 |
3 ปีผ่านไป Travis Touchdown กลับมาอีกครั้งเพื่อทวงตำแหน่ง Ranked 1st ของเขากลับคืน ได้เวลาจับ Beam Katana เข้าต่อสู้อีกครั้งหนึ่งแล้ว!!
|
บทวิจารณ์โดย: Dark One ภาพประกอบจาก Gamespot
No More Heroes 2: Desperate Struggle
3 ปีผ่านไป Travis Touchdown กลับมาอีกครั้งเพื่อทวงตำแหน่ง Ranked 1st ของเขากลับคืน ได้เวลาจับ Beam Katana เข้าต่อสู้อีกครั้งหนึ่งแล้ว!!

No More Heroes 2: Desperate Struggle เป็นเกมแนว 3rd person action คล้ายกับเกม Devil May Cry โดยที่เราจะรับบทเป็น Travis Touchdown นักดาบในตำนานที่เคยเอาชนะคู่ต่อสู้และขึ้นเป็นมือสังหารอันดับ 1 ในองค์กร United Assassins Association ก่อนที่เขาจะหันหลังให้กับวงการมือสังหารและจากไป 3 ปีต่อมาเขากลับมาเพื่อต่อสู้กับ Skelter Helter น้องชายของมือสังหารที่ถูกเขาฆ่าในอดีต แต่หลังจากเอาชนะได้เขาก็ได้รู้ว่าเรื่องนี้มีเบื้องหลังอยู่อีก เมื่อ Bishop เพื่อนรักของเขาถูกสังหารโหด เขาจึงตัดสินใจเข้าต่อสู้ในฐานะมือสังหารอีกครั้งเพื่อไต่อันดับจากตอนนี้ที่เขาหล่นมาอยู่อันดับ 51 เพื่อที่จะสู้กับมือสังหารอันดับ 1 ที่เบาะแสชี้ว่า เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการตายของ Bishop

สำหรับ No More Heroes ภาค 2 นี้ก็ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของ NMH ไว้หลายอย่างด้วยกัน อาทิ กราฟฟิคที่เป็นกึ่งการ์ตูน และการดีไซน์ที่สุดแนว โดยเฉพาะอย่างยิ่งมือสังหารที่จะต้องสู้แต่ละคนนั้น ก็จะมี theme ของตัวเอง ซึ่งจะแสดงออกมาจากด่านที่เราต้องตะลุย และตัวของบอสเองก็จะมีความแนวและความ"เกินจริง"อยู่ด้วย โดยเฉพาะในภาค 2 นี้ ยิ่งเพิ่มความ "เกินจริง" ไปเป็นทวีคูณ ยกตัวอย่างเช่น วิทยุที่ยิงมิสไซล์ได้ หรือการขี่หุ่นยนต์สู้กัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ห่างไกลจากความเป็น reality มากกว่าภาคก่อนค่อนข้างมากเลยทีเดียว แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่แปลกสักเท่าไหร่สำหรับเกมของฝั่งตะวันออก ซึ่งจะไม่เหมือนกับฝั่งตะวันตกที่สไตล์เกมจะยืนอยู่บนพื้นของความเป็นจริงมากกว่า

ในส่วนของ main map และการเดินทาง จะใช้วิธีการเลือกสถานที่จากเมนู และ zoom in เข้าไป ซึ่งอาจจะทำให้บรรดาขาซิ่งรู้สึกเบื่อเซ็งเนื่องจากไม่มีการขับรถแบบ open world แบบภาคก่อน แต่ในทางกลับกัน มันก็ทำให้ประหยัดเวลาที่เสียไปในการเดินทางลงไป ซึ่งก็ถือว่าเป็นข้อดีสำหรับคนที่ไม่ชอบขับรถชมเมือง อย่างไรก็ดี สภาพแวดล้อมต่างๆ ใน open world ของ NMH ภาคแรกนั้นก็ไม่ได้ทำออกมาอย่างละเอียดเหมือนกับเกม GTA ดังนั้นถ้าไม่ใช่ใจรักในการซิ่งจริงๆ จุดนี้ก็ถือว่าเป็นข้อดีที่จะทำให้เกมลื่นไหลเร็วขึ้น แต่ในส่วนของ local map หรือเวลาที่เราเข้าไปในสถานที่ต่างๆนั้น กลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม กล่าวคือในภาคนี้จะสามารถเดินไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ ต้องเดินเข้าไปสนทนากับคนที่เกี่ยวข้องเอาเอง ไม่เหมือนกับภาคก่อนที่จะตัดเข้าบทสนทนาเลย ซึ่งในจุดนี้ก็ถือว่าทำให้เกมมีความสมจริงมากขึ้น แต่มันก็ทำให้เสียเวลาเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งในจุดนี้คงมีน้อยคนที่จะเดินดูสถานที่นั้นๆอย่างเพลิดเพลิน (ส่วนใหญ่ก็จะเดินเข้าไปคุยเลย) ดังนั้นเมื่อบวกรวมเข้ากับเวลาโหลดเข้าสู่การคุยแล้ว การทำแบบภาคก่อนดูจะเป็นการรวบรัดมากกว่าและทำให้เกมลื่นไหลมากกว่า

