Retro:Assassin's Creed Review
Written by Ytse    Wednesday, 31 March 2010 04:05   
ac1thumb ไหนๆเกมนี้ก็จะทำเป็นไตรภาคอยู่แล้ว งานนี้จึงขอถือโอกาสขุดบทวิจารณ์จากเวปตัวเก่ามาสถิตที่นี่ซักหน่อย ใครที่ไม่ได้เล่นภาคแรกหรือพลาดโอกาสที่จะเรียนรู้วิถีแห่งการเป็นมือสังหาร ก็เชิญชมกันได้กับบทความย้อนยุค Assassin's Creed Review


Retro:Assassin's Creed (Director's Cut Edition)

head_01

บทวิจารณ์นี้หยิบยกมาจากเวป VGB ตัวเก่า เนื้อหาภายในเหมือนต้นฉบับทุกประการ

เมื่อพูดถึงเกมแนว Action - Adventure แล้วละก็ หลายๆคนคงเคยเล่นเกมอย่าง Prince of Persia ซึ่งให้คุณได้รับบทเป็น The Prince เจ้าชายนักกายกรรมผู้มีฝีมือด้านเพลงดาบไม่เป็นรองใคร ออกตะลุยกับวายร้ายเพื่อตามไปช่วยหญิงอันเป็นที่รัก และถ้าพูดถึงเกมแนว Stealth Action ล่ะ คงไม่มีใครไม่รู้จักนาย Sam Fisher สุดยอดสายลับแห่งเกม Splinter Cell เป็นแน่ และถ้าถามผมว่ายังมีเกมไหนมั่ง ที่ให้คุณสวมบทบาทเป็นสุดยอดสายลับอย่าง Sam Fisher และมีทักษะด้านกายกรรมรวมถึงเพลงดาบอันสุดยอดเช่นเดียวกับ The Prince ผมคงต้องตอบว่าไม่มี...ไม่มีเกมไหนอีกแล้วที่จะทำให้คุณรู้สึกได้เช่นนั้นนอกจาก Assassin’s Creed และสำหรับชาว PC ที่อดทนรอคอยเกมนี้กันมายาวนาน (เช่นเดียวกับผม) ตอนนี้ถึงเวลาลองของจริงกันแล้ว มาดูกันซิว่าจะสมคำล่ำลือเหมือนที่ผู้เล่นแพลตฟอร์มอื่นๆกล่าวไว้หรือไม่

 

เรื่องราวและวิถีทางของมือสังหาร 

พลอตเรื่องและการนำเสนอของเกมนี้ค่อนข้างแหวกแนวครับ คุณจะรับบทเป็น Desmon Miles บาร์เทนเดอร์ที่ถูกกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ลึกลับลักพาตัวมาทำการทดลองเกี่ยวกับการถอดรหัสความทรงจำจาก DNA ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษในช่วงสงครามครูเสดเพื่อค้นหา Artifact แห่ง Solomon การเล่าเรื่องส่วนใหญ่คือการเข้าไปดูความทรงจำบรรพบุรุษของนาย Miles ซึ่งเป็นมือสังหารอยู่ในยุคของสงครามครูเสดที่มีชื่อว่า Alteir  เกมการเล่นส่วนใหญ่คุณจะได้ควบคุม Alteir ออกปฏิบัติภารกิจต่างๆเพื่อเล่าเรื่องราวการเป็นมือสังหารของเขาและค่อยๆเปิดเผยเรื่องราวของขุมทรัพย์แห่ง Solomon ควบคู่กันไป เนื่องจากตัวเอกเป็นมือสังหาร ดังนั้นภารกิจส่วนใหญ่คือการลอบสังหารบุคคลสำคัญตามที่ได้รับมอบหมาย การจะวางแผนสังหารนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายมันต้องอาศัยข้อมูลหลายๆอย่าง และการได้มาซึ่งข้อมูลที่จำเป็นเหล่านี้มาในรูปแบบภารกิจย่อยต่างๆ เช่น การช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกรังแก การล้วงกระเป๋า หรือการแอบฟังการสนทนาเกี่ยวกับข้อมูลสำคัญ ไปจนถึงใช้กำลังข่มขู่ชาวบ้านเพื่อหาข้อมูล เมื่อทำภารกิจสำเร็จนอกจากจะได้รับข้อมูลของเป้าหมายเป็นการตอบแทนแล้ว ชาวบ้านที่คุณได้ช่วยไว้ก็จะพยายามช่วยเหลือคุณในการทำภารกิจ เช่น หากคุณช่วยเหลือ Scholar ก็จะทำให้คุณสามารถแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มนักบวชเหล่านี้เพื่อหลบเลี่ยงจากทหารยามได้ เป็นต้น ภารกิจย่อยเหล่านี้ดูเหมือนจะหลากหลาย แต่พอเอาเข้าจริงๆแล้ว ไม่ว่าคุณจะได้รับคำสั่งให้ไปฆ่าใคร รูปแบบภารกิจย่อยเหล่านี้ก็จะซ้ำๆกัน (แม้กระทั่งบทพูดก็ยังซ้ำ) ซึ่งเล่นไปนานๆอาจเบื่อได้เหมือนกัน

