| Sins of A Solar Empire - Trinity | |
|
Sins of A Solar Empire - Trinity ในยุคที่การละเมิดลิขสิทธิ์แพร่กระจายรุนแรงไปทั่วโลก ผู้พัฒนาเกมหลายๆค่ายต่างพยายามปกป้องผลงานของตนเองจากการถูกละเมิดลิขสิทธิ์เพียงเพื่อหวังเพิ่มยอดขายให้กับผลงานของตน หนทางหนึ่งที่ผู้เล่นเกมเองได้เห็นชัดๆก็คือ การยัด DRM หรือระบบป้องกันที่ผู้อยากเล่นต้องจำยอมมาให้เป็นของแถม (ก็มันเป็นสิทธิ์ของเขานี่นะ) แต่ผลที่ได้กลับไม่เป็นไปตามคาด ยอดขายของเกมที่ยัดระบบป้องกันนี้มาให้ส่วนใหญ่กลับไปไม่ถึงเป้าและมันก็ไม่ได้ช่วยให้การละเมิดลิขสิทธิ์ลดลงหรือหายไปแต่อย่างใด (ซ้ำร้ายยังเหมือนการท้าทายพวกนักเจาะระบบอีกต่างหาก) ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางความพยายามทุ่มทุนคิดค้นวิจัยระบบการป้องกันแบบใหม่ในอุตสาหกรรมเกม กลับมีผู้พัฒนาอยู่รายหนึ่งที่ประสบความสำเร็จทางยอดขายจากเกมที่ไม่ได้มีระบบป้องกันอะไรใดๆ เกมที่เน้นไปที่รูปแบบการเล่นที่น่าสนใจ เกมที่ผู้เล่นสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่ามันมีคุณภาพคับแก้ว ใช่แล้วครับ เกมที่ว่านี้ก็คือ Sins of a Solar Empire นั่นเอง และจากยอดขายที่สูงจนน่าประทับใจ ทั้งๆที่ตัวเกมเองก็ไร้ซึ่งการป้องกันการละเมิดใดๆ จึงทำให้เกิดประโยคเด็ดอันเสียดแทงหัวใจของผู้พัฒนาเกมหลายๆเจ้าที่หลายๆคนคงจะคุ้นหูว่า "ถ้าเกมมันเจ๋งจริง ยังไงก็ขายได้" ขึ้นมา อย่างไรซะเราก็คงไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่าการละเมิดลิขสิทธิ์นั้นมีผลต่อยอดขายของเกมจากค่ายอื่นๆ แต่ Ironclad Games ก็ได้ทำให้อุตสาหกรรมเกมได้ประจักษ์แล้วว่า การทำให้ผู้เล่นหันมาสนใจผลงานของผู้พัฒนาจนยอมควักกระเป๋านั้น ไม่ได้จำเป็นต้องมาจากการบีบบังคับหรือต้องจำยอมเพียงอย่างเดียว แต่การจูงใจด้วยคุณภาพก็เป็นอีกหนทางหนึ่งที่ผู้เล่นและผู้พัฒนาก็สามารถพึงพอใจร่วมกันได้ และ Sins of a Solar Empire ก็คือเครื่องยืนยันว่าแนวคิดนี้เป็นไปได้จริง เกริ่นนำซะยาว..เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ หลายๆคนยังสับสนว่า Sins of a Solar Empire นั้นเหมือนกับ Galactic Civilization 2 แต่จริงๆแล้ว ทั้ง 2 เกมที่ว่ามานี้ มีรูปแบบการเล่นที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง Galactic Civilization 2 นั้น เป็น Turn Base Strategy ตัวเกมมีรายละเอียดเยอะมาก (มากมายมหาศาล) เน้นการจัดการบริหารอาณาจักรเป็นหลัก และเกมการเล่นก็มีอะไรให้ทำมากมายจนคุณอาจจะจับต้นชนปลายไม่ถูกถ้าไม่สัดทัดเกมแนว Civilization ที่เน้นการบริหารและวางแผน จนคุณอาจจะเปรียบเกมๆนี้ว่ามันเป็น CIV ภาคอวกาศเลยก็คงจะไม่ผิดนัก Sins of a Solar Empire นั้นเป็น RTS ที่มีการผสมผสานการบริหารจัดการส่วนหนึ่งเข้ามาเป็นหัวใจหลักของเกม