สำหรับสถานที่ต่างๆที่สามารถไปได้ บางที่ก็เป็นสถานที่ใหม่ บางที่ก็เป็นสถานที่เดิม แต่ก็จะคงคอนเซปเดิมไว้ นั่นคือ มีที่อยู่ ที่ฝึกร่างกาย ที่ซื้ออาวุธ ที่ซื้อเสื้อผ้า สิ่งที่ต่างออกไปคือ ภาคนี้จะไม่มีสถานที่รับ job พิเศษแล้ว จะขึ้น job มาให้กับเราโดยตรง อีกสิ่งที่แตกต่างกันคือ สถานที่รับเควสฆ่าคนหายไปแล้ว แต่จะเพิ่มในส่วนของด่านในเนื้อเรื่องหลักขึ้นมาแทน (ภาคแรกเริ่มที่ rank 11 ภาคนี้เริ่มที่ rank 51) ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเพราะจะทำให้เนื้อเรื่องยาวขึ้นและ flow มากขึ้น แทนที่จะไปฆ่าคนแบบไร้เนื้อเรื่องแบบภาคก่อน อีกสิ่งหนึ่งที่แตกต่างก็คือภาคนี้จะไม่มีร้านเช่าวีดีโอแล้ว เนื่องจากเจ้าของร้านถูกเป่าหัวตายตามเนื้อเรื่องตอนแรกไปแล้วนั่นเอง (Bishop นั่นแหละ)

สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีมากในภาคนี้ก็คือ การเข้าเล่นเนื้อเรื่องหลัก สามารถที่จะเข้าเล่นได้เลย ซึ่งแต่เดิมจะต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งในการขอเข้าต่อสู้ในแต่ละ rank แต่ในภาคนี้ไม่ต้องใช้เงินแล้ว (และไม่ต้องไล่ทำลายสิ่งก่อสร้างเหมือนบางเกม) ซึ่งก็ถือว่าทำออกมาสอดคล้องกับการที่ตัดระบบ job ฆ่าคนออกไป ทำให้การหาเงินทำให้ช้าลง สำหรับเงินในภาคนี้นั้น จะหาได้จากการทำ job พิเศษเพียงอย่างเดียว ซึ่งสำหรับระบบ job พิเศษก็เป็นอีกระบบหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยจะทำเหมือนกับการเล่นเกม NES ในสมัยก่อน มีเสียงใส่ตลับและเปิดสวิชท์ก่อนเข้าเล่นเกมด้วย และเกมจะใช้กราฟฟิครุ่นเก่า ภาพ 2d ให้ความรู้สึกของ NES ได้ดีจริงๆ ในที่นี้จะขอยกตัวอย่าง job เก็บมะพร้าว ซึ่งเป็น job แรกสุดที่สามารถทำได้ในภาคแรก โดยในภาคแรกนั้นจะให้เราไปเตะต้นมะพร้าวให้ลุกหล่นลงมาและอุ้มไปส่ง แต่สำหรับภาค 2 จะเป็นเกม 2d แบบวิ่งด้านข้าง (นึกถึง mario) ให้เราเตะต้นมะพร้าวที่เจอระหว่างทางและใช้ตะกร้าด้านหลังรับลูก (ถ้ารับพลาดมะพร้าวหล่นใส่หัวมีมึน) และจะมีอุปสรรคต่างๆขัดขวาง ซึ่งเราจะต้องกระโดดหลบบ้างอะไรบ้างเพื่อเข้าเส้นชัย ถือว่าระบบของภาคนี้ทำให้เกมสนุกขึ้น แต่ในทางตรงข้ามก็จะลดความสมจริงลงไป นอกจากนี้ระบบนี้ยังถูกเอาไปใช้กับสถานที่ฝึกฝนร่างกายอีกด้วย (โค้ชเปลี่ยน หน้าได้อารมณ์ขึ้นเยอะ)