ac01 ac02
ac19 ac20

เนื่องจากยังไม่มีดาวเทียมและ GPS ในสมัยสงครามครูเสด การระบุเป้าหมายและพื้นที่สำคัญจะต้องใช้จุดที่เรียกว่า View Point ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูง เช่น ยอดหอคอย หรือหลังคาโบสถ์ Alteir จะต้องปีนขึ้นไปบนยอดหรือจุดที่สูงที่สุดที่คนทั่วไปเข้าไม่ถึงเพื่อมองหาเป้าหมาย แน่นอนว่าคงไม่ยากเกินไปสำหรับ Alteir อยู่แล้วเพราะนอกจากจะเป็นมือสังหารที่เก่งกาจแล้ว เขายังมีทักษะกายกรรมและความบ้าบิ่นอยู่ในตัวเหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไป และด้วยความไม่ธรรมดานี้หลังจากมองหาเป้าหมายเสร็จเรียบร้อยจะให้ค่อยๆปีนลงมาก็ดูจะกะไรอยู่   Alteir สามารถกระโดดลงมาจากยอดของสิ่งก่อสร้างได้โดยใช้ความสามารถ Leap the Faith หรือการกระโดดด้วยความศรัทธา ลงไปยังกองฟางที่อยู่ด้านล่าง ไม่ว่าจะโดดลงมาจากที่สูงแค่ไหนขอให้มีความศรัทธาและกองฟางอยู่ด้านล่าง (อันนี้สำคัญมาก) Alteir ก็จะไม่บาดเจ็บแม้แต่น้อย (โอเวอร์ดีจริงๆ) ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ Alteir  ยังมีทักษะพิเศษที่ใช้แยกแยะมิตรและศัตรูที่เรียกว่า Eagle vision เมื่อกดใช้ความสามารถนี้ สีของสภาพแวดล้อมรอบตัวจะซีดลงกลายเป็น Monotone แต่ NPC จะแสดงเป็นสีต่างๆกันไป เช่น สีแดงคือ ศัตรู  สีฟ้าคือเป็นมิตร เป็นต้น  ทักษะนี้ผมแทบจะไม่ได้ใช้เลยขณะเล่น เพราะวิธีแยกแยะดีที่สุดก็คือดูว่า NPC ตัวนั้นพกอาวุธอย่างดาบหรือธนูหรือไม่ เพราะชาวบ้านธรรมดาจะไม่พกอาวุธ หลังจากได้ข้อมูลสำคัญเพียงพอแล้ว ตอนนี้ก็ต้องระบุเป้าหมายให้แน่นอนอีกครั้ง ในแต่ละเมืองจะมีสถานที่ที่เรียกว่า Assassin's Bureau เปรียบเสมือนสำนักงานของเหล่ามือสังหาร ที่มีไว้รับงานยืนยันข้อมูลและรายงานผลภารกิจ Alteir จะต้องนำข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมายที่รวบรวมได้ไปแจ้งที่นี่เพื่อขอเปิดไฟเขียวในการเข้าสังหารเป้าหมายและรับขนนกไว้แต้มเลือดของเหยื่อเพื่อเป็นเครื่องยืนยันเมื่อภารกิจสำเร็จ การเข้าถึงเป้าหมายในเกมนี้ทำได้หลากหลายวิธีไม่ตายตัว คุณอาจใช้วิธีบุกฝ่าเข้าไปดื้อเลยก็ได้แต่ก็ต้องออกแรงกันหน่อย หรือจะใช้วิธีลอบเร้นแฝงตัวเข้าสังหารแบบเงียบเชียบก็ทำได้เช่นกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือเมื่อสังหารเป้าหมายแล้ว Alteir จะถูกตามล่าจากกองทหารอย่างไม่ลดละ และในสภาพถูกติดตามเช่นนี้ Assassin's Bureau ก็ไม่ต้อนรับคุณเช่นกัน คุณต้องสลัดทหารที่ติดตามให้หลุด โดยใช้การซ่อนตัวตามที่ซ่อนบนหลังคา กองฟาง หรือปะปนกับชาวเมืองจนหลุดรอดไปได้ จากนั้นค่อยกลับ  Assassin's Bureau เพื่อรายงานผลความสำเร็จ

