| C&C4 Tiberian Twilight Review | |
|
Command & Conquer 4 : Tiberian Twilight ผมก็พึ่งรู้นี่แหละ ว่าตลอดเวลา 15 ปีที่ผ่านมา Kane มันพยายามหาทางกลับดาวนาเม็ก (- -a) ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนเลยว่า ก่อนที่ผมจะมาเขียนบทความรีวิวชิ้นนี้ให้กับ VGB ผมเองได้เขียนบทวิจารณ์เกมๆนี้มาอย่างน้อยๆก็ 3 ครั้งแล้ว แต่ละครั้งก็วิจารณ์กันไปแบบหมดไส้หมดพุง จนไม่รู้จะบรรยายอะไรเพิ่มเติมได้อีก สำนวนในบทความชิ้นนี้จึงอาจจะดูมึนๆงงๆไปบ้างเมื่อเทียบกับการวิจารณ์เกมอื่นๆที่ผมเคยเขียนมาเพราะอาการเอียน อย่างไรก็ตามเนื้อในและแนวทางการเขียนก็ยังคงเหมือนเดิม การเล่นมากขึ้นหรือเขียนบทวิจารณ์หลายครั้งไม่ได้มีผลกระทบต่อความชื่นชอบ ความประทับใจ หรือข้อเสียในเกมนี้แต่อย่างใดครับ และแน่นอน คุณไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับสิ่งที่ผมบรรยายทั้งหมด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
Tiberian Twilight Box Review ตอนที่เห็นกล่องเกมๆนี้ครั้งแรก ผมค่อนข้างจะประหลาดใจมากที่ EA ลงทุนทำกล่องออกมาให้สวยงามแบบนี้ ทั้งๆที่ตัวเกมเป็นเวอร์ชั่นธรรมดา ก็เลยต้องขอกล่าวถึงกันซักนิด รูปร่างหน้าตากล่องภายนอกเป็นกล่องกระดาษหุ้ม มีการเจาะส่วนกล่องตรงกลางเพื่อให้มองเห็นภาพของกล่องที่เป็น 3 มิติ ที่อยู่ด้านใน คล้ายๆกับกล่องของ Dante Inferno นั่นแหละครับ เมื่อแกะกล่องกระดาษออกมา คุณจะพบว่าจริงๆแล้วไอ้ภาพ 3 มิติที่คุณเห็นนั้นไม่ใช่ปกของกล่องเกมแต่อย่างใด แต่เป็นแผ่นพลาสติกที่ทำเป็นรูปขนาดเท่ากับกล่องเกม (เหมือนไม้บรรทัด 3 มิติสมัยเด็กๆที่เคยใช้กัน) ตัวกล่องจริงๆก็เหมือนกล่องเกมของ EA ทั่วไป ภายในมีแผ่นเกม 1 แผ่น และคู่มือขาวดำไม่แปล กับใบชิงโชคงาน Tokyu Games Show อีกหนึ่งใบครับ
ทำไมคนถึงยึดติดกับชื่อ C&C ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้ว Command & Conquer ภาคแรกได้ถือกำเนิดขึ้นโดยยึดเอาแบบอย่างการเล่น ทั้งรูปแบบการสร้างฐาน ระบบแผนที่และยูนิต มาจากเกม RTS ขึ้นหิ้งระดับตำนานอย่างเกม Dune 2 ซึ่งในยุคนั้น Dune เป็นหนึ่งในเกม RTS ที่ปฏิวัติอุตสาหกรรมเกมและเป็นต้นแบบให้กับ RTS ยุคต่อๆมาอย่าง Warcraft หรือ C&C เอง หลายๆคนอาจจะงงว่าผมกล่าวถึง Dune ทำไม เหตุก็เพราะ Dune เป็นเหมือนเกม RTS ในอุดมคติที่มีการเล่นแบบ Old School RTS ซึ่งรวมระบบการสร้างฐานและการเก็บทรัพยากรอย่างที่หลายๆคนคุ้นเคยเข้าไว้ด้วยกัน และ C&C ภาคแรกที่ใช้ชื่อว่า Tiberian Dawn ก็สืบสานการเล่นระดับอุดมคติขั้นสมบูรณ์แบบของ Dune มาได้เกือบจะครบท้วน(ในยุคของมัน) ซึ่งนี่ก็เป็น 1 ในเหตุผลที่เกมเมอร์รุ่นเก๋าหลายๆคนต่างเทใจให้กับ RTS ในซีรี่ย์นี้ตั้งแต่ยุคนั้นเป็นต้นมา และทำให้ชื่อของ C&C เป็นเหมือนการการันตีคุณภาพว่า