| Final Fantasy XIII (Eng.) Review | |
|
บทวิจารณ์โดย Mac5738 Final Fantasy XIII English Version (PS3)
ก่อนอื่นเลยต้องขอชี้แจงก่อนว่า ถึงจะเคยเล่น Final Fantasy มาบ้าง แต่ก็ไม่ได้เล่นครบทุกภาค และไม่ได้ชื่นชอบ Final Fantasy จนถึงขั้นที่เรียกตัวเองว่าเป็นแฟนบอยได้ เพราะฉะนั้นรีวิวชุดนี้จะเป็นรีวิวของ Final Fantasy XIII ที่เขียนโดยคนที่ไม่ได้คาดหวัง ชื่นชอบ หรือเกลียดชังภาคล่าสุดของเกม JRPG ชื่อดังเกมนี้แต่อย่างใด และต้องขอบอกให้ทราบว่า ได้เล่นเกมๆนี้มาเพียงแค่เวลาประมาณ 10 กว่าชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งมันไม่มากพอที่จะทำให้คนที่สนใจจะซื้อเกมๆนี้ทราบถึงรูปแบบของเกมอย่างละเอียด โดยเฉพาะคนที่กังวลกับข้อเสียของเกมที่ผู้ที่ได้เล่นเกมนี้มาแล้วในเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นบอกกันแบบปากต่อปาก แต่มันก็น่าจะมากพอที่จะทำให้รู้ว่า เกมๆนี้น่าเล่นอย่างที่ Square Enix ได้โฆษณานักโฆษณาหนาหรือไม่ ตัวเกมจะใช้ตัวละครกลุ่มๆหนึ่งในเรื่องเป็นตัวเดินเรื่อง โดยมีตัวละคร 6 ตัวที่ผู้เล่นสามารถบังคับได้ (ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาของเกมที่ผู้เล่นดำเนินอยู่) และตัวละครทุกตัวจะมีเอกลักษณ์ ที่มา ปมปัญหา และเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งถูกออกแบบมาอย่างดี เมื่อผู้เล่นได้เล่นไปถึงจุดๆหนึ่งของเกม ตัวเกมจะตัดเข้า Cut Scene ซึ่งจะบอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของตัวละครแต่ละตัวก่อนหน้าช่วงเวลาปัจจุบันของเกม โดยที่ตัวเกมจะนำเสนอออกมาเรื่อยๆ ค่อยเป็นค่อยไป ไม่มีการหักมุม หรือ Surprise แบบผู้เล่นไม่ทันจะตั้งตัวแต่อย่างใด ซึ่งแน่นอนว่าอารมณ์ของเกมจะไม่พุ่งขึ้นดิ่งลงจนทำให้ผู้เล่นรู้สึกหัวใจวาย หรือตื่นเต้นเลยแม้แต่น้อย และดูเหมือนว่ามันจะเป็นแบบนั้นไปตลอดทั้งเกม แม้แต่ช่วงเริ่มต้นของเกมก็ยังไม่อลังการอย่างที่คาดไว้เลย การดำเนินเกมนั้นค่อนข้างจะให้อิสระกับผู้เล่นน้อยมาก แม้แต่อยากจะพูดจะคุยกับ NPC ในเกมก็ยังไม่ค่อยจะมีให้คุยด้วยซ้ำ และเมื่อผู้เล่นได้เล่นไปถึงจุดๆหนึ่ง ตัวเกมก็จะตัดเข้าสู่ Cut Scene อย่างเป็นประจำ ซึ่งผู้เล่นก็ทำได้แค่มองตัวละครตัวอื่นคุยกันอยู่อย่างสนุกสนาน แม้กระทั่งตอนที่กำลังเดินอยู่ในฉากก็ตาม ฉากของเกมเองก็ออกแบบมาได้เป็นเส้นตรงมาก ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรเลย ตรงชนิดที่ว่า เดินๆไปก็เจอ Item แล้ว ไม่ต้องไปเดินหาให้เสียเวลาแต่อย่างใด แม้แต่ทางแยก เดินไปไม่เกิน 50 ก้าว ทางก็บรรจบเข้ากันเป็นทางเดียวกันเหมือนเดิม ซึ่งดูเหมือนว่าทางผู้ออกแบบฉาก และการดำเนินเกมตั้งใจจะสร้างความสะดวกสบายและลดความสับสนของผู้เล่นลง