ac03 ac04
ac15 ac16 

 ทุกครั้งที่สังหารเป้าหมายแล้ว หากคุณกลับไปรายงานผลที่เมือง Masyaf  Alteir จะได้รับอาวุธและทักษะในการต่อสู้ชนิดใหม่เพิ่ม เช่น การ Counter Attack ที่สามารถสังหารศัตรูได้ในครั้งเดียว หรืออาวุธอย่างมีดสั้นที่ใช้สังหารศัตรูจากระยะไกล การได้รับอาวุธและทักษะเพิ่มเป็นของรางวัลนี้ ยังให้ความรู้สึกเหมือนการพัฒนาตัวละคร ในเกม RPG อีกด้วย เพราะทักษะที่ได้รับช่วยให้ชีวิตของ Alteir สบายขึ้นเมื่อต้องประมือกับศัตรูจำนวนมาก แม้ว่าจุดขายของเกมนี้คือการเล่นแบบลอบเร้นและการเล่นที่เปิดกว้างในการเข้าถึงเป้าหมาย แต่สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจมากที่สุดกลับเป็นการเล่นในรูปแบบ Action ที่เน้นการฆ่าฟันกันแบบ 10 รุม 1 แบบเดียวกับหนังจีนกำลังภายในก็ว่าได้ ไม่ว่าจะสู้กันกลางตลาด หรือวิ่งไล่กันบนหลังคาบ้าน ท่วงท่าลีลาการออกดาบต่อสู้กับศัตรูก็ดูมีพลังและลื่นไหลเอามากๆ การกด Combo หรือ Counter เพื่อสังหารศัตรูก็ง่าย แถมยังได้ชม Action สวยๆเมื่อสังหารศัตรูด้วยท่าพิเศษเหล่านี้อีกด้วย การดวลดาบต่อสู้กับศัตรูซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ไม่น่าเบื่อเหมือนการทำภารกิจย่อยที่ซ้ำๆกัน ให้ความรู้สึกเหมือนการทดสอบฝีมือไปในตัว แม้ Action ต่างๆในเกมจะรุนแรงขนาดห้ามขายเกมนี้ให้กับเด็กอายุต่ำว่า 15 ( Rate นี้สำหรับเมืองนอกนะครับ) แต่ผมก็ต้องยอมรับว่าฉาก Action โหดๆนี่ล่ะที่ทำให้การเล่นแบบลอบเร้นที่เป็นจุดขายของเกมนี้ดูจืดไปเลย

 

อะไรคือความพิเศษสำหรับชาว PC 

อะไรคือสิ่งที่ทำให้ Assassin’s Creed Director’s Cut Edition ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นเฉพาะของ PC นั้นแตกต่างจาก Assassin’s Creed ที่อยู่บนแพลตฟอร์มอื่นๆน่ะเหรอ จากคำโฆษณาของผู้ผลิตได้กล่าวไว้ว่า เวอร์ชั่น PC จะมีรูปแบบภารกิจการสืบข่าวเพิ่มมามากกว่า 4 แบบที่จะช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับเกมได้แก่ Rooftop Race Challenge, Assassin Escort, Archer stealth, Assassination Challenge และสุดท้าย Merchant stand destruction Challenge  (มากกว่า 4 จริงๆด้วยเพราะผมนับได้ 5 แบบ) โดยส่วนตัวแล้วผมเองก็ไม่เคยเล่นเกมนี้บนเครื่องอื่นๆ ก็เลยไม่รู้จะเอาองค์ประกอบใหม่ที่เพิ่มเข้ามาเหล่านี้ไปเปรียบเทียบอย่างไร หลังจากที่ลองเล่นองค์ประกอบใหม่เหล่านี้ดูก็พบว่า ภารกิจต่างๆที่ถูกเพิ่มเข้ามาไม่ได้แตกต่างกับการเล่น Minigame เพื่อผ่อนคลายความน่าเบื่อจากภารกิจหลักอันซ้ำซากเลย เช่น การลอบสังหารศัตรูภายโดยไม่ถูกพบเห็นในเวลาที่กำหนด หรือวิ่งไปยังที่หมายภายในเวลาที่กำหนดเพื่อแลกกับข้อมูล แม้กระทั่งคุ้มกัน NPC ไปส่งยังจุดหมาย จริงอยู่ว่ามันทำให้เกมยาวขึ้น (เพราะคุณต้องมานั่งทำภารกิจพวกนี้) แต่ไม่ได้ทำให้เกมมีความหลากหลายมากกว่าที่เป็นอยู่เท่าไรนัก เพราะเมื่อเล่นผ่านไปเมืองแล้วเมืองเล่า คุณก็จะเจอภารกิจย่อยเหล่านี้วนไปวนมา  น่าเสียดายมากที่รูปแบบที่เพิ่มเข้ามาไม่ได้ทำให้รู้สึกพิเศษกว่าเวอร์ชั่นอื่นๆเลยแม้แต่น้อย (CE ของ xbox360 ยังน่าสนใจกว่าด้วยซ้ำ) และถ้าเวอร์ชั่น PC มีการเพิ่มองค์ประกอบใหม่เข้ามาเพียงแค่นี้จริงๆแล้วล่ะก็ คำว่า Director’s Cut Edition คงจะไม่มีความหมายนอกจากเป็นคำโฆษณาและปลอบใจชาว PC ซึ่งได้เล่นทีหลังเครื่องอื่นๆว่า อย่างน้อยก็ได้เล่นเกมเต็มๆที่ไม่ได้กั๊กบางส่วนไว้ก็เท่านั้นเอง

 ac05 ac06

 

