 |
มีหรือที่วิกฤตการณ์แผ่นแพง บัคบาน Origin กากจะมาหยุดเหล่าเกมเมอร์ไม่ให้ลงสนามได้ ฤดูกาลใหม่ 2011 - 2012 เริ่มต้นแล้ว คอบอลจงมาชาบูๆ FIFA Soccer 12 กันโดยพลัน!!! |
ต้องขอยอมรับตามตรงว่าช่วงหลังๆนี่ผมเริ่มที่จะรู้สึกชินชากับเกมแนวๆ PES หรือ FIFA ไปซะแล้ว สาเหตุหลักๆไม่ใช่เพราะมันไม่สนุก แต่ด้วยเหตุที่ว่าตัวผมเองนั้นหนักไปทางสาย Simulation , RPG และ Turn-Base มากกว่า การตอบสนองรวมไปถึงทักษะการเล่นเกมแนวที่ต้องออกแอ็คชั่นหรือสั่งการตลอดเวลาจึงทื่อจนเรียกว่าเกือบจะช้าเหมือนตาแก่ไปแล้ว ผมจึงมักที่จะเลี่ยงเกมแนวๆนี้ไปเลยถ้าเป็นไปได้ แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ผมก็อดไม่ได้ที่จะลองเจ้า FIFA Soccer 12 ดูเมื่อมีโอกาส จริงล่ะที่ว่าผมไม่ค่อยจะถูกโรคกับเกมแนวนี้สักเท่าใดนักดังที่กล่าวไปแล้ว แต่ด้วยเหตุที่ว่าผมนั้นเป็นพวกหายใจเข้าออกเป็นลูกหนัง จะให้ทนรอ FM กับ FIFAM ที่จะออกตอนกลางเดือนก็คงจะลงแดงตายดับไปเสียก่อน ก็เลยจัดการ Install FIFA 12 ลงเครื่องซะเพื่อเล่นฆ่าเวลาในหมู่ญาติสนิทมิตรสหาย และก็เป็นเหตุให้เกิดเจ้า Review ตัวนี้ขึ้นมานี่แล

ทว่ายังไม่ทันจะได้เข้าหน้า Main Menu ด้วยซ้ำ แค่ Install เกมลงเครื่องก็ทำผมแทบจะเครียดได้แล้ว (อันที่จริงก่อนหน้านี้ก็แทบจะเอาหัวโขกผนังให้หายแค้นกับความโง่ของตนไปทีแล้ว เพราะเจือก Add CD-Key ผิด ID แทนที่จะ Add ลง ID ตัวเองเจือกสะเออะไป Add ลง ID สำหรับครอบครัวที่เผลอเปิดค้างไว้เสียฉิบ ๑,๒๙๐.- บาทถ้วนเลยนะนั่น T_T) ในกรณีที่คุณลงจากแผ่นเกม (ในกรณีของผมก็แผ่นลิขสิทธิ์ของ Saluzi) ผมไม่แน่ใจว่าเป็นความมึนของ Origin เองหรือเป็น Official Patch ที่จำเป็นต่อการเล่นจริงๆกันแน่ ตัวเกมนั้นจะบังคับให้คุณนั่งดาวน์โหลด Patch ก่อนเข้าเล่นเกมรวมแล้ว 3 GB กว่าๆได้ (จำเศษไม่ได้ล่ะ) แต่ในกรณีที่คุณ Add Key ลง Origin และดาวน์โหลดเอานั้น คุณจะต้องทำก็แค่ดาวน์โหลดเฉพาะตัวเกมที่มีขนาด 6 GB หน่อยๆเท่านั้นเองโดยที่ไม่ต้อง Patch เพิ่มแต่อย่างใด ช่างเป็นอะไรที่ชวนมึนเอามากๆจริงๆ
หลังจากที่ผ่านการ Patch อย่างดุเดือดถึง 3 GB มาเรียบร้อยแล้ว (ยอมรับตามตรงผมไม่รอโหลดเสร็จ ไปหรอยเครื่องข้างๆที่โหลด 6GB เพราะ Add Key แล้วเจือกเสร็จก่อนเล่นแทน) ในที่สุดก็ได้เวลาเข้าเล่นกันล่ะ ก็เช่นเคยเหมือนในฤดูกาลก่อน อีตากาก้าอริเก่าของป๋าแพนด้ายังคงทำหน้าที่เป็นพรีเซ็นเตอร์เด่นหลาเช่นเคยในหน้า Main Menu จากเท่าที่นั่งงมๆอยู่สองสามรอบ ดูเหมือนว่าหลักๆแล้ว โหมดการเล่นส่วนใหญ่รวมไปถึงตัวเลือกต่างๆนั้นก็ยังคงอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งแน่นอนว่าในการเล่นครั้งแรก เราก็จะมาเริ่มที่การชำแหละเจ้าเอนจิ้นใหม่ของเกมก่อนเลยละกันโดยแมตซ์อุ่นเครื่องที่เราใช้ในการทดสอบก็แน่นอนว่าต้องเป็นคู่แดงเดือด หงส์ - ผี นั่นเอง (ยอมรับแบบไม่ซึนสำหรับผู้ที่ยังไม่รู้ ผมเองเป็นเด็กหงส์ครับ)