แต่มันก็น่าเสียดายที่ฉากของเกมขาดความท้าทายให้ผู้เล่นอยากจะสำรวจไปโดยประยาย แม้แต่จุด Save ของเกมยังมีทั้งร้านค้าและที่อัพเกรดอาวุธและเครื่องประดับให้พร้อมเสร็จสรรพเลยด้วยซ้ำไป (จะสะดวกอะไรขนาดนั้น) แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีศัตรูอีกมากมายกำลังรอปะทะกับผู้เล่นอยู่ข้างหน้า โดยที่ความยากของศัตรูจะเพิ่มขึ้นไปอย่างช้าๆ โดยที่ช่วงต้นๆเกมนั้นจะใช้เวลาในการต่อสู้กับศัตรูภายในเวลาไม่เกิน 25 วินาที ก็สามารถชนะได้แล้ว แต่พอเมื่อผู้เล่นเดินทางออกไปไกลขึ้น ศัตรูก็จะมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ยิ่งไกลก็ยิ่งเก่งขึ้น โดยที่ความตื่นเต้นท้าทายของศัตรูในช่วงครึ่งแรกของเกมก็ไม่ได้มีมากมายนัก แต่มีความเป็นไปได้สูงว่า ช่วงครึ่งหลังของเกม ศัตรูจะมีความโหดร้ายแบบผิดหูผิดตาไปเลยก็ได้ Battle System ของเกมๆนี้ จะไม่มีค่า MP (magic point) หรือ SP (stamina point) เหมือนอย่างที่ภาคก่อนๆของเกมนี้เคยมีมาอีกต่อไปแล้ว เพราะเกมๆนี้จะมีค่าตัวใหม่ที่เรียกว่า ATB หรือ Active Time Battle ซึ่งไม่ว่าผู้เล่นจะใช้ท่าโจมตี หรือ เวทมนต์อะไรก็ตาม ผู้เล่นจะต้องจ่ายค่า ATB ไปตามคำสั่งที่เลือกเอาไว้ ซึ่งค่า ATB นั้นตัดปัญหาเรื่องค่า MP หรือ SP ไม่พอใช้ไปเลยทันที เพราะค่า ATB จะฟื้นกลับคืนมาใหม่ทุกครั้งหลักจากใช้คำสั่งไปแล้วซักพัก ซึ่งเข้ากับ Battle System แบบ Real-Time ของเกมนี้ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถป้อนคำสั่งให้กับตัวละครแบบอัตโนมัติได้ ซึ่งผู้เล่นไม่จำเป็นต้องทำการป้อนคำสั่งท่าต่อสู้ต่างๆด้วยตนเอง เพียงแค่กด Auto-battle (หรือ Auto-heal, Auto-buff, Auto-debuff, etc.) คำสั่งเดียว ระบบ AI ของเกมก็จะเลือกท่าต่อสู้ที่เหมาะสมกับประเภทของศัตรูหรือสถานการณ์ที่ผู้เล่นกำลังเผชิญอยู่ได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม นอกจากค่า ATB แล้ว ตัวเกมก็ยังมีค่า TP หรือ Technique point ซึ่งผู้เล่นจะต้องสะสมเพื่อนำไปจ่ายท่าหรือความสามารถพิเศษอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเวทมนต์ที่สามารถจัดการกับศัตรูได้ทั้งฉากต่อสู้ ความสามารถที่สามารถดูสถานะอื่นๆ (นอกเหนือจากพลังชีวิต) ของศัตรูซึ่งรวมไปถึงจุดอ่อนของศัตรูด้วย หรือจะแม้แต่การอันเชิญ (Summon) อสูรคู่กายของตัวละครลงมาในฉากต่อสู้ และเมื่อใดก็ตามที่ผู้เล่นได้อันเชิญอสูรคู่ใจของตัวละครที่ควบคุมอยู่มาลงสู้ด้วย ตัวเกมก็จะแสดงค่า Summon point หรือ SP ซึ่งค่าตรงนี้จะลดลงเรื่อยๆ และจะลดเร็วขึ้นเมื่ออสูรถูกศัตรูโจมตี และแน่นอนว่า เมื่อไหร่ที่ Summon point หมดลง อสูรก็จะออกจากฉากต่อสู้ไปทันที นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถเปลี่ยนให้อสูรเข้าสู่ Gestalt mode ได้ ซึ่งอสูรนั้นจะแปลงร่างกลายเป็นพาหนะ โดยผู้เล่นสามารถควบคุมอสูรในร่างพาหนะด้วยท่าต่อสู้ที่มีลูกเล่นมากขึ้น ตัวละครในเกมทั้ง 6 ตัวที่ผู้เล่นสามารถควบคุมได้นั้น จะใช้อาวุธที่แตกต่างกันออกไป แต่จะไม่มีสายอาชีพ หรือสไตล์การต่อสู้ที่ถูกกำหนดเอาไว้แบบตายตัวเหมือนเกม JRPG ทั่วไปเลยเสียทีเดียว ตัวเกมจะมีระบบที่เรียกว่า Paradigm ซึ่งเป็นระบบที่กำหนดสไตล์การต่อสู้ของตัวละคร โดยสามารถพัฒนา (โดยการสะสมค่า Crystogen point และนำไปใช้ใน Crystarium mode) และเปลี่ยนได้ทันที แม้แต่ตอนต่อสู้ก็ตาม ซึ่งจะมีสไตล์การต่อสู้ให้ใช้ทั้ง 6 แบบ ได้แก่ Commando (เน้นไปทางโจมตีอย่างเดียว), Ravager (โจมตีด้วยเวทมนต์โดยหวังผลการทำ Attack Chain), Sentinel (เน้นป้องกัน), Medic, Synergist (สาย buff) และ Saboteur (สาย debuff ศัตรู) เป็นต้น ผู้เล่นสามารถทำการ preset Paradigm ของตัวละครใน Party ได้ เมื่อมีการต่อสู้เกิดขึ้น ผู้เล่นสามารถเปลี่ยน Paradigm ของตัวละครได้ทันทีด้วยปุ่ม L1 ปุ่มเดียว ตามสถานการณ์ที่เหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น ตอนเริ่มการต่อสู้มา ศัตรูนั้นแข็งแกร่งมาก ผู้เล่นก็กด L1 เพื่อที่จะเปลี่ยน Paradigm ของ ตัวละคร A B และ C จาก Commando Ravager และ Ravager เป็น Commando Synergist และ Saboteur ได้ทันที กราฟฟิคของเกมนั้นทำออกมาได้ดีมากเมื่อเทียบกับเกม RPG ชั้นนำเกมอื่นๆ แต่โดยส่วนตัวแล้ว ยังไม่รู้สึกเลยว่ากราฟฟิคของเกมนั้นสวยที่สุดอย่างที่มันควรจะเป็น มีความรู้สึกว่ากราฟฟิคของเกมนั้นมันน่าจะไปได้ไกลกว่านี้ สำหรับคนที่เล่นเกมที่มีกราฟฟิคงามๆมาจนชิน อาจจะรู้สึกชินชาและไม่ประทับใจกับกราฟฟิคของเกมนี้อย่างถึงที่สุด แต่ก็ต้องยอมรับว่า การจัดแสงจัดเงาของเกมนั้นทำออกมาได้มีมิติดี มีฉากของเกมหลายๆฉากมากที่ใช้เทคนิคในการจัดแสงและเงาได้อย่างงดงามและลงตัวเลยทีเดียว แต่สิ่งที่ไม่ค่อยจะชอบเท่าไหร่ ก็คงจะเป็น Texture ที่ประกอบฉากเกมบางฉากที่ดูแล้วรู้สึกว่า ยังเก็บรายละเอียดได้ไม่ดีพอเท่าไหร่ โดยรวมแล้ว ถือว่าทำออกมาได้ลงตัวแล้ว เพราะตั้งแต่ที่ได้เล่นเกมนี้มา ยังไม่พบอาการภาพหน่วง หรือกระตุกแต่อย่างใด และต้องขอบคุณฝ่าย Artwork ของเกมนี้ ที่ออกแบบ Artwork มาได้อย่างลงตัว มีเอกลักษณ์ และน่าสนใจมากเลยทีเดียว ในเรื่องของเสียงนั้น ต้องขอกล่าวถึงเรื่องเสียงพากย์ของตัวละครกันก่อน สำหรับใครที่ได้สัมผัสเกม JRPG ที่เป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษมาแล้วหลายๆเกม ซึ่งรวมถึงเกมของ Square Enix (ไม่นับ Final Fantasy) ด้วย ต่างก็ทราบกันดีว่า คุณภาพของเสียงพากย์นั้นทำออกมาได้ค่อนข้างจะออกไปทางแย่ และไร้อารมณ์เอามากๆ เมื่อเทียบกับเสียงพากย์ในเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นของเกมเหล่านั้น แต่สำหรับ Final Fantasy XIII แล้ว คุณภาพของเสียงพากย์จัดอยู่ในมาตาฐานที่ดีมาก ดีกว่าเกมฝั่งตะวันตกอีกหลายๆเกมเสียอีก แต่การถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเสียงของนักพากย์นั้นไม่ได้ Over Acting แบบนักพากย์เสียงญี่ปุ่นแต่อย่างใด ซึ่งเสียงพากย์นั้นก็จะอยู่ในระดับที่กำลังพอดี ไม่แย่ และไม่ Over จนเกินไป ส่วนเรื่องของเสียงประกอบในเกมนั้น ช่วงต้นๆของเกม จะมีความรู้สึกว่าระดับความดังของเสียงนั้นจะเบาบ้าง ดังบ้าง (รวมถึงเสียงของนักพากย์ด้วย) แต่พอได้เล่นไปซักพัก ปัญหาทำนองนั้นจะไม่ค่อยเจอ ซึ่งถ้าเกิดว่าปัญหาเสียงประกอบอยู่ดีๆก็ดังอยู่ดีก็เบาเกิดขึ้นกับเกมตลอดทั้งเกม คงจะทำให้ผู้เล่นเสียอารมณ์อยู่ไม่น้อย แต่ถ้าผู้เล่นไม่ Sensitive เรื่องระดับความดังของเสียงในเกมมากเกินไป ก็ไม่น่าจะมีปัญหาในการเล่นแต่อย่างใด ส่วนเรื่องเพลงประกอบนั้น ทำออกมาได้ไพเราะลื่นหูดี ถึงเพลงส่วนใหญ่จะออกไปทางทำนองช้าๆเรื่อยๆไปหน่อย แต่ก็พอจะสร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้เล่นได้อย่างดี ถึงแม้จะทำออกมาได้ไม่อลังการ และตื่นเต้นก็ตาม โดยรวมแล้ว เกมๆนี้ออกแบบมาได้อยู่ในระดับที่ดี ดีพอที่ควรค่าแก่ Gamer ที่เป็นทั้งเจ้าของ Xbox360 และ Playstation 3 ซื้อมาสะสมเอาไว้ และเป็นเกมที่เหมาะมากๆ สำหรับคนที่ชอบเล่นเกมแนว RPG แต่ชอบความสะดวกสบาย ไม่ชอบความซับซ้อนยุ่งยากชนิดที่ว่า จะต้องใช้ Skill ทุกชนิดอย่างคุ้มค่าในเวลาต่อสู้ หรือแม้แต่จะเสียเวลาไปกับการปรับแต่งตัวละครหรือ Party อยู่กันเป็นชั่วโมงเลยทีเดียว และยิ่งเหมาะมากสำหรับผู้ที่ไม่เคยเล่นเกม RPG มาก่อน แต่อยากจะหาเกม RPG ดีๆสักเกม ที่เล่นแล้วไม่ยาก เข้าถึงง่าย และเล่นได้เรื่อยๆไปจนถึงตอนจบของเกม เกมนี้คือเกมที่ผู้เล่นกลุ่มนี้กำลังตามหาอยู่ครับ แต่สำหรับผู้ที่เล่นเกม RPG มาเป็นเวลานาน และชอบความท้าทาย ความยาก ความซับซ้อน และชอบที่จะสำรวจแล้วละก็ เกมๆนี้อาจจะไม่เหมาะสำหรับผู้เล่นกลุ่มนี้เสียเท่าไหร่นัก
ข้อดี - Battle System ของเกมออกแบบมาดีมาก - ตัวละครของเกมมีที่มา ปมปัญหา และเป้าหมายที่น่าสนใจ - เนื้อเรื่องน่าติดตาม - กราฟฟิค และArtwork สวยลงตัว
ข้อเสีย - ความท้าทายของเกมในบางเรื่องนั้นไม่พบในเกมนี้ เมื่อเทียบกับเกม RPG เกมอื่น - ผู้เล่นขาดอิสรภาพในการดำเนินเกม เพราะการดำเนินเกมถูกออกแบบมาเป็นเส้นตรง - ไม่มีเสียงภาษาญี่ปุ่นให้เลือก
คะแนน Gameplay: 8.5/10
Hits: 4360 Comments (14)
![]()
Dante
said:
|
|
... ตกใจเห็นภาพบอสตัวสุดท้ายออก เล่น 10 ชม. มาดุตอนท้ายขอยืมภาพมาเกือบช้อค นั่งรอ Agito ต่อดูท่าจะไม่พอร์ตลงคอมล่ะมั้งเพราะอันต่อไปมันต่อ Verus เลย |