AI

สำหรับผมสิ่งที่จัดเป็นข้อเสียแบบสุดๆ ก็คือความฉลาดของ AI ในเกมนี้ ซึ่งบอกตรงๆว่าค่อนข้างซื่อบื้อสำหรับเกมแนว Stealth-Action (ย้ำว่าสำหรับเกมแนวนี้นะครับ) ทหารศัตรูในเกมนี้บางครั้งถึงขั้นหูหนวกตาบอดเลยก็ว่าได้โดยเฉพาะนอกเมือง การสังหารศัตรูที่ยืนติดกันแต่หันหน้าไปคนละทางหรือแค่มีมุมตึกกั้นหรือแม้กระทั่งเอามีดเสียบคอหอยกันต่อหน้า ก็ไม่สามารถดึงดูดทหารศัตรูที่ยืนอยู่ห่างไปไม่กี่เมตรได้ในทันที แม้ว่าเสียงร้องของเพื่อนทหารนั้นจะดังลั่นแต่มันกลับยืนอยู่หน้าตาเฉย รอจนผมหนีหายไปแล้ว จึงเดินเข้ามาดูพร้อมกับพูดว่า “ใครเป็นคนทำฟระเนี่ย แสดงตัวออกมานะเว้ย” ผมได้แต่ขำแล้วก็นึกไปว่า “ตูยืนเอามีดเสียบเพื่อนเอ็งให้เห็นต่อหน้าต่อตายังมีหน้ามาถามว่าใครทำ”  ทหารศัตรูจะให้ความสนใจคุณก็ต่อเมื่อมันเห็นว่าคุณสังหารเพื่อนของมันแบบจังๆเต็มๆตา หลายๆคนอาจบอกว่า “ก็ทำอะไรผิดสังเกตซิมันจะได้เห็น” ครับ..การนำไอเดียเรื่องการจับผิดของศัตรูมาใช้ผมยอมรับว่ามันเยี่ยม แต่คุณไม่คิดว่ามันแปลกมั่งเหรอ ว่าทำไมศัตรูถึงวิ่งไล่กวดกันเป็นขบวนๆทั้งๆที่คุณแค่ขี่ม้าผ่านไป แต่กลับเดินผ่านไปเฉยๆตอนคุณปีนขึ้นบันไดหรือหลังคาบ้านคนอื่นต่อหน้าต่อตา...คนปกติเจตนาดีเค้าไม่ปีนหลังคาบ้านคนอื่นหรอกนะครับท่าน

ac17 ac18

การสู้รบในเมืองนั้นดีขึ้นมาหน่อย เพราะศัตรูจะมีการเตือนกันและกันหากคุณไปทำอะไรเป็นที่ผิดสังเกต จะมีการเรียกพรรคพวกมาช่วยกันรุมยำคุณเมื่อเกิดการสู้รบ (จริงๆนอกเมืองก็ยำถ้ามันเห็นแต่มันไม่ค่อยเห็นนี่ซิ) รวมถึงการเดินเวรยามมากมายทำให้ศัตรูมีการตอบสนองค่อนข้างดี แต่ก็อีกนั่นล่ะ แม้ว่าคุณจะฆ่าทหารศัตรูเป็นโหลๆ แล้วทิ้งศพไว้กลางตลาดแล้วหนีรอดไป ก็จะไม่เกิดอะไรขึ้น จะมีเพียงชาวบ้านที่แหกปากร้องโวยวายอยู่พักหนึ่งจากนั้นก็เดินผ่านไปผ่านมาตามปกติ ทหารที่เดินผ่านไปผ่านมาก็จะหยุดดูศพแล้วก็เดินเวรยามต่อ ทั้งๆที่ศพยังกองเกลื่อนอยู่ตรงนั้น พูดง่ายๆก็คือ ถ้าคุณสังหารใครแล้วหนีไปได้ ก็จะไม่มีใครตามล่าคุณอีก เพียงแต่มันจะตื่นตัวและระวังมากขึ้น จนกว่าคุณจะไปฆ่าใครหรือทำอะไรมีพิรุธให้มันเห็นนั่นล่ะครับ มันถึงจะออกไล่ล่าคุณอีก และบางครั้งศัตรูก็มีอาการติ๊งต๊องขึ้นมาเฉยๆ เช่น เมื่อคุณกระโดดหนีลงมาจากหลังคาหรืออาคารสูง ศัตรูก็ยังโดดตามลงมาตายแบบง่ายๆ  รวมๆแล้วศัตรูไม่ค่อยมีความท้าทายซักเท่าไหร่นอกจากอัศวิน Templar ที่มีลีลาดวลดาบเก่งกาจแต่ก็ยังไร้สมอง แค่ขี่ม้าวิ่งชนหรือแกล้งให้วิ่งตามขึ้นที่สูงแล้วหลอกให้ตกลงมาตายก็เป็นอันจบ