อีกสิ่งหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมากก็คือระบบการต่อสู้ (หรือสำหรับภาคนี้ก็คือการลุยในเนื้อเรื่องหลัก) แม้ว่าโดยหลักๆจะเหมือนกัน อาทิ ใช้ดาบและการเตะต่อยร่วมกับกระบวนท่ามวยปล้ำ มีการใช้ระบบ slot machine เพื่อสุ่ม mode พิเศษเหมือนเดิม มีการฟัน finisher เหมือนเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปก็มีมากมาย เช่น กระบวนท่า finisher มีหลากหลายมากขึ้น สามารถกดกลิ้งหลบ (evade) ได้อย่างอิสระ การฟันที่รวดเร็ว ปรับกระบวนท่า charged attack (กด A ค้างไว้ก่อนปล่อย) ของ high stance จากที่ต้องอยู่เฉยๆเป็นเคลื่อนที่ได้ ซึ่งทำให้เกมมีการลื่นไหลที่ดีขึ้นกว่าเดิม แต่ปัญหาสำหรับภาคนี้คือการชาร์ตแบตของดาบเวลาที่แบตหมด จะใช้เวลานานกว่าภาคก่อน และถ้าเกิดถูกขัดขวางระหว่างการชาร์ต (เช่นถูกยิง) ก็จะทำให้ที่ชาร์ตไว้หายไป ทำให้ต้องชาร์ตและคอยหลบให้ดี ซึ่งทำให้มีความยากเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มระบบการ"วิ่งฟัน"เข้ามา (เหวี่ยง Wii mote ขณะที่วิ่ง) ซึ่งก็เป็นการเพิ่ม tactic ในการต่อสู้มากขึ้น และระบบที่สำคัญอีกระบบหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาคือระบบการ unleash พลังพิเศษเมื่อสะสม gauge จากการฆ่าศัตรูได้เต็มแล้ว โดยกดปุ่ม - จะเป็นการเพิ่มความเร็วให้กับเรามากขึ้น (clock up ชัดๆ) คล้ายๆกับ mode หนึ่งใน slot แต่เราจะเร็วน้อยกว่า และไม่ auto finish เหมือนกับใน mode ซึ่งกระบวนท่า unleash นี้ก็จะทำให้เราได้เปรียบศัตรูมากขึ้นอีกทางหนึ่ง เป็นการเพิ่มลูกเล่นในการต่อสู้ให้ไม่น่าเบื่อ (ชดเชยกับการที่ศัตรูที่ไม่ใช่บอสหน้าเหมือนกันหมดทุกตัว)\

โดยสรุปแล้ว เกมนี้ทำให้รู้สึกว่าเป็น "เกม" มากขึ้นกว่าภาคก่อน มากกว่าที่จะทำให้รู้สึกอินไปกับเกม สำหรับใครที่อยากเล่นเกมแอคชั่นบู๊เลือดสาด โหด มัน ฮา โดยที่ไม่ชอบเนื้อเรื่องที่ซับซ้อนมากมายนัก เกมนี้เป็นเกมที่เหมาะสมกับท่านอย่างยิ่งครับ โดยเฉพาะการใช้ Wiimote เหวี่ยงเพื่อฟันดาบปิด finisher ศัตรู จะทำให้ท่านประทับใจมิรู้ลืม คอเกม hardcore ควรค่าแก่การหามาลองเป็นอย่างยิ่งครับ
ข้อดี : ภาพศิลป์ , การออกแบบเหนือจินตนาการ , แอคชั่นกระจาย , mini-game รำลึกความหลัง
ข้อเสีย : เนื้อเรื่องไม่ค่อยลึก , ไม่ค่อย open world , บางอย่างไม่มีหลักการหรือเหตุผลมารองรับ ทำให้ความสมจริงลดลง

 |