เกม RTS ที่แปะชื่อนี้นำหน้าจะต้องมีรูปแบบการเล่นที่เจ๋งแน่ๆ เจ๋งขนาดที่ว่าแค่ได้ยินชื่อ ก็อยากเล่นจนน้ำลายจะไหลแล้ว (ขอสารภาพว่าผมเคยรู้สึกแบบนั้นนะ แล้วคุณล่ะเคยรู้สึกแบบนั้นมั้ย) ซ้าย: Dune 2 จากค่าย Westwood Studio ที่วางจำหน่ายในปี 1992 แต่หลังจากที่ EA ได้เข้ามาเป็นผู้พัฒนาเกมในซีรี่ย์นี้แทนทีมงาน Westwood ความน่าสนใจและความสนุกของตัวเกมกลับลดลงอย่างมาก จนผู้เล่นหลายๆคนที่เป็นแฟนเกมนี้ต่างพากันส่ายหัวกันเป็นแถว แถมยังทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนดูเกมในซีรี่ย์ที่พวกเขารักถูกทำลายลงไปต่อหน้าต่อตา และในที่สุดการปิดฉากของเกมในซีรี่ย์ไทบีเรียมก็มาถึง เมื่อ EA ประกาศให้ Tiberian Twilight เป็นเกมภาคสุดท้ายในซีรี่ย์ไทบีเรียม และสัญญาว่าจะปิดตัวลงอย่างยิ่งใหญ่ แต่หลังจากที่ผมได้สัมผัสแล้ว ต้องบอกเลยว่านี่คงจะเป็นการตอกตะปูปิดฝาโลงอย่างยิ่งใหญ่ซะมากกว่า เพราะบทสรุปของเรื่องราวต่างๆมันไม่คู่ควรกับเนื้อหาเดิมที่ Westwood รังสรรค์ไว้เลยแม้แต่น้อย และก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนที่โฆษณาไว้อีกต่างหาก
จุดกำเนิดมหาสงครามไทบีเรียม ส่วนนี้สำหรับผู้ที่อยากรู้เรื่องราวของภาค TD และ TS ใครที่รู้อยู่แล้วอ่านข้ามไปได้เลยครับ เนื้อเรื่องของ Tiberian Dawn นั้นกล่าวถึง อุกกาบาตจากนอกโลกที่ตกลงมาบริเวณลุ่มแม่น้ำไทเบอร์ในประเทศอิตาลี อุกกาบาตนี้มาพร้อมกับผลึกสีเขียวสดซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษ ที่สามารถเจริญเติบโตและแพร่พันธุ์ได้เช่นเดียวกับพืชจำพวกไม้เลื้อยบนโลก และยังสามารถเปลี่ยนเอาสสารรวมถึงแร่ธาตุที่อยู่โดยรอบมาสะสมไว้ในตัวเองเพื่อใช้เป็นพลังงานได้ นักวิทยาศาสตร์ได้ตั้งชื่อพวกมันว่า Tiberium โดยใช้การอ้างอิงตามแหล่งที่ค้นพบเป็นครั้งแรก (แม่น้ำ Tiber) ผลึกนี้แพร่กระจายไปทั่วโลกเร็วมาก จนมีกลุ่มก่อการร้ายอิสระที่เรียกว่า Brotherhood of Nod เล็งเห็นประโยชน์ของผลึกนี้และต้องการนำมันมาใช้เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับกลุ่มของตน สหประชาชาติเองก็เล็งเห็นถึงภัยคุกคามในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน พวกเขาจึงได้จัดตั้งกองกำลังพิเศษที่ประกอบไปด้วยทหารจากหลายๆประเทศขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่า กองกำลังพิทักษ์โลก หรือ Global Defend Initiative (GDI) ทั้ง 2 ฝ่ายทำสงครามสู้รบกันอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี GDI เองก็พยายามจะปกป้องพื้นที่ที่ยังไม่ถูกรุกรานจากไทบีเรียมเอาไว้ ในขณะที่ Nod เองก็พยายามที่จะแย่งชิงพื้นที่เหล่านั้น แต่เมื่อ Nod เห็นว่าเริ่มจะเสียเปรียบในการสู้รบ ผู้นำคนแรกของ Nod จึงได้เสนอแนวทางให้เจรจากับพวก GDI แต่หนึ่งในผู้นำทางทหารของ Nod ที่ชื่อว่า Kane นั้นไม่เห็นด้วยและได้สังหารผู้นำคนเก่าพร้อมกับตั้งตนเองขึ้นเป็นผู้นำแทน ( Kane เกลียด GDI มากขนาดที่ว่า กรูยอมตายซะดีกว่าที่ต้องเจรจากับพวกเอ็ง) ในตอนจบ GDI บุกไปถล่ม Temple of Nod ซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์บัญชาการใหญ่ของ Nod ได้สำเร็จ แม้ว่าจะไม่พบศพ Kane ภายใต้ซากปรักหักพัง แต่ GDI ก็เชื่อว่า Kane ไม่มีทางรอดจากการทำลายล้างในครั้งนี้เป็นแน่ ต่อกันที่ Tiberian Sun เกมในภาคนี้จะกล่าวถึงเรื่องราวหลังจากตอนจบเกมภาคแรก หลังจากที่ Kane หายสาบสูญไป เหล่า Nod ที่พ่ายแพ้สงครามต่างแตกกระจายแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่าต่างๆ ผู้นำกลุ่มแบ่งแยกต่างๆที่ส่วนใหญ่เชื่อว่า Kane ได้ตายไปแล้ว พยายามจะตั้งตนเป็นใหญ่และแยกตัวออกมาจาก Nod แต่ก็มีผู้นำทางทหารนายหนึ่งนามว่า Anton Slavik ซึ่งเป็นผู้เดียวที่ยังเชื่อว่า Kane ยังอยู่ และพยายามจะรวบรวมเหล่า Nod ที่กระจัดกระจายหลังพ่ายแพ้สงครามให้กลับมารวมกันอีกครั้ง Slavik นำกองกำลังของตนออกสู้รบกับเหล่าผู้ทรยศต่อ Nod ภายใต้ชื่อของ Kane จนในที่สุดก็ได้รับชัยชนะและสามารถควบคุมตัวเหล่าผู้นำที่คิดจะล้มล้าง Kane เอาไว้ได้ แต่แล้วสิ่งที่หลายๆคนคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น Kane ปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมกับสั่งประหารเหล่าผู้ทรยศทิ้งทั้งหมด และกลับมาเป็นผู้นำของเหล่า Nod อีกครั้ง นับเป็นการกลับมารวมกันอย่างแท้จริงครั้งแรกของ Nod หลังพ่ายแพ้สงครามไทบีเรียมครั้งแรก ทางด้าน GDI นั้นก็ได้รับรายงานถึงการปรากฏตัวของ Kane เช่นกัน แต่ก็คิดว่ามันคงจะเป็นแค่ข่าวลือที่ Nod ต้องการจะใช้ปลุกระดมพวกพ้องที่กระจัดกระจายอยู่มากกว่า จนกระทั่ง Kane ปรากฏตัวขึ้นทางหน้าจอสื่อสารของศูนย์บัญชาการฟิลาเดลเฟีย และท้าทายนายพล Solomon ด้วยตนเอง ทำเอา GDI ตื่นตกใจกันครั้งใหญ่ เพราะเกรงว่าการถูกเจาะระบบการสื่อสารครั้งนี้จะทำให้ข้อมูลลับเกี่ยวกับยานต่างดาวที่ตกลงมาบนโลก ซึ่งภายในมี Tacitus วัตถุจากต่างดาวที่เชื่อกันว่ามีพลังที่สามารถเปลี่ยนโลกได้ จะถูกขโมยไป (ตกมาในช่วงรอยต่อระหว่างภาค TD และ TS และเกมก็ไม่ได้กล่าวเลยว่าเป็นยานของ Scrin จน EA มาทึกทักเอาในภาค 3) นายพล Solomon จึงได้สั่งให้ผู้บัญชาการ Mcneil นำทีมออกไปเก็บกู้ซากยานนี้ แม้ว่า GDI จะป้องกันซากยานต่างดาวและยับยั้งการปล่อยขีปนาวุธของ Nod ที่หวังจะทำลายสถานีอวกาศฟิลาเดลเฟียไว้ได้ แต่สุดท้าย Kane ก็ขโมย Tacitus ไปได้สำเร็จ และหายตัวไปอีกครั้งหลังจากพ่ายแพ้สงครามเป็นครั้งที่สอง นี่คือเนื้อเรื่องของเกมในช่วงที่ Westwood เป็นผู้พัฒนาครับ ผิดพลาดประการใดขออภัย จริงๆแล้วยังมีเนื้อหาปลีกย่อยที่น่าสนใจซึ่งอยู่ในภาค