หรือที่เราเรียกกันว่าแนว 4X ซึ่งก็ได้แก่ การออกสำรวจ (Explore), การขยายอาณาจักร (Expand), การเก็บเกี่ยวทรัพยากร (Exploit), และการพิชิตกองกำลังศัตรู (Exterminate) Sins ไม่ใช่ RTS ทั่วๆไป เพราะตัวเกมค่อนข้างจะมีรายละเอียดยิบย่อยอยู่มากมายพอสมควร (แต่ไม่เยอะเท่า Galactic จนคุณปวดหัวแน่นอน) ตัวเกมเน้นการสู้รบที่รวดเร็วของกองยานคล้ายกับเกมอย่าง Homeworld และมีการจัดการทรัพยากรในส่วนของดวงดาวที่คล้ายคลึงกับเกม Imperium Galactica2 (แฟนเกมแนว Space Strategy รุ่นเก๋าคงจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี) คุณอาจจะต้องใช้เวลาเรียนรู้วิธีเล่นมากกว่าเกม RTS ทั่วๆไปอยู่บ้าง แต่โชคยังดีที่โหมดฝึกสอนของเกมนี้ ค่อนข้างจะมีประสิทธิภาพและเข้าใจง่าย ถึงแม้ว่าโหมดฝึกสอนเกมจะดูจืดชืดไปซักนิด แต่ผมก็ยังแนะนำให้ผู้ที่เริ่มเล่นเกมนี้ในครั้งแรกได้เข้าไปเรียนรู้รายละเอียดต่างๆของเกมกันก่อน เพราะมันจะช่วยให้คุณเข้าใจวิธีการเล่นและ Basic ของเกมพอสมควรครับ
เล่นไม่เป็น เล่นแล้วงง เราช่วยได้ เชิญชมเทคนิคการเล่นเบื้องต้นได้ที่ Sins of A Solar Empire Strategy
Sins of a Solar Empire - Trinity นั้น ประกอบไปด้วยเกมภาคหลักและภาคเสริมทั้ง 2 ตัว ซึ่งก็ได้แก่ภาค Entrenchment และ Diplomacy ถ้าคุณเป็นแฟนเกมนี้และคอยติดตามซื้อภาคเสริมที่วางขายผ่านทาง Impulse มาก่อนแล้ว คุณก็ไม่จำเป็นต้องซื้อภาค Trinity นี้มาเล่นแต่อย่างใดครับ แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยเล่นภาคเสริมหรือแม้แต่ภาคหลักของมัน เกมเวอร์ชั่น Trinity ตัวนี้ก็น่าสนใจมากเลยทีเดียว สิ่งหนึ่งที่ทำให้เกมเวอร์ชั่นนี้แตกต่างจากเกมตัวหลักแบบเพียวๆก็คือ องค์ประกอบใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามาเพราะภาคเสริมที่ออกมาก่อนหน้านี้อย่าง Entrenchment และ Diplomacy องค์ประกอบที่ว่านี้มีอะไรบ้าง เรามาดูกันเลยครับ Entrenchment – ภาคเสริมตัวแรกนี้เพิ่มรูปแบบการวิจัยชนิดใหม่และยูนิตใหม่เข้ามา ปกติแล้วระบบสายการวิจัยในเกมจะแบ่งเป็น 2 ชนิดเท่านั้น คือทางทหาร และ ทางเศรษฐกิจ Entrenchment ได้เพิ่มสายการวิจัยที่ 3 เข้ามา ซึ่งก็คือ การวิจัยเกี่ยวกับระบบป้องกันของอาณาจักร คุณสามารถวิจัยพัฒนาอาวุธสำหรับป้องกันอาณาจักรของคุณได้ในภาคเสริมตัวนี้ ไม่ว่าจะเป็น การเพิ่มความสามารถของป้อมปืน การติดอาวุธเพิ่มเติมให้โรงจอดยาน สนามทุ่นระเบิดอวกาศ ไปจนถึงสิ่งก่อสร้างชนิดใหม่อย่าง Star Base ที่เป็นเหมือนป้อมปราการยักษ์ด่านสุดท้ายที่จะคอยหยุดยั้งศัตรูไม่ให้ยึดดาวของคุณ ใครที่ชอบการเล่นแบบอุดบ้านแล้วค่อยๆคืบคลานเข้าถล่มอาณาจักรของศัตรู ภาคเสริมตัวนี้คือสวรรค์ของคุณเลยทีเดียว