ac07 ac08

บ่นข้อเสียกันไปเยอะแล้วมาดูข้อดีของ AI กันบ้างดีกว่า อย่างแรกเลยก็คือความหลากหลายของ NPC ต่างๆที่คุณเจอในเกม NPC แต่ละตัวมีกิจวัตรของตนเอง บางคนไปตักน้ำ บางคนไปซื้อของหรือแม้กระทั่งรวมกลุ่มคุยกัน และมีการตอบสนองต่อสภาพโดยรอบ เช่น หากคุณวิ่งชนชาวบ้านพวกเค้าก็จะหันมาด่าคุณ หรือขอทานที่คอยกวนใจไล่ยังไงก็ไม่ไป แค่ชักอาวุธออกมาพวกมันก็วิ่งหนีป่าราบ ไปจนถึงชาวบ้านที่แตกตื่นเมื่อเห็นคุณสังหารศัตรู แม้กระทั่งการดวลดาบกับทหารศัตรูกลุ่มใหญ่ ศัตรูที่เห็นเพื่อนของตนถูกสังหารต่อหน้าต่อตาไปหลายคนก็เกิดอาการกลัวแล้ววิ่งหนีไป (แต่ก็ไม่รอด) สิ่งเหล่านี้ทำให้สภาพแวดล้อมต่างๆดูมีชีวิตชีวาเหมือนผู้คนจริงๆ อย่างที่สองก็คือระบบจับผิดของ AI ที่แบ่งได้หลายระดับ การเฝ้าระวังภัยในแต่ละระดับช่วยสร้างสถานการณ์เวลาเล่นได้หลากหลายทีเดียว แม้ว่าจะไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่อย่างที่กล่าวไปแล้วก็ตาม

 

Control & UI

 Interface ในเกมนี้ดูล้ำสมัยไม่เข้ากับช่วงเวลาในเกมเท่าไรนัก เพราะเป็นการย้อนเวลากลับไปในความทรงจำ และเพราะความล้ำสมัยที่ขัดกับช่วงเวลาในเกมนี่ละทำให้มันออกมาดูดีมากๆ การใช้โครงสร้างเคมี ตัวเลขแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Chromosome ในสาย DNA เพื่อแสดงรายละเอียดของภารกิจในตะวันออกกลางช่วงยุคกลางก็ให้ความรู้สึกแปลกใหม่และเตะตาเอามากๆ ผมว่าจุดนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่หลายๆคนชอบเช่นกัน สำหรับการควบคุมนั้น หลายๆคนประสบปัญหาไม่สามารถใช้ joystick ในการควบคุมได้เพราะปัญหาด้านเทคนิคของตัวเกมเอง ตัวผมเองไม่มี Xbox360 Controller เลยไม่มีโอกาสทดสอบการควบคุมกับ joystick ในกรณีนี้ก็ขอไม่กล่าวถึง แต่จากการใช้ Mouse และ Keyboard ในการควบคุม ก็บอกได้เลยว่าลื่นไหลไม่มีสะดุดแถมการกดท่าต่างๆและการเปลี่ยนมุมมองไปมาก็ง่ายและสะดวกมาก ดังนั้น Mouse และ Keyboard จึงไม่ใช่ปัญหาในการควบคุมเกมนี้สำหรับชาว PC แน่นอน