Fire Storm อีก แต่ขอไม่กล่าวถึงละกันครับ เนื้อเรื่องต่อจากนี้เป็นอย่างไร ก็ไปตามกันได้ในเกมภาค Tiberium War และภาคสุดท้าย Tiberian Twilight ที่พัฒนาโดย Electronic Art ซึ่งผมก็คงจะไม่ขอกล่าวถึงด้วยเช่นกัน เพราะมันทั้งมั่วทั้งลวก จนหมดอารมณ์จะเรียบเรียงให้อ่านกันเลยทีเดียว **เพิ่มเติม เห็นที่ Gcon เถียงกันเรื่อง Red Alert กับ Tiberian Dawn เรื่อง Kane จริงๆแล้ว Kane ไปปรากฏตัวใน RA1 ด้วยครับ (เป็นมือขวาของสตาลิน) เหตุเพราะตอนแรก Westwood ต้องการจะทำให้จักรวาล RA และ Tiberium มันเชื่อมกัน เลยปูทางเนื้อเรื่องเอาไว้ (RA1 พัฒนาหลังจาก TD วางจำหน่ายไปแล้วนะ แต่เนื้อหาตอนแรกตั้งใจจะให้เป็นเหตุการณ์ก่อน TD) แต่เพราะกระแสตอบรับ RA1 แรงมาก Westwood จึงตัดสินใจทำให้มันแยกซีรี่ย์กันอย่างที่เห็น (ตั้งใจจะเอาไว้ทำภาคต่ออีก) ซึ่งหลังจากนั้นก็มีภาคเสริมออกมา 2 ตัวได้แก้ Counter Strike กับ Aftermatch พอภาค 2 Westwood ก็ไปอยู่กับ EA แล้ว สรุปเนื้อเรืองรวมๆแล้ว ถ้ากล่าวเฉพาะซีรี่ย์ไทบีเรียม เราก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่า Kane เป็นใคร เพราะที่เห็นในเนื้อเรื่องภาค TD ก็แค่ Kane เดินดุ่ยๆเข้ามาในฉากแล้วเอาปืนจ่อยิงหัวผู้บัญชาการ Nod แล้วก็มานั่งสั่งการเราแทน ก็แค่นั้น
ปิดตำนานมหาสงครามแบบยิ่งใหญ่หรือหมดมุกกันแน่? เรื่องราวของ Tiberian Twilight จะกล่าวถึงเหตุการณ์หลังจากตอนจบในภาค Tiberium War 15 ปี โล้นซ่าของเหล่าภราดรภาพแห่ง Nod ยอมจับมือกับ GDI เพื่อหาทางหยุดยั้งไทบีเรียมที่แพร่กระจายทั่วโลก ถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องในภาคนี้จะแสดงให้เห็นว่า การร่วมมือของ Kane ในครั้งนี้จะมีจุดประสงค์แอบแฝงอยู่ลึกๆ แต่ผมพบว่ามันก็ไม่ค่อยจะสมเหตุสมผลนักที่ชายผู้ซึ่งเกลียดชัง GDI แบบเข้ากระดูกดำชนิดที่ว่าชาตินี้ยังไงกรูก็ไม่ยอมก้มหัวให้ จะยอมลดตัวลงมาเพื่อที่จะหาทางบรรลุภารกิจอันกิ๊กก๊อกของตน (วิธีอื่นมีตั้งเยอะแยะ) การเล่าเรื่องในช่วงต้นเกมไปจนถึงกลางเกมนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับรอยต่อหรือเนื้อเรื่องหลักที่น่าสนใจจากภาคที่แล้วเลยแม้แต่น้อย การเล่าเรื่องโดยใช้ FMV ในภาคนี้ก็ดูจืดสนิท นักแสดงแต่ละคนที่เลือกมานั้นไม่ได้ดูดีเหมาะสมกับบทบาทที่ได้รับเท่าไรนัก ทำให้ภาพยนตร์สรุปภารกิจในภาคนี้ไม่ได้ต่างอะไรกับหนังเกรด B หรือหนังทุนต่ำที่ทำออกมาลวกๆเพื่อแก้ขัด ซึ่งคุณเองจะรู้สึกได้เลยว่าผู้พัฒนาไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดของเนื้อเรื่องเลยจริงๆ พูดได้เลยว่าพวกเขาแค่พยายามทำให้มันจบๆไปก็เท่านั้น แต่ผมก็ดีใจนะครับที่ตำนานบทนี้มันจบได้ซะที เพราะถ้ามีภาคต่อออกมา (เช่น ภาคเสริม) ผมก็ไม่อยากจะคิดเลยว่า EA