Diplomacy – ภาคเสริมตัวล่าสุด ที่เพิ่มองค์ประกอบทางด้านการทูตให้ตัวเกมมีความลุ่มลึกมากขึ้น สิ่งที่ถูกเพิ่มเข้ามาในภาคนี้ก็คือ สายการวิจัยด้านการทูตที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและหนทางการเจรจากับฝ่ายอื่นๆแบบใหม่ การรับรางวัลจากการทำภารกิจทางการทูตรูปแบบต่างๆ หน้าจอแสดงความสัมพันธ์แบบใหม่ที่ถูกปรับปรุงให้มีรายละเอียดมากขึ้น ใครที่เบื่อกับการใช้กำลังแก้ปัญหาระหว่างดวงดาว ภาคเสริมตัวนี้ได้เปิดโอกาสให้คุณได้ใช้วิธีทางการทูตเข้ามาแก้ปัญหาอย่างเต็มที่เลยทีเดียวครับ
ห้วงอวกาศช่างน่าค้นหา พูดถึง Gameplay ของเกมนี้กันต่อเลยดีกว่าครับ หลังจากผ่านโหมดฝึกสอนมาแล้ว ตอนนี้ได้เวลาเล่นกันจริงๆซะที เกมนี้ไม่มีโหมด Campaign หรือส่วนของเนื้อเรื่องเป็นภารกิจ แต่การเล่นจะเปิดกว้างลักษณะเดียวกับเกม Civilization หรือเกมตระกูล Total wars (แต่คราวนี้เป็น RTS ไม่ใช่ Turn-Base) เริ่มต้นผู้เล่นจะต้องเลือกฝ่ายที่มีอยู่จากทั้ง 3 ฝ่ายก่อน ได้แก่ TEC, Advent และ Vasari แต่ละฝ่ายนั้นจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันทางด้านเทคโนโลยี, รูปลักษณ์ของสิ่งก่อสร้างและยูนิต ตามด้วยการเลือกแผนที่สำหรับเล่น แผนที่ในเกมนี้มีให้เลือกเล่นเยอะมากครับ ตั้งแต่แผนที่ขนาดเล็กสำหรับสู้กับ AI 1:1 ไปจนถึงแผนที่ขนาดใหญ่สำหรับผู้เล่น 10 คน และยังมี Random map สำหรับผู้เล่นที่ต้องการจะให้เกมเลือกหรือสุ่มสร้างขึ้นมาใหม่ ซึ่งการสุ่มแผนที่ก็ช่วยให้ไม่รู้สึกซ้ำซากจำเจหรือเบื่อหน่ายได้เป็นอย่างดีทีเดียว และหลังจากที่คุณตั้งค่าแผนที่ทุกอย่างครบแล้ว เกมก็จะตัดเข้าสู่แผนที่ดาวในฉากนั้นๆ ตลอดการเล่นส่วนใหญ่ของเกมนี้ คุณจะได้สั่งการและบริหารดวงดาวผ่านหน้าจอนี้ละครับ เป้าหมายหลักๆของเกมนี้มีเพียงอย่างเดียวคือ คุณจะต้องหาทางพิชิตศัตรูให้ได้โดยใช้ทุกวิถีทางที่มีไม่ว่าจะเป็นวิธีทางด้านการทูตไปจนถึงการใช้กำลังทางการทหาร หรือแม้แต่ใช้โจรสลัดอวกาศเป็นเครื่องมือก็ตาม ถึงเกมนี้จะเป็น RTS แต่การเล่นเกมเร็วตั้งแต่ช่วงแรกมักจะไม่ค่อยส่งผลดีเท่าไรนัก เพราะรูปแบบการเล่นของ Sins นั้นเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป (ช้าๆแต่ชัว) คุณต้องเริ่มจากการวางแผนบริหาร การเก็บทรัพยากร สร้างสถานีวิจัย วิจัยเทคโนโลยีให้เหนือศัตรู จากนั้นก็สร้างกองยานแล้วบดขยี้ศัตรูต่อไป ผมคงไม่ลงลึกถึงรายละเอียดวิธีการเล่นในรีวิวนี้ เพราะมันมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะมาก ขืนอธิบายหมดคงอ่านกันเบื่อไปก่อนแน่ แต่ขอลงลึกสำหรับลักษณะแผนที่ซักนิดนึงครับ สำหรับเกมนี้ ถึงแม้ว่าจะมีฉากหลังเป็นจักรวาลที่กว้างใหญ่ดำมืด แต่ระบบสุริยะที่ประกอบกันในแผนที่นั้น กลับมีสภาพแวดล้อมแตกต่างกันและชวนตื่นตาตื่นใจ เช่นระบบสุริยะในระบบดาวของคุณอาจจะมีชั้นบรรยากาศสีฟ้า แต่เมื่อคุณเดินทางไประบบสุริยะอื่นๆ คุณจะเจอสภาพแวดล้อมที่แตกต่างออกไป มันอาจประกอบไปด้วยกลุ่มก๊าซสีแดงหรือเขียวซึ่งอาจจะมีพายุสนามแม่เหล็กประกอบด้วยก็เป็นได้ และนอกจากสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันแล้ว แต่ละระบบสุริยะก็ประกอบไปด้วยดวงดาวชนิดต่างๆ รวมไปถึง Worm hole หรือฐานโจรสลัดอวกาศที่ล่องลอยอยู่ สำหรับแผนที่ขนาดใหญ่หรือแผนที่แบบสุ่มสร้าง ผมพบว่าสภาพแวดล้อมหรือตำแหน่งดาวตอนเริ่มต้นของผู้เล่นมักจะต่างกันเสมอ อาจจะมีซ้ำบ้าง แต่ผมก็กล้ารับประกันว่า ระบบแผนที่ของเกมนี้จะไม่ทำให้ผู้เล่นเกิดอาการเบื่อหน่ายแน่นอน
ปัญญาประดิษฐ์สุดโฉด การเดาใจ AI ฝ่ายศัตรูในเกมนี้ เป็นอะไรที่ยากพอๆการถูกรางวัลลอตตอรี่เลยทีเดียว ถึงแม้ว่าแผนการเล่นของ AI จะมีรูปแบบที่ตายตัว แต่วิธีการเดินเกมของพวกนั้นแทบจะไม่ซ้ำกันเลย (เล่นซ้ำกี่ครั้งก็ไม่ค่อยจะเหมือนเดิม) พวกมันฉลาดและยังไม่ค่อยจะไว้ใจผู้เล่นเท่าไรนัก ในการเล่นแผนที่ 1:1 เกมจะไม่อนุญาตให้คุณได้ใช้วิธีทางการทูตกับศัตรู เนื่องจากระบบการทำภารกิจเพื่อสร้างความพึงพอใจทางการทูตนั้นไม่มีอยู่ในแผนที่แบบ 1:1 แต่เมื่อคุณไปเล่นในแผนที่ซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้น AI เหล่านี้ก็จะเริ่มแสดงความหัวหมอให้คุณได้เห็นอย่างชัดเจน แม้ว่าคุณจะมีระดับค่าความสัมพันธ์ที่ดีกับพวกมันขนาดไหน AI เหล่านี้ก็ยังคงแสดงความระแวงไม่ไว้ใจให้เห็นเป็นระยะๆ และบ่อยครั้งเมื่อมันเห็นว่าอาณาจักรของคุณมีขนาดใหญ่และมีแนวโน้มจะเป็นภัย พวกมันก็มักจะหักหลังคุณทั้งๆที่ความสัมพันธ์ของอาณาจักรอยู่ในระดับที่ดีและมีการเจรจาเป็นพันธมิตรร่วมกันแล้วก็ตาม ลักษณะการบุกโจมตีของกองยานที่คุณจะเจอนั้น ก็จะแตกต่างกันออกไปตามระดับความยากของ AI ที่คุณเลือกเล่น คุณจะเจอตั้งแต่กองยานขนาดเล็กที่คอยก่อกวนไปจนถึงการซุ่มโจมตีด้วยยานนับร้อยลำเมื่อคุณเผลอ แม้ว่า AI จะฉลาดและโหดแต่ผมก็พบว่า ไม่ว่าเลือกที่ระดับความยากไหน มันก็มักจะเอา trade ship หรือยานลาดตระเวนบินเข้ามาในระบบสุริยะของคุณให้ยิงเล่นฟรีๆ ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นทางผ่านหรือมีข้อตกลงทางการค้าต่อกัน ซึ่งมันทำให้ระดับความสัมพันธ์ทางการทูตเกิดปัญหาโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งปัญหานี้ก็พบได้ตั้งแต่ช่วงแรกที่เกมภาคหลักวางจำหน่ายและในปัจจุบันมันก็ยังไม่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขแต่อย่างใดครับ
การท่องอวกาศนี้โคตรดูดวิญญาณอย่างแรง!! ถ้าคิดว่า RTS เกมนี้เน้นเกมเร็วแบบ RTS ทั่วๆไป ผมคงต้องบอกว่าคุณคิดผิดล่ะครับ ลืมไปได้เลยกับการออกไปแย่งกันเก็บทรัพยากรแล้วรีบปั้มยูนิตออกมาตีกันที่ใครไวกว่าก็ชนะไป ไม่มีทางที่คุณจะสามารถจบเกมได้ภายใน 1 ชั่วโมงแม้ว่าจะเล่นกับ AI 1:1 เพราะตัวเกมเน้นระบบบริหารจัดการทรัพยากรและการวิจัย กว่าคุณจะสามารถสร้างกองยานที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงได้ ก็เสียเวลาวิจัยไปไม่ใช่น้อยแล้ว แถมต้องคอยระวังไม่ให้ทรัพยากรติดลบอีกต่างหาก การบุกโจมตีแต่ละครั้งก็ต้องค่อยๆรุกคืบเข้าไปยังดาวแต่ละดวงและต้องใช้กองยานที่ผสมผสานกันถึงจะมีประสิทธิภาพ ในการเล่นครั้งแรก ผมใช้เวลาไป 8 ชม. สำหรับ AI 1:1 แต่เมื่อเริ่มรู้ทางและลองเล่นกับ AI 4 ฝ่าย ปรากฏว่าผมใช้เวลาไป 10 ชม.ถึงเอาชนะได้หมด นับว่าเกมนี้เน้นการวางแผนจัดการจริงๆ แตกต่างจาก RTS ในปัจจุบันที่เน้นแต่เกมเร็ว สำหรับการเล่นกับผู้เล่นด้วยกันนั้น คุณอาจจะต้องใช้เวลาในการเล่นที่นานมากขึ้นไปอีก (บางทีนานเป็นวัน) แต่ก็ไม่ต้องกังวลไปครับ เพราะในโหมดผู้เล่นหลายคนนั้นก็มีระบบ Save ให้ใช้งาน ถ้าสงครามแย่งชิงดวงดาวในวันนี้มันกินเวลานานเกินไป คุณก็สามารถบันทึกเกมไว้เล่นกับเพื่อนในครั้งต่อไปได้ และถึงแม้ว่าในแต่ละเกมจะใช้เวลาในการเล่นที่นานมาก แต่ผมเองก็ไม่เคยรู้สึกเบื่อกับมันเลย กลับกันผมกลับรู้สึกถูกดึงดูดให้เล่นต่อไป ต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่สิ้นสุด (จนกว่าจะจบเกมนั้นๆ) มันเป็นความรู้สึกมีความสุข อิ่มเอมเมื่อได้เล่นอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ คุณต้องลองสัมผัสมันด้วยตัวเองล่ะครับ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไม ผมถึงเรียกเกมนี้ว่า เกมโคตรดูดวิญญาณ!! ภาพและเสียง แม้ว่ากราฟิกจะไม่ได้ถูกปรับปรุงให้สวยงามแบบก้าวกระโดดไปจากเกมภาคหลักมากมายนัก แต่มันก็ไม่ได้ดูตกยุคหรือล้าสมัยไปตามกาลเวลาเท่าไร แถมยังคงดูดีเหมาะสำหรับเกมแนวนี้อีกด้วย ส่วนใหญ่เวลาเล่นเกมนี้คุณจะต้องสั่งงานยูนิตผ่านแผนที่ดาว ซึ่งคุณจะเห็นยูนิตเป็นไอคอนสีต่างๆ แต่เมื่อคุณซูมลงไปดูใกล้ๆ คุณจะเห็นรายละเอียดของยานรบชนิดต่างๆอย่างชัดเจน ทั้งลวดลายบนตัวยาน ไอพ่น แสงสีต่างๆ นอกจากนี้เอฟเฟ็คต่างๆก็ทำออกมาสวยงามอย่างมาก ยิ่งตอนกองยานสู้รบกันชุลมุนวุ่นวาย ทั้งไอพ่นของยานรบ กลุ่มควัน แสงจาก Plasma หรือ Missile ที่บินว่อนไปทั่ว ทำให้การรบดูน่าตื่นตาตื่นใจอย่างมาก จนบางครั้งรายละเอียดจากสภาพแวดล้อมเหล่านี้ก็ทำเอาผมลืมคุมกองยานไปเลย เพราะมัวแต่นั่งดูการสู้รบจนเพลิน และสำหรับผู้ที่ไม่ได้มีเครื่อง PC ที่สเป็กสูงมากมายนัก การเปิดรายละเอียดทางด้านกราฟิกทั้งหมด อาจจะทำให้คุณประสบปัญหาเกมอืดขณะที่สู้รบได้เป็นระยะๆ โดยเฉพาะในการรบขนาดใหญ่ที่มียานหลายร้อยลำ (แต่ถ้าคุณไม่ซูมลงไปใกล้ๆก็ไม่มีปัญหานะครับ) เพลงประกอบและเสียงเอฟเฟ็คต่างๆในเกม จัดว่าทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมครับ โดยเฉพาะเพลงประกอบที่ไพเราะเสนาะหู