 ac09 ac10

Graphic

ต้องบอกว่ามันคือส่วนที่น่าประทับใจที่สุดรองมาจากเกมการเล่นที่เป็นแบบ Action กราฟิกในเกมสวยงามระดับ High Definition มีการใช้ HDR และ Shader 3.0 เพื่อสร้าง Texture ต่างๆที่มีรายละเอียดสูงและแสงเงาที่สมจริงให้กับสภาพแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีการใช้ Motion Blur ร่วมด้วยเมื่อเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว เช่นการขี่ม้า หรือวิ่งหนีเหล่าทหาร ภาพก็จะเบลอตามไปด้วย สถาปัตยกรรมและสิ่งก่อสร้างต่างๆในเกมเข้ากับบรรยากาศแบบตะวันออกกลางช่วงสงครามครูเสดเป็นอย่างมาก ภาพต่างๆในเกมสวยงามเกือบเทียบเท่า CG เลยทีเดียว และแน่นอน การที่จะได้ภาพที่งามขนาดนี้ก็ต้องแลกมาด้วยสเป็กเครื่องที่สูงพอสมควร จากสเป็กเครื่องที่ใช้ทดสอบผมสามารถเปิดรายละเอียดต่างๆได้อย่างเต็มที่ไม่มีสะดุด แต่จะมีปัญหาเดียวคือเมื่อเปิด V-sync ขณะเล่น เกมก็เกิดเด้งกลับสู่หน้าจอ desktop เอาดื้อๆ แต่หลังจากปิด V-sync ไปก็ไม่มีปัญหาอะไร สำหรับเครื่องระดับกลางๆ แน่นอนว่าต้องมีอาการกระตุกให้เห็นบ้างเพราะระบบขั้นต่ำที่ตัวเกมต้องการก็ค่อนข้างจะสูงพอควร การเล่นอาจต้องมีการปรับลดรายละเอียดลงไปบ้าง และอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ผู้เล่นที่ใช้ Laptop อาจมีปัญหาเรื่องการแสดงผล เพราะตัวเกมเองไม่สนับสนุนชิปเซ็ตของ VGA ใน Laptop

 ac11 ac12

Sound

หลายๆคนที่เล่นเกมนี้อาจจะประสบปัญหาตัวละครต่างๆในเกมเป็นใบ้เช่นเดียวกับที่ผมเจอ ในตอนแรกคิดว่าเป็นการนำเสนอรูปแบบหนึ่ง (เหมือนดูละครใบ้ ดูแต่ภาพแล้วเดาเอา ) แต่จริงๆแล้วมันเป็นปัญหาทางเทคนิคของเกมเองซึ่งกว่าจะรู้ตัวผมก็เล่นไปจนถึงเนื้อเรื่องส่วน Memory Block 2 แล้ว และหลังจากจัดการให้ตัวละครหัดพูดได้แล้ว ผมก็อดไม่ได้ที่จะต้องมานั่งเล่นใหม่เพราะอยากรู้เนื้อเรื่อง ปัญหาที่ไม่น่าให้อภัยอันนี้จะเกิดกับผู้เล่นที่ใช้ Sound card ยี่ห้อ Realtek High Definition Audio, Soundmax HD Audio และ nForce Audio สาเหตุก็คือความไม่เข้ากันของไฟล์ในเกมกับ Sound card นั่นล่ะครับ แต่ก็ยังดีที่ไฟล์คู่มือในเกมก็ได้บอกวิธีแก้ไขไว้ด้วย คุณต้องปรับลด Hardware Acceleration ให้ไปอยู่ที่ค่า Basic จึงจะใช้งานได้ตามปกติ (สำหรับผู้ใช้ลำโพง 5.1 ให้ปรับไปที่ Standard ครับเสียงถึงจะออกครบทุกลำโพง) และที่ผมบอกว่ามันไม่น่าให้อภัยก็เพราะปัญหานี้ก็พบได้ในตัวเกมที่เป็นเวอร์ชั่นสมบูรณ์และยังเป็นแผ่นแท้อีกด้วย (แผ่นที่เล่นแล้วเอามาเขียนนี่ล่ะ) ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาแบบนี้ด้วยซ้ำไป ก็ต้องรอดูว่าจะมี patch ออกมาแก้ไขส่วนนี้หรือไม่ สำหรับเรื่องเสียงประกอบในเกม ด้วยระบบเสียง 3 มิติ ทำให้ทั้งเพลงประกอบและเสียงเอฟเฟ็คต่างๆ จัดว่ายอดเยี่ยมครับ เพลงประกอบเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ในแต่ละฉาก เอฟเฟ็คต่างๆ เช่น เสียงผู้คนจอแจทั่วไป การตะโกนขายของ แจกันแตก ให้ความรู้สึกตลาดดีจริงๆ สร้างความมีชีวิตชีวาให้สภาพแวดล้อม และที่ขาดไม่ได้เสียงการสู้รบต่างๆโดยเฉพาะเมื่อสังหารศัตรู ก็ทำออกมาได้ถึงอกถึงใจสร้างความสะใจไม่น้อย แต่มีอย่างหนึ่งที่ทำให้รู้สึกซ้ำซากมากๆนั่นก็คือบทพูดของ NPC อย่างชาวบ้านทั่วไปและ NPC ตามภารกิจต่างๆ ที่มีบทพูดซ้ำๆกัน ไม่ว่าจะไปเมืองไหนก็ยังได้ยินเหมือนเดิม  อีกอย่างก็คือ เกมนี้ไม่มี Sub-title นะครับ คุณจะได้ทดสอบทักษะการฟังควบคู่กับระบบเสียงอันสุดยอดคู่กันไปในตัว