ก่อนที่จะเข้าเกมไปบู๊ ก็แน่นอนล่ะว่าจะต้องนั่งจัดหนักกับ Tactic กันก่อนจริงไหม? ซึ่งในกรณีที่คุณยังไม่ได้ทำการตบแต่งหรือดัดแปลงใดๆ ตัวเกมนั้นก็จะทำการตั้งค่า Tactic มาให้โดยใช้ผู้เล่นตัวหลักรวมไปถึงระบบการเล่นที่ทีมนั้นๆใช้อยู่จริง ณ เวลานั้นมาให้เรียบร้อย ออกจะมีจุดที่แปลกไปนิด เช่น ไม้สอยมะม่วงโดนโยกไปยืนริมเส้นขวาหรือสากโดนจับไปยืนกลางสนาม แต่ดูรวมๆแล้วก็ผิดไปจากความเป็นจริงแค่หนึ่งหรือสองตำแหน่งเท่านั้น นับได้ว่าทำได้ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งถ้าคุณไม่พอใจ คุณก็สามารถที่จะปรับเปลี่ยนผู้เล่นหรือเปลี่ยนแผนการเล่นได้เช่นกัน การควบคุมและปรับเปลี่ยนในหน้า Tactic Instruction ของ FIFA12 นี้จัดได้ว่าทำได้ดีมากและใช้งานได้สะดวกดีครับ
ทว่ามีอยู่จุดหนึ่งที่ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะผมตาไม่คมพอเองหรือไม่เก็ตกับมันกันแน่ก็คือการที่หน้า Tactic Instruction นั้นสามารถที่จะปรับการจ่ายบอล การตั้งแนวรับ และการยืนตำแหน่งได้ ยกตัวอย่างเช่น คุณสามารถที่จะปรับให้ทีมเน้นเล่นบอลยาวได้ หรือคุณสามารถที่จะสั่งให้ทีมของคุณเล่นแบบ Free Roaming มากขึ้นได้ แต่เมื่อนำไปใช้งานจริงๆ โดยส่วนตัวผมเองรู้สึกว่ามันไม่ค่อยจะเห็นผลหรือความแตกต่างสักเท่าใดนัก ต่อให้ปรับให้เล่นบอลแบบ Short หรือ Direct สั่งให้ Stick Position หรือ More Roaming การยืนตำแหน่งของผู้เล่นนั้นก็ดูไม่ค่อยจะแตกต่างไปสักเท่าไหร่ หรือในกรณีที่คุณกำหนดรูปแบบเฉพาะของผู้เล่นให้เน้นรับมากขึ้นหรือเน้นรุกมากขึ้น ท้ายที่สุดการตอบสนองของผู้เล่นมันก็ดูครือๆกันอยู่ดีสำหรับผม ก็ดังที่ว่าไป เป็นไปได้ครับว่าผมอาจจะใช้เจ้าระบบนี้ไม่เป็นเอง เพราะฉะนั้นตรงนี้ขออนุญาตแค่หยิบยกมาพูดถึงเฉยๆไม่นำไปหักลบแต้มนะ (ถ้าจะให้นำไปเปรียบเทียบกับ PES ยอมรับตามตรงว่าหน้า Tactic Instruction ของ PES นั้นดูดีกว่า ใช้งานง่ายกว่า และมีประสิทธิภาพกว่ามากในจุดนี้ครับ)