ช่วยสร้างอารมณ์ร่วมไปกับตัวเกมอย่างดี แถมยังเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเกมเวลานั้น อย่างเช่น ขณะที่คุณกำลังบริหารดวงดาวอยู่ เพลงประกอบก็จะเรียบๆชิวๆเพลินๆ ตามสไตล์จักรวาลอันสงบสุขที่แสนกว้างใหญ่ แต่เเมื่อเกิดการสู้รบหรือมีศัตรูบุกเข้ามาในแผนที่ เมื่อคุณซูมลงไปยังบริเวณที่มีเหตการณ์นั้น เพลงประกอบก็จะเปลี่ยนไปเป็นลักษณะที่ชวนตื่นเต้นเร้าใจ เรียกได้ว่าเพลงประกอบเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ที่แวดล้อมเลยจริงๆ ในส่วนของเสียงเอฟเฟ็คต่างๆก็ไม่ได้น้อยหน้า ทั้งเสียงปืน Plasma เสียงยานรบชนิดต่างๆ หรือเสียงโลหะบิดงอจากการระเบิดของยานที่มีการสะท้อนไปทั่วก็ช่วยสร้างอารมณ์ร่วมไปกับการสู้รบไปกับกองยานเป็นอย่างดีเลยครับ (แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วเสียงจะเดินทางผ่านสุญญากาศไม่ได้ก็เถอะ) UI และการควบคุม มุมกล้องในเกมแนว Space RTS นั้นนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจักรวาลนั้นมีความลึกและมีมิติ มุมกล้องที่ดีทำให้ควบคุมง่าย แต่สำหรับเกมนี้การควบคุมกล้องยังทำได้ไม่สะดวกนัก ในการซูมดูยูนิตหรือติดตามกองยานต่างๆยังค่อนข้างลำบากอยู่ ผมพบว่าคีย์ลัดสำหรับมุมกล้องยังไม่ค่อยมีประสิทธิภาพและควบคุมยากสำหรับมือใหม่ ตัวเกมน่าจะมีคีย์ลัดที่เราสามารถเข้าถึงมุมกล้องต่างๆหรือติดตามยูนิตได้โดยการกดเพียงครั้งเดียวแบบ Homeworld แต่อย่างไรก็ตามเมื่อคุณทำความคุ้นเคยซักพักอะไรๆก็จะง่ายขึ้น ข้อดีสำหรับเรื่องมุมกล้องในเกมนี้ที่พอจะทดแทนได้ก็คือมันมีระบบการซูมลงไปยังตำแหน่งที่เคอร์เซอร์อยู่แบบเดียวกับเกม Supreme Commander ระบบนี้ช่วยอำนวยความสะดวกเวลาสั่งยูนิตต่างๆและต้องการซูมเข้าไปดูรายละเอียดสลับไปมาได้อย่างดี ส่วน UI สำหรับเกมนี้ก็ดูเข้าใจง่ายทั้งการวิจัย การสร้างยานและอื่นๆ ยกเว้นเพียงอย่างเดียวซึ่งก็คือแถบแสดงยานรบและดวงดาวที่อยู่ทางด้านซ้ายของหน้าจอ (แถบยาวๆ) ยังดูรกหูรกตาและใช้งานลำบาก การเลือกยานซักลำจากจำนวนหลายร้อยลำผ่านแถบนี้ค่อนข้างจะเสียเวลาอยู่พอควร อย่างไรก็ตาม UI ของภาค Trinity ก็ได้รับการปรับปรุงให้ใช้งานง่ายขึ้น มีการแสดงหน้าจอการทูตและการค้าขนาดเล็กให้เห็นกันอย่างชัดเจน เข้าถึงง่าย ทำให้ผู้เล่นสามารถติดตามสถานการณ์ด้านการค้าและการทูตได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาเปิดหน้าจอตลาดมืดหรือการทูตกับโจรสลัดอีกต่อไป ข้อดี เป็น RTS ที่มีการวางแผนจัดการลุ่มลึก (4X) เกมการเล่นมีรายละเอียดดี กราฟิกสวยงามเสียงประกอบยอดเยี่ยม AI ฉลาดคาดเดาได้ยาก แผนที่หลากหลายไม่น่าเบื่อ องค์ประกอบจากภาคเสริมทั้ง 2 ตัวทำให้เกมสนุกและมีความลุ่มลึกในการเล่นมากขึ้น เล่นแล้วติดหนึบ ดูดวิญญาณอย่างแรง!!
