตรู โดยจะใช้การกดปุ่มค้างแล้วออกท่าทางตามท่าที่กำหนด ตัวละครก็สามารถใช้ท่าลับได้ ยกตัวอย่าง ท่า combo ที่ใช้ปลิดชีพศัตรูโดยเอา 2 ท่าลับมารวมกัน โดยการงัดศัตรูขึ้นไปกลางอากาศแล้ว กระโดดเข้าไปฟันซ้ำกลางอากาศ กระแทกศัตรูลงบนพื้น โดยต้องกด A ค้าง 1 วิแล้วฟันจากล่างขึ้นบน พอศัตรูลอย และตามด้วย A 2ครั้ง แล้ว ฟันลง ก็จะเป็นการใช้ combo โดยรวม 2 ท่าด้วยกัน ถ้าศัตรูโดนแล้วไม่ตาย ยังมีท่า Final kill ให้ใช้ปลิดชีพศัครูอีกตามมาเป็นท่าสุดท้าย นี่เป็นแค่ตัวอย่างเท่านั้น ภายในเกมมันยังมีอีกหลายท่าลับที่สามารถหาซื้อได้จากร้านในเกม การที่ผู้เล่นสามารถออกท่าทางการฟันดาบในการต่อสู้ภายในเกม สัมผัสความมันและสมจริงแบบนี้คงหาไม่ได้จากเกมอื่นๆแน่นอน มาถึงอาวุธสำรองซึ่งก็คือปืน การควบคุมการยิงจะใช้การเล็งแบบเกม Shooting ทั่วไปที่ใช้ Wii mote ในการเล็งยิง แต่การใช้ท่าลับของปืนจะต้องกดตามคำสั่งของท่าที่กดหนดและยังมีท่าปิดท้ายของCombo เหมือนการใช้ดาบด้วย ในส่วนสุดท้ายคือการเคลื่อนที่และการมอง ผู้เล่นต้องใช้ Nunchuk ในการเคลื่อนที่ การหันมองจะใช้ Wii mote ในการหันซ้ายขวาขึ้นลงและ Z ในการ lock ศัตรู สรุปการควบคุมโดยรวมของเกมทำให้ผมรู้สึกแปลกใหม่และสนุกกับการทำ Combo จัดการศัตรู แต่ถ้าผู้เล่นกังวลว่า จะตอบสนองได้ไม่สมจริงในการออกท่าทาง ตัวเกมสามารถปรับเปลี่ยนการออกแรงในการฟันให้เข้ากับความต้องการของผู้เล่นได้ อยากออกแรงเหมือนตอนจับดาบจริงๆ หรือ อยากแค่สะบัดข้อมือก็สามารถทำได้ แต่สำหรับผมมันต้องออกแรงจริงๆจังๆถึง สะใจ แต่ผมแนะนำว่าอย่าเล่นในสถานที่คนผ่านไปมาเยอะแยะ เดียวคนที่ผ่านมาจะหาว่าบ้า เพราะเล่นแล้วจะเกิดอาการอินแล้วเก็กท่าเวลาเล่นมากเกินไป ^ ^ ในส่วนของ Gameplay เมื่อเริ่มเกม ผู้เล่นต้องออกตามล่าคู่อริโดยระหว่างทางผู้เล่นก็สามารถรับ Quest ย่อยเพื่อแลกกับเงินได้ Quest ย่อยก็จะมีรูปแบบ เช่น ให้เราจัดการศัตรูหรือทำลายสิ่งของให้ครบตามจำนวน เป็นต้น นอกจากนี้ตัวเกมยังได้ใส่ระบบการ Upgrade อาวุธ ซื้อปืน และซื้อท่าลับจากร้านเข้ามา เพื่อให้ผู้เล่นได้ใช้เงินภายในเกมเพื่อมาUpgradeตัวละครเข้ากับ Stye ของผู้เล่น การหาเงินภายในเกมจะได้จากการจัดการศัตรูหรือวัตถุภายในเกม และยังมี Mini gameสุดแนวมาให้ผู้เล่นได้ค้นหา เช่น การเปิดตู้เซฟ ผู้เล่นต้อง เอา Wii mote แนบกับหู แล้วหมุน ฟันเสียง เพื่อปลด lock ตู้ เมื่อหมุนมาถึงจุดที่จะปลด lock ได้จะได้ยินเสียงกริก ผู้เล่นก็จะต้องกดปุ่ม A เพื่อเปิดตู้ (คงไม่ค่อยได้เห็น Mini gameแนวนี้จากเกมอื่นๆใช่มั้ยละ) สำหรับความท้ายทายภายในเกม ศัตรูมีหลายรูปแบบ ผู้เล่นต้องคิดว่าจะหาทางเอาชนะอย่างไร (ใช้ท่าไหนอะไรยังไง) แต่แค่คิดอย่างเดียงคงไม่พอ ผู้เล่นต้องออกแรงเหวียง Wii moteจริงๆด้วย เช่น ศัตรูบางตัวจะใส่เกราะเข้ามาสู้กับผู้เล่น การฟันแบบธรรมดาคงไม่สามารถจัดการมันได้ ผู้เล่นต้องใช้ การฟันที่หนักหน่วงกว่าเดิม เพื่อทำลายเกราะลง หรือศัตรูทีถือค้อนขนาดใหญ่ การโจมตีจากด้านหน้าไม่สามรถทำอะไรมันได้เลย แต่มันก็มีจุดอ่อนที่ผู้เล่นต้องหาจังหวะที่จะฟันลงไป