หลังจากนั่งปรับแต่งลองนู่นลองนี่พอเป็นพิธีให้คู่แข่งที่เป็นเด็กผีซึ่งนั่งข้างๆแยกเขี้ยวใส่เรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาเข้าเล่นกันจริงๆล่ะ แวบแรกเลยที่ได้เห็นกราฟฟิคของเกมนั้น ยอมรับตามตรงว่าผมไม่ได้รู้สึกประทับใจอะไรมากมายกับมัน แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ผมก็ต้องขอกล่าวว่างามมากสำหรับเกมแนวกีฬาครับ เค้าโครงหน้าของนักเตะ ชุดแข่งขัน สภาพแวดล้อม รวมไปถึงแสงเงานั้นเป๊ะมาก แถมยังไม่กินสเป็คมากมายสักเท่าใดนักด้วย เครื่องในระดับกลางๆตามสำนักงานก็น่าจะสามารถรันได้ชิวๆในระดับ Low - Mid ถ้าการ์ดจอไม่กากมากมายในระดับแถมมากับเครื่องพอให้ต่อมอนิเตอร์ได้ (แต่ดูเหมือนว่าตัวเกมจะไม่สนับสนุนการ์ดจอโน๊ตบุ๊คนะ เพราะโน๊ตบุ๊คผมเองสองตัวเล่นไม่ได้เลย ทว่า PC โบราณวัตถุอายุกว่าสี่ขวบกลับเล่นได้ซะงั้น) ไม่แน่ใจว่าบนคอนโซลนั้นเป็นอย่างไรเพราะยังไม่ได้แตะ (งบประมาณแผ่นดินหมดเสียก่อน แถม 360 ลูกเลิฟไฟแดงยังไม่ได้ซ่อม) แต่ผมเชื่อว่าความงามของเจ้าเอนจิ้นตัวนี้คงช่วยเรียกคะแนนเพิ่มจากตอน FIFA11 ได้อีกมากโขเลยทีเดียวนะ
ทันทีที่กรรมการเป่านกหวีดโดยที่ผีเป็นฝ่ายเขี่ยก่อน คู่แข่งของผมก็ไม่รอช้ารีบบุกเข้าใส่ในทันที และนี่เป็นโอกาสดีที่จะช่วยให้ผมได้ลองระบบเข้าปะทะและระบบป้องกันใหม่ที่ทีมพัฒนาคุยเสียดิบดีว่าจะเป็นไม้ตายของภาคนี้ ก็สมดังราคาคุยครับ ระบบป้องกันของตัวเกมนั้นทำหน้าที่ได้ดีมาก การบังบอล การไล่บอล หรือการควบคุมเพื่อนร่วมทีมที่เป็น AI นั้นคุณสามารถจัดการได้โดยการกดปุ่มเพียงแค่ปุ่มเดียว ซึ่งการตอบสนองของฝ่ายป้องกันที่มีต่อฝ่ายครองบอลนั้นจะเร็วช้าอย่างไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับ Attribute หรือก็คือค่าความสามารถของนักเตะล้วนๆ (ยืนยันครับว่า Attribute ส่งผลแน่นอนใน FIFA12 เพราะผมลองสลับตำแหน่งหลายๆตำแหน่งดูระหว่างตัวจริงกับตัวสำรอง การตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆนั้นคนละเรื่องเลย อาจจะไม่ได้ห่างชั้นกันมากมายเหมือนฟ้ากับเหวเช่นใน PES ที่เม็ดสีตัวเดียวพ่อลากได้ตั้งแต่เส้นหลังยันหน้าประตู แต่ก็สมจริงดี) ในกรณีที่ฝ่ายรุกนั้นเป็นพวกมือใหม่หรือผู้เล่นในระดับพื้นๆ เจ้าระบบใหม่นี้จัดได้ว่าโอเคดีทีเดียวเพราะสามารถเล่นซะอีกฝ่ายไปไม่เป็นเลยทีเดียว (โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเทพ PES) แต่ในกรณีที่คุณเจอกับพวกในระดับเก่งกว่ามาตรฐานหรือระดับ Pro เจ้าระบบป้องกันนี้แทบจะไร้ความหมาย เพราะเขาสามารถที่จะฉีกกระชากแนวรับของคุณเป็นชิ้นๆได้ง่ายๆเลยถ้าคุณหวังจะพึ่งระบบป้องกันใหม่นี้อย่างเดียวโดยไม่ใช้ฝีมือ ซึ่งกว่าผมจะหลุดเข้าโหมดตาสว่าง คู่มือที่เล่นด้วยกันก็กดผมไป 5 - 0 แล้ว แต่ก็เอาเถอะ โดยรวมแล้วเจ้าระบบใหม่นี้ก็จัดได้ว่ามีประโยชน์ดีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มเล่น FIFA เป็นฤดูกาลแรกๆครับ