|
chunbogbog
said:
|
... รู้สึกคนรีวิวจะไม่เคยเล่นซีรี่ไฟนอลจริงด้วยสิ "ไม่มีค่า MP (magic point) หรือ SP (stamina point) เหมือนอย่างที่ภาคก่อนๆของเกมนี้" อะไรคือค่า SP ผมเล่นมาเกือบทุกภาคยังไม่เคยใช้ค่าที่ว่ามานี้เลย แล้วก็น่าจะเล่นให้จบก่อนค่อยมารีวิวนะครับ เกมมันก็ไม่ได้ยาวมาก 40 ชม.ก็จบ เพราะภาคนี้กว่าจะได้เล่นจริงๆจังๆก็ chapter 11 นู้น 30 ชม.แรกเป็น tutorial ชัดๆ - -" |
|
Mac5738
said:
|
... ไอ้ค่า SP นี้ ผมคงจะไปจำมาจาก Crisis Core FF VII อะครับ ผมไม่มีเวลามากครับ เลยรีบรีวิว เพราะถ้าไม่รีบ เดี๋ยวไม่ได้เขียน |
|
Mac5738
said:
|
... ขออภัยที่ผิดพลาดเรื่องข้อมูลครับ ป.ล. ผมเคยเล่นแค่ภาค X-2 (เล่นไม่จบ), XII (ลองไปนิดเดียว) แล้วก็ Crisis Core FF VII นี้แหละครับ |
|
Touk
said:
|
... เมื่อต้นเดือนผมได้ซื้อ xbox มาเพื่อรอเล่นเกมนี้โดยเฉพาะ(และเกมอื่นๆ) แต่เป็นเรื่องน่าเศร้าที่เกมจะออกของโซน asia shit!.... |
|
Angelo
said:
|
... ขอวิจารณ์นิดหน่อยนะคะ จริงๆแล้วส่วนมากคนที่รีวิวเกมนี้จะเล่นถึง Chapter หลังๆแล้วมากกว่าค่ะ หรือเล่นจบไปแล้ว เพราะช่วงแค่ 10 ชม.แรกนั้นมันแค่จุดเริ่มต้นจริงๆ ถ้าเข้า Chapter 8 ขึ้นไปตัวเกมสนุก จริงๆน่าจะอธิบายระบบออฟติม่าให้มากกว่านี้นะคะ เพราะนั้นคือจุดดึงดูดของเกมนี้เลย จริงๆแล้วตามหลักของเกมนี้ทุกคนต้องมีสายอาชีพหลักนะ แต่เพียงเราจะอัพในรูปแบบไหนก็ได้ แล้วที่เหลือก็เหมือนคุณ chunbogbog บอกอะค่ะว่าน่าจะเล่นให้มากกว่านี้เพราะข้อมูลบ้างอันมันผิดและจริงๆมันหาจากที่อื่นมาเพียบได้แล้วเขียนในรูปแบบตัวเองค่ะ PS.ที่บอกว่ารีบมากกลัวไม่ได้เขียน นัทคิดว่าใน VGB ส่วนน้อยที่จะเล่น PS3 แล้วมารีวิวนะคะ รีบเล่น เล่นไปซักนิดแล้วเขียน ทั้งที่ข้อมูลจริงๆของเกม JRPG มักจะอยู่ท้ายๆ ไม่ใช่อยู่ต้นเรื่อง อยากให้เล่นไปพอสมควรแล้วเขียนมันจะสมบูรณ์แบบมากเลย ( อยากเล่นเหมือนกันค่ะ แต่เดือนหน้าคงได้เล่น กระซิกๆ ) |
|
Lovely
said:
|
... ออกมายืนยันว้าเกม สุดยอดที่ เนื้อเรื่องมากและระบบต่อสู้มาก ส่วนกราฟิกคงไม่ต้องไม่บอก ก่อนจะเล่นหลับตาลืม mass effect หรือ dragon age ไปก่อน เพราะมันคนละแนวและคนละความชอบกัน ระบบต่อสู้ สนุกและรวดเร็ว มีเทคนิคมากมายที่ต้องคิดสำหรับเอาชนะศัตรู บอกได้ว่าเกมมันฉีกแนว จาก FF เดิมไปเลย แต่ก็ยังไม่กลินอาย FF อยู่บ้าง ^ ^ สุโคร่ยครับ |
|
boneknocker
said:
|
... คงยากมั้งที่จะลงพีซีเกม rpg เกมก่อนที่ลง ขายไม่ดีเอาซะเลย แถมขนาด 360 เองยังมีกั้ก region อีก(บ้านเราอดเล่นกันตรึม) ส่วน PS3 ถ้าจะบอกให้ซื้อเครื่องเพื่อเกมนี้ก็คงต้องบอกแบบเนือย ๆ ว่าไม่ไหวอ่ะตัวเอง !? |
|