  ac13 ac14

ข้อดี      

 - ส่วน Action สุดมันส์ เกมการเล่นเปิดกว้าง

 - กราฟิกสวยงามระดับ High Definition เสียงประกอบแบบ 3D อันยอดเยี่ยม

 -  การนำเสนอทั้งส่วนเนื้อเรื่องและการเล่นแปลกใหม่ ทำให้คุณเกาะติดอยู่กับเกมได้เป็นวันๆ

ข้อเสีย    

- Director’s Cut Edition ไม่ได้มีความหมายอะไรเป็นพิเศษนอกจากการโฆษณาสำหรับเวอร์ชั่น PC ภารกิจที่เพิ่มเข้ามาไม่ต่างกับภารกิจย่อยอื่นๆที่มีอยู่ในเกมเท่าไรนัก

- ปัญหาด้านเทคนิคเรื่องเสียงที่ไม่เข้ากับ Hardware บางตัว ส่วนเนื้อเรื่องไม่มี Sub-title

- ใช้เครื่องสเป็คค่อนข้างสูง (ในยุคของมัน) ถึงจะเล่นได้ลื่นไหลสวยงาม Ai ไม่ฉลาดเท่าที่ควร

 

Graphic             8.5/10 

Sound               8.0/10

Gameplay         8.0/10

Control&UI        8.5/10

โดยรวม             8.0/10

ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบเกม Action อย่าง Prince of Persia และ Splinter Cell เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว Assassin’s Creed คือส่วนผสมที่ลงตัวที่สุดของ 2 เกมนี้ การนำเสนอที่แหวกแนวช่วยเพิ่มความน่าสนใจมากขึ้นไปอีก และถึงแม้ว่าคุณจะไม่เคยเล่นทั้ง 2 เกมนั้นมาก่อนหรือไม่ชอบการเล่นแบบลอบเร้น Assassin’s Creed ก็ยังมีบท Action สุดโหดอันสุดมันส์ที่จะทำให้คุณติดหนึบอยู่กับมันได้เป็นวัน ถ้ามองข้ามข้อเสียที่เป็นปัญหาเล็กๆน้อยทางเทคนิค หรือปัญหาใหญ่อย่างสเป็กเครื่องที่ต้องการค่อนข้างสูง Assassin’s Creed คือเกมนำเสนอบทบาทมือสังหารได้สมจริงที่สุดในเวลานี้เลย คอเกม Acton ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

Hits: 2378
Comments (3)add comment

Lovely said:

Lovely
...
ชอบภาคแรกตรงที่เมืองมีชีวิตชีวานี่เหละแถมอยู่ในยุค ครูเสด ถ้าได้ดูสารดดี Holy Warrior ทาง History Channal แล้ว คงจะสนุกกับเกมมากขึ้น เชื่อผมดิ
 
March 31, 2010
Votes: +0

Neoz said:

Neoz
...
ภาค 2 เมืองดูดีกว่าภาคแรกอีกนะ
 
April 01, 2010
Votes: +0

Arthuran said:

Arthuran
...
ทนเล่นภาคแรกไม่ไหว
เวลาคุยกันนานๆ กดข้ามไม่ได้ด้วย
 
April 03, 2010
Votes: +0

Write comment
You must be logged in to post a comment. Please register if you do not have an account yet.

busy