ข้อเสีย การเล่นแต่ละแผนที่ใช้เวลานาน ถ้าแบ่งเวลาในการเล่นไม่ดีอาจมีปัญหาได้ รายละเอียดเยอะ ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ มุมกล้องและ UI ใช้งานไม่สะดวกเท่าที่ควร การคอบสนองของ AI ในบางครั้งไม่ค่อยสมเหตุผล
Sins of a Solar Empire จัดเป็น RTS แนวอวกาศที่ยอดเยี่ยมอีกเกมหนึ่ง เรียกว่าสามารถเทียบชั้นเกมรุ่นพี่แนว Space Strategy อย่าง Galactic Civilization 2, Imperial Galactica 2 หรือ Homeworld ได้อย่างสบาย ด้วยเกมการเล่นที่ผสมผสานการจัดการทรัพยากรและการวางแผนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ทำให้ Sins เป็นเกมที่มีเสน่ห์และจุดเด่นอย่างที่หาไม่ค่อยจะได้ในเกม RTS ยุคปัจจุบัน และสำหรับภาค Trinity ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่มากไปกว่าการนำภาคเสริมมารวมแล้วขายใหม่ แต่มันก็คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ไม่เคยเล่นหรือยังซื้อภาคเสริมที่ออกมาก่อนหน้านี้ไม่ครบ และที่สำคัญ Trinity ยังคงเอกลักษณ์ของเกมภาคหลักไว้อย่างเหนียวแน่นในขณะที่องค์ประกอบใหม่ๆจากภาคเสริมก็ช่วยเพิ่มความเร้าใจให้กับตัวเกมขึ้นไปอีก คอเกมแนววางแผน 4X ที่ยังไม่เคยสัมผัสเกมๆนี้ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งครับ
Hits: 4989 Comments (13)
![]()
ShadowSun
said:
|
|
... เกมนี้ถ้าเป็นแล้วโคตรๆมันส์เลย เป็นเกมที่ไม่ต้องเก่งEngก็เล่นได้ผมรับประกันถ้าชอบเกมแนวนี้มันจะเล่นได้ไปเอง เกมเหมือนจะซับซัอนแต่ถ้าลองดูดีๆจะเข้าใจได้ง่ายเอง เสียอย่างเดียวยิงกันไม่มันส์แบบ Homeworld ถ้าการยิงกันแบบ Homeworld ละก็เกมมันจะเป็นเกมระดับ A+ เลย |
|
Job_The_Gamer
said:
|
... ผมไม่กล้าเล่นเกมประเภทดูดวิญญาณแฮะ กลัวจะติดหนัก ทุกวันนี้ก็ไม่ค่อยมีเวลาเ่ล่นเกมเลย |
|
BHoverclass1st
said:
|
... เพื่อนร่วมงานผม เห็นผมเล่นเกมส์นี้แล้วพูดกับผมว่า พี่ทนเล่นเกมส์นี้ได้ไง ผมละงง (ผมได้แต่นึกในใจว่า ไม่เห็นมันจะงงตรงไหนเลย สนุกดีออก เกมส์แบบนี้ไม่ได้หาได้ง่ายๆนะ ) ตั้งแต่นั้นมามันก็มองผมด้วยสายตาแปลกๆ แล้วเป็นกันทั้งร้านเลยนะ ผมทำไรผิดผมแค่เล่นเกมส์นี้โดยที่ไม่งง แถมยังชอบซะด้วยซ้ำไป |
|