สำหรับระบบ Impact ที่เป็นอีกหนึ่งลูกเล่นใหม่ของเกมนั้น บอกตามตรงว่าผมประทับใจกับมันมากๆ ไม่มีอีกแล้วกับการเสียบวืดแล้วเจือกเจ็บ หรือถีบเต็มตูดแต่เจือกหงายหลัง ถ้าคุณโดนเตะ ภาพช้าก็จะช่วยให้เห็นชัดๆเลยว่าโดนตรงไหนอย่างไร และอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นนั้นก็จะตรงตามจุดปะทะเป๊ะๆ แถมเวลาเบียดกันนั้น เหลี่ยมที่ยืนรวมไปถึงความเร็วที่ใช้นั้นก็มีผลเอามากๆไม่ได้วัดเอาจากเพียงแค่ Attribute เหมือนเดิมอีกแล้ว สำหรับลูกเล่นใหม่นี้ผมให้คะแนน 10 / 10 ไปเลยครับ (ถ้าทีมพัฒนาเอาไปใช้กับ 3D Match ของ FIFA Manager ด้วยจะเป็นพระคุณอย่างมาก)
หลังจากโดนโทรมดับอนาจคาแอนฟิลด์ไปหลายนัด ก็ได้ฤกษ์ถีบคู่ทดสอบที่เล่นด้วยกันไปไกลๆแล้วกลับมาทดสอบโหมดอื่นๆต่อซะที สำหรับ Mode Campaign ของเกมนั้นก็ได้รับการปรับปรุงใหม่เช่นกัน โดย 2 โหมดเดิมก็คือโหมด Be A Pro และ Manager ก็ยังคงอยู่ ทว่าใน FIFA12 นี้จะมีโหมดใหม่เพิ่มเข้ามาซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถสวมบทเป็นผู้เล่น + ผู้จัดการเหมือน God แห่งแอนฟิลด์ ณ เมืองทองได้ด้วย สำหรับโหมดการเล่นและบริหารนั้นก็ยังเดิมๆครับ ไม่ค่อยจะแตกต่างจากเดิมสักเท่าใดนัก ก็เล่นได้สนุกพอหอมปากหอมคอพอให้หายคิดถึง ซึ่งถ้าคุณต้องการที่จะสวมบทเป็น Manager จริงๆ ผมก็ยังคงแนะนำให้รอ FIFA Manager หรือไม่ก็ Football Manager ดีกว่า โดยรวมแล้วในจุดนี้ก็ทำได้ไม่ดีไม่แย่ อยู่ในระดับมาตรฐานครับ

โดยรวมแล้ว FIFA Soccer 12 ก็จัดได้ว่าเป็นเกรดระดับ B+ เกมหนึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเป็นคอบอลที่ชอบเกมแนวๆ PES หรือ FIFA เป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ตาม มันยังไม่ใช่เกมที่สมบูรณ์อะไรมากมายถึงขนาดไร้ที่ติ ยังมีบัคให้เห็นอยู่ดาษดื่นมากมาย ปัญหาสะอึกบ้างพอเป็นพิธีสำหรับเครื่องที่แรงเกิน ระบบ Manager ที่อ่อนด๋อยมากๆสำหรับคอบอลพันธุ์แท้ หน้าตานักเตะใน 3D Match ที่บางครั้งผิดจากตัวจริงเหมือนจอห์นนี่ เด็ปป์กับเท่ง เถิดเทิง เพื่อน AI ใน Be A Pro ที่โคตรมึน (โดยเฉพาะผู้รักษาประตู) หรือการที่ตัวเกมปฏิเสธขาดจาก Joypad บางตัวทั้งๆที่ Joypad สามเข่งร้อยบางตัวดันใช้ได้ซะงั้น รวมไปถึงปัญหาโง่ๆเกี่ยวกับเครือข่ายที่ทำให้บางคนไม่สามารถเข้าเกมได้ด้วย แต่ไม่ว่าจะมีปัญหาให้พบเห็น ทว่าปัญหาเหล่านี้ก็ยังคงไม่อาจที่จะส่ง FIFA Soccer 12 ให้ลงหลุมได้ สำหรับคอบอลที่รักน้องจอยดั่งดวงใจ FIFA Soccer 12 เป็นอีกเกมในปีนี้ที่คุณควรหามาชาบูๆให้ได้โดยไวครับ

ณัฐพงษ์ วิรุฬหกุล
(S.Logan @ Vagabondteam)
 |