จึงสามารถลดเลือกศัตรูได้ สรุป Gameplay โดยรวมแล้ว ตัวเกมมีความสนุกและท้าทาย จากการที่ผู้เล่นต้องบังคับทิศทางและแรงในการฟันเอง ในการจัดการศัตรูรูปแบบต่างๆ อีกทั้งยังมีการใช้ท่าลับ มาผสมในการต่อสู้ เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการศัตรูบางประเภท รวมถึงระบบการซื้อและ Upgrade ความสามารถของตัวละครที่มีภายในเกมที่ทำให้เกมดูน่าสนใจมากขึ้น นอกจากนี้ Red Steel เองยังได้เอาจุดเด่นของเกมอื่นมาปรับใช้ภายในเกมด้วย เช่น การให้กดปุ่มตามที่เกมกำหนดระหว่างฉาก Cut secen (ฮิตจริงนะระบบนี้) สรุปโดยรวมทั้งหมด Game play การออกแบบศิลป์และการควบคุม ทำให้เกม Red Steel 2 เป็นเกมที่สนุกและหาได้ยากบนเครื่อง คอนโซลอื่น ก็คงเพราะเครื่องอื่นยังไม่มีการตรวจจับความเคลื่อนไหวเข้ามาประยุกต์ใช้ แต่ถ้าเกม Red Steel 2 ไม่มีระบบการตรวจจับความเคลื่อนไหวมันก็คงเป็นเกมพื้นๆทั่วไปตามท้องตลาด นี่แสดงให้เห็นว่าระบบการตรวจจับความเคลื่อนไหวมีส่วนช่วยให้เกมดูดีขึ้นมาทันตา แถมยังเพิ่มกราฟิกที่สวยงามสมจริงเข้าไปอีก Red Steel 2 จัดว่าเป็นอีกหนึ่งเกมที่ผู้เล่นจะได้รับความสนุก สะใจ และคุ้มค่าอย่างที่หลายๆคนคิดเอาไว้ครับ
ข้อดี - การควบคุม : สุดจะแนวไม่สามารถหาได้จากเกมอื่น และมันยังทำให้ผู้เล่นอินไปกับเกม จนอาจต้องออกเสียงและท่าทางแปลกๆออกมา แบบว่าวิญญาณซามูไรเข้าสิงยังไงยังงั้นเลย - กราฟิก : สวยงาม น้องๆ Borderlands - Gameplay : จากการที่ผู้เล่นต้องใช้ออกท่าทางในการฟัน ทำให้การเล่นดูมีความลุ่มลึกขึ้ ใช่ว่าจะกดปุ่มรัวๆแล้วจะชนะ ต้องดูจังหวะและทิศทางก่อนจะฟันไปในแต่ละครั้ง อีกอย่างที่เป็นทีเด็ดของตัวเกมก็คือ การใช้ท่าลับ ผสมกับการออกท่าทางของผู้เล่น มันทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นสุดยอดนักดาบจริงๆ - Mini Game : การใช้คุณสมบัติพิเศษของ Wii ในมินิเกม ทำmini game ของ Red Steel มีความแหวกแนวต่างจากเกมอื่นทั่วไป
ข้อเสีย - ระบบแผนที่ของเกม : ไม่บอกรายละเอียดอะไรเลย ถ้าผู้เล่นอยากจะย้อนกลับไป Upgradeหรือซื้อของจากร้าน อาจจะหลงทางได้ เพราะแผนที่จะบอกทิศทางของภารกิจและ Quest อย่างเดียว - การโหลดเกมที่นาน การที่ต้องรอประตูเปิดในแต่ละครั้งเพราะตัวเกมต้องใช้เวลาโหลด ทำให้ขาดอารมณ์ต่อเนื่องในการเล่น - สภาพแวดล้อมที่ดูเล็ก คับแคบเกินไป ฉากควรจะกว้างมากกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อให้ผู้เล่นได้เดินสำรวจหรือต่อสู้ และ รับ Quest ต่างๆ ได้คล้ายๆกับเกมอย่าง Borderland - ไม่มี Multiplayer ผมเชื่อเลยว่าคงมีผู้เล่นหลายคนที่อยากจะสู้กับผู้เล่นคนอื่น แต่น่าเสียดายที่มันไม่มีโหมดนี้
คะแนน 8/10 Hits: 1608 Comments (4)
![]()
ohms
said:
|
|
... - สภาพแวดล้อมที่ดูเล็ก คับแคบเกินไป ฉากควรจะกว้างมากกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อให้ผู้เล่นได้เดินสำรวจหรือต่อสู้ และ รับ Quest ต่างๆ ได้คล้ายๆกับเกมอย่าง Borderland ^ ^ แหมเทียบกับ Borderland เลยเหรอท่าน เครื่อง Wii มันมีปัญญาทำได้ขนาดนี้ก็บุญเท่าไหร่แล้ว |
|