จะทำให้เนื้อเรื่องมันจะมั่วนิ่มจิ้มแจ่วมากกว่าที่เป็นอยู่นี่ขนาดไหน รูปแบบภารกิจในเกมภาคนี้ดูเหมือนจะหลากหลายกว่าเดิม เช่น คุ้มกันรถขนส่ง เข้ายึดจุดยุทธศาสตร์ตรงนั้นตรงนี้ รับมือกับศัตรูที่บุกเข้ามาจนกว่าจะครบเวลา เป็นต้น แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว การเล่นหลักๆก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการปั้มยูนิตออกมาไล่บี้ศัตรูภายในฉากเท่าไรนัก แถมการจำกัดจำนวนยูนิตที่สามารถสร้างได้ยังเป็นอะไรที่น่าเบื่อมาก โดยเฉพาะในภารกิจที่คุณต้องรับมือกับศัตรูหลายๆฝ่ายพร้อมกัน ซึ่งคุณแทบจะไม่มีทางจัดสรรยูนิตไปป้องกันจุดนั้น จุดนี้ได้อย่างเพียงพอ อย่างภารกิจของ GDI ที่ต้องคุ้มกันขบวนรถให้รอดไปให้ได้ 12 คัน ซึ่งศัตรูในฉากนั้นมี 3 ฝ่าย ซึ่งแปลว่าพวกมันมียูนิตมากกว่าคุณถึง 3 เท่า แค่ภารกิจกิ๊กก๊อกเยี่ยงนี้ ผมยังต้องใช้เวลาในการเล่นไปถึง 35 นาที จนผมต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่า “แล้วจะทนเล่นไปเพื่อ?” แต่ก็ยังดีที่เกมในภาคนี้ได้รวมการเล่นแบบ Co-op เอาไว้ด้วย ถ้าคุณมีเพื่อน ผมก็คงต้องแนะนำว่าการเล่นเกมนี้กับเพื่อนค่อนข้างจะดีกว่านั่งเล่นคนเดียวแน่นอนครับ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ทำให้เนื้อเรื่องดูน่าสนใจกว่าเดิมก็ตามที แต่ก่อนอื่นคุณต้องหาเพื่อนที่อยากจะร่วมชะตากรรมนี้กับคุณก่อนนะครับ อันนี้สำคัญมากเลยทีเดียว อุวะฮะฮะฮะ!!
C&C ที่คุณรู้จักมันตายห่านไปนานแล้ว!! รูปแบบการเล่นในภาคนี้เปลี่ยนไปจาก C&C ภาคก่อนๆอย่างสิ้นเชิง การสร้างฐาน การเก็บทรัพยากร ถูกโละทิ้งลงถังขยะหมด แล้วแทนที่ด้วยยูนิตหลักกึ่งฐานทัพกึ่งยานพาหนะที่เรียกว่า Crawler เพียงตัวเดียว ตอนเริ่มภารกิจผู้เล่นจะได้รับอนุญาตให้เลือก Crawler จากทั้งหมด 3 ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดก็จะมีความสามารถในการผลิตยูนิต และสามารถใช้การโจมตีพิเศษได้แตกต่างกันออกไป ได้แก่ Offense Crawler ที่เน้นการสร้างยานเกราะหนัก เหมาะสำหรับพวกชอบบุกตะลุย, Defense Crawler ที่สามารถสร้างแนวป้องกันและผลิตหน่วยทหารราบได้ และสุดท้าย Support Crawler ยานบินที่มีเอกลักษณ์ที่เน้นการสนับสนุนและใช้อากาศยานเข้าโจมตี และเนื่องจากไม่มีการเก็บทรัพยากรในภาคนี้ จำนวนยูนิตที่ผู้เล่นสามารถผลิตได้จะถูกจำกัดด้วย Upkeep หรือที่เรียกกันแบบบ้านๆว่า Cap ของยูนิต ทำให้กลยุทธ์สุดแปลกใหม่ที่เรียกกว่า “Spam” ถือกำเนิดขึ้น (มันใหม่ตรงไหนวะกลยุทธ์นี้) ถึงแม้ว่าเกมการเล่นในภาคนี้เน้นการสู้รบที่รวดเร็ว (และมั่วเร็ว) มากกว่าภาคก่อนอย่างเห็นได้ชัด แต่ใช่ว่าผู้เล่นจะสามารถปั้มยูนิตดาหน้าเข้าใส่กันได้อย่างไม่ลืมหูลืมตา เพราะยูนิตแต่ละชนิดนั้น มันรับประทานค่า Upkeep ไม่เท่ากัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับชนิดและระดับของยูนิตนั้นๆ ยิ่งยูนิตมีระดับสูงก็จะใช้ Upkeep มากกว่าปกติ ประกอบกับยูนิตในเกมนี้ยังมี Skill เฉพาะตัวให้คุณได้กดใช้ (Dota มั้ยคัฟนาย!!) ทำให้การเล่นที่เน้นการควบคุมระดับ Micro มีความสำคัญมากขึ้น เพราะนอกจากคุณต้องใส่ใจกับจำนวนยูนิตที่ผลิตได้อย่างจำกัดแล้ว คุณก็ต้องคอยพะวงกับการกดใช้ Skill (ซึ่งส่วนใหญ่ไร้สาระแบบว่าไม่มีก็ได้) และการปั้มยูนิตอย่างต่อเนื่อง หากคุณต้องการจะชนะ นี่ยังไม่รวมระบบค้อน กรรไกร กระดาษที่นำมาใช้ในภาคนี้นะครับ ไม่งั้นปวดหัวตายห่ะ (ต้องมานั่งจำว่ายูนิตตัวไหนแพ้ตัวไหน แทนที่จะใช้จุดอ่อนจุดแข็งมาฟัดกัน) โดยส่วนตัวแล้ว ทั้งหมดที่ผมได้กล่าวไป ถ้าไม่บอกว่ามันคือหนึ่งในองค์ประกอบของความเป็น RTS รูปแบบใหม่ที่ C&C ภาคนี้พยายามจะนำเสนอ ผมคงจะคิดว่า ไอ้การแยกทัพบกทัพฟ้าออกจากกัน การตัดระบบสร้างฐานเก็บแร่ทิ้ง รวมถึงการจำกัดจำนวนยูนิตที่สามารถผลิตได้ในแต่ละเกม คงจะเป็นการดูถูกสติปัญญาของผู้เล่น RTS เป็นแน่ (จัดมาเหมือนเดิมเหอะ ตู Control ได้) ในส่วนของ Multiplayer นั้น เกมนี้รองรับผู้เล่นสูงสุดถึง 10 คน ซึ่งก็นับว่าค่อนข้างเยอะทีเดียว แต่ถ้ามาคิดๆดูแล้ว เกมการเล่นที่ไม่เหลืออะไรนอกจากปั้มยูนิตเข้าตีกัน จะเล่นซัก 20 คนก็คงจะไม่มีปัญหา (แต่เสียดายที่มันไม่มี 555+) การเล่นหลักๆในโหมดนี้คือการพยายามแข่งกันยืดจุดยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า Victory Point เพื่อพยายามทำคะแนนให้ได้มากที่สุด ฝ่ายใดได้คะแนนครบกำหนดไปก่อนก็จะเป็นผู้ชนะไป ไม่มีการยึดบ้านหรือตัดทรัพยากรกันอีกแล้ว สิ่งที่คุณจะได้เจอจนชินตาก็คือ ผู้เล่นแต่ละฝ่ายต่างยก Crawler มาตั้งประจันหน้ากันตรง Victory Point แล้วปั้มยูนิตเข้าใส่กันอย่างไม่ลืมหูลืมตา ซึ่งต้องบอกตรงๆว่า ตั้งแต่เกิดมา ผมก็พึ่งจะเจอกลยุทธ์แบบนี้ใน C&C4 เป็นครั้งแรกนี่แหละ แต่ถ้าคุณไม่คิดอะไรมาก โหมดนี้ก็เล่นได้สนุกทีเดียวละครับ และจะดีถ้าคุณมีทีมหรือเพื่อนที่รู้ใจเล่นด้วยกัน เพราะการเล่นคนเดียวแบบตัวใครตัวมันนั้น ไม่สามารถสร้างความแปลกใหม่หรือกลยุทธ์ใหม่ๆในการเล่นโหมดนี้ได้เลย ต้องเล่นกันเป็นทีมถึงจะสนุกครับ
MMORTS? อีกสิ่งหนึ่งที่โคตรจะโดดเด่นและเห็นชัดๆในภาคนี้ก็คือ ระบบการเก็บ Level ของผู้เล่น ผู้เล่นทุกคนที่เริ่มเล่นเกมๆนี้จะมีระดับ LV เริ่มต้นที่ 1 จำนวนยูนิตและความสามารถพิเศษที่สามารถใช้งานได้ในช่วงแรกจะมีเพียง 2-3 ตัวเท่านั้น หากคุณต้องการจะเข้าถึงยูนิตในระดับที่สูงขึ้น ความสามารถพิเศษที่หลากหลายขึ้น คุณต้องพยายามเก็บค่า EXP เพื่อเพิ่มระดับ LV ของคุณ ซึ่งการเก็บค่า EXP ในเกมนี้มันไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า เล่น เล่น เล่น และเล่น จะแพ้หรือชนะคุณก็ได้ EXP เช่นกัน และสิ่งที่แย่ที่สุดก็คือ การนำระดับ LV ซึ่งเป็นตัวจำกัดยูนิตที่ผู้เล่นสามารถเข้าถึงได้นั้น มันผูกกับเกมการเล่นในทุกโหมด แม้แต่ Skirmish ที่ผู้เล่นควรจะเข้าไปลองยูนิตหรือการอัพเกรดต่างๆได้ก็ไม่เว้น และที่ดูไร้สาระที่สุดก็คือการนำระบบนี้ไปใช้ในส่วนของ Campaign เมื่อคุณปฏิบัติภารกิจในแต่ละฉากได้เป็นผลสำเร็จ เกมก็จะให้ EXP เป็นรางวัล หาก EXP ที่คุณได้รับมากพอที่จะทำให้คุณเลื่อนระดับ คุณก็จะสามารถใช้ยูนิตระดับสูงขึ้นได้ในฉากต่อไป ผมอยากรู้จริงๆว่า ไอ้การใช้จำนวน EXP และ LV มาเป็นตัวกำหนดยูนิตระดับสูงที่จะสามารถเล่นได้ในฉากต่อๆไปเนี่ย มันต่างอะไรกับการเข้าถึงยูนิตแบบปกติในโหมดเนื้อเรื่องภาคก่อนๆ ที่เมื่อเล่นไปเรื่อยๆเกมก็จะปลดล็อกยูนิตใหม่ๆให้ใช้โดยอัตโนมัติ (เพื่ออะไรครับ EA) นอกจากนี้การนำระบบการเก็บค่าประสบการณ์ไปใช้ในโหมด MP นั้น ก็ทำให้เกิดความไม่สมดุลต่อการเล่นเป็นอย่างมากอีกด้วย เพราะผู้เล่นที่ขยันเล่นและมีระดับ LV สูง จะสามารถเข้าถึงยูนิตและเทคโนโลยีได้มากกว่า เมื่อเทียบกับผู้เล่นที่มีระดับ LV ต่ำทั่วๆไป ถึงใครจะบอกว่ายูนิตระดับสูงมันห่วยแตกจนไม่น่าจะมีผลต่อความสมดุลของเกมเพราะคนเค้าไม่ใช้กัน แต่ผมก็ยังจะบอกว่าไอ้ความต่างของ LV เนี่ยมันก็ยังทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบอยู่ดี ลองคิดเล่นๆดูว่า หากคุณเจอกับผู้เล่น LV10 ที่สามารถเลือกอัพเกรดเทคโนโลยีของตนเองได้เป็นกระบุงตั้งแต่ต้นเกมในขณะที่คุณมี LV 1 และมีเทคโนโลยีให้เลือกใช้แค่ 1-2 อัน แบบนี้ไม่เรียกว่าเสียเปรียบจะเรียกว่าอะไรครับ นอกจากนี้ ยูนิตแต่ละตัวในเกมยังมีระดับ LV ของตนเองอีกด้วย เมื่อคุณใช้งานยูนิตไปซักระยะ ระดับของยูนิตก็จะเพิ่มขึ้น และที่ระดับสูงสุด ยูนิตธรรมดาของคุณก็จะอึดทนทาน ตายยากและโจมตีแรงเป็นพิเศษ แม้แต่ใช้ยูนิตที่แพ้ทางกันมารุมยำก็ต้องใช้เวลาอยู่พักใหญ่กว่าจะเอาชนะได้ นี่คืออีกตัวอย่างหนึ่งของความไม่สมดุลในเรื่องของยูนิต แม้ว่าการไล่เก็บ EXP เพื่อเลื่อนระดับ LV ในเกมนี้ จะดูเหมือนเป็นการบังคับผู้เล่นให้ต้องเล่นอย่างต่อเนื่องถ้าไม่อยากเสียเปรียบ แต่ก็คงจะมีผู้เล่นจำนวนไม่น้อยที่ถูกใจกับระบบนี้เพราะมันมีกลิ่นไอของความเป็น RPG หรือ MMO ปนอยู่ก็ตรงการพยายามเก็บ LV และไล่ปลด Achievement ภายในเกม แต่บังเอิญว่าผมเองไม่ใช่ผู้เล่นที่ชอบเกมแนว MMO ระบบนี้จึงสอบตกและน่าเบื่อมากสำหรับผม โดยเฉพาะถ้าจะเรียกเกมนี้ว่า RTS หรือ C&C มันแทบจะเรียกไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แม้ว่าตัวเกมจะโดนสับเละในส่วนของเนื้อเรื่องจากหลายๆสำนัก แต่สิ่งที่ได้รับคำชมเหมือนกันก็คือ เรื่องของภาพและเสียง ในเรื่องของกราฟิกนั้น พื้นผิวสิ่งต่างๆรวมถึงสภาพแวดล้อม ทำออกมาได้สวยงามและมีรายละเอียดเยอะกว่าภาคก่อนๆมาก แสงสีเอฟเฟ็คในภาคนี้ดูตระการตาชวนเล่นเอามากๆ จนแทบจะกล่าวได้เลยว่า ภาพในเกมนี้คือหนึ่งในองค์ประกอบที่จะชวนให้คุณเล่นเกมต่อไปได้จนจบ (หรืออย่างน้อยก็จบภารกิจนั้นๆ) การออกแบบยูนิตต่างๆในภาคนี้ส่วนใหญ่ดูเท่ดี โดยเฉพาะอากาศยาน ถึงแม้จะหลุดคอนเซปต์เดิมไปบ้าง แต่ผมก็ยังยอมรับมันได้มากกว่า ไอ้หุ่นซามูไรถือง้าวหรือสาวน้อยยูริโกะจาก RA3 แต่ยูนิตที่รับไม่ได้เลยจริงๆก็คือ Scorpion Tank ที่ออกแบบได้ทุเรศลูกกะตามาก (คิดได้ไงรถถังมีกล้าม มีหางแต่ล้อดันเป็นตีนตะขาบ) ส่วนเสียงประกอบภายในเกม OST ฉากหลังยังคงคุณภาพเช่นเดียวกับเพลงประกอบจาก C&C ทุกภาค แม้ว่าหลายๆสำนักจะชมเรื่องเสียงว่ามันไม่ค่อยมีที่ติ แต่ผมว่ามันเกินจริงไปนิด เพลงประกอบบางส่วนยังชวนง่วงนอนหรือไม่ก็หนวกหูเกินไป และเสียงของยูนิตที่ซ้ำๆกันเวลาที่คุณสั่งผลิตมันก็ฟังดูตลกเกินไป ไร้ซึ่งความขลัง ข้อดี - เกมการเล่นที่รวดเร็ว - ระบบการเก็บค่าประสบการณ์ที่อาจจะถูกใจเกมเมอร์บางส่วน - กราฟิกมีรายละเอียดมากขึ้น การออกแบบยูนิตส่วนใหญ่ดูเจ๋งดี - มีโหมด Co-op ให้เล่น - โหมด Multiplayer ที่สนุกเมื่อเล่นกันเป็นทีม - มี Achievement ให้เก็บ ช่วยเพิ่มความแปลกใหม่เวลาเล่น
ข้อเสีย - ไม่ใช่ C&C ที่คุณเคยรู้จัก การนำเสนอการเล่นแบบใหม่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิงถ้าจะเรียกมันว่า RTS - ระบบค้นหาเส้นทางของ AI มีปัญหา และไม่ตอบสนองในบางครั้ง - การเล่นเรียบง่ายไร้ซึ่งกลยุทธ์ UI ใหญ่เทอะทะเกะกะลูกตา - โหมดเนื้อเรื่องน่าเบื่อ ไม่สามารถตอบโจทย์ของเนื้อเรื่องจากภาคก่อนในหลายๆข้อได้ - รูปแบบการเล่นซ้ำซากมีแต่ปั้มกับปั้ม เล่นคนเดียวอาจจะหลับ - การเก็บ EXP เพื่อปลดล็อกยูนิตที่ดูจะเป็นการบังคับผู้เล่นมากเกินไป - DRM ที่บังคับให้คุณต้องต่อ Internet ตลอดเวลาที่เล่น (ไม่ต้องใส่แผ่น ใช้การ login เข้า EA Account) - FMV ดูกากมาก เหมือนหนังทุนต่ำที่ทำออกมาลวกๆ (โลกทั้งใบเต็มไปด้วยไทบีเรียมแต่ใน FMV ดันมีทุ่งหญ้า ภูเขา ต้นไม้)
Story&Presentation 4.0/10 Gameplay 5.5/10 Sound 7.0/10 Graphic 8.0/10 Value 6.0/10 Total 6.5/10 (ไม่ใช่คะแนนเฉลี่ย)
โดยรวม ถ้าคุณลองเปิดใจกว้าง หรือหลับหูหลับตาเล่นและคิดว่านี่คือเกมอะไรก็ไม่รู้ มันก็เล่นได้สนุกและเพลินดีอยู่เหมือนกัน Tiberian Twilight ไม่ได้ห่วยแตกถึงขนาดเล่นกันไม่ลงอย่างที่หลายๆคนพูด มันก็เป็นเกมที่ดีที่หลายๆคนอาจจะชอบ แต่ยังดีไม่พอที่จะเป็นเกมที่ติดคำว่า C&C ถ้าคุณจะซื้อเกมๆนี้มาเล่น ผมแนะนำว่าให้เล่นออนไลน์และคุณควรจะมีเพื่อนที่จะเล่นกับคุณด้วย ถ้าไม่มีอย่าเล่นซะดีกว่า อย่าสนใจเนื้อเรื่อง เพราะมันทั้งจืดทั้งน่าเบื่อ แต่ถ้าคุณอยากจะลองอะไรใหม่ๆผมก็คงไม่ว่า แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่า ผมเตือนคุณแล้วนะครับ **ขอขอบคุณ บ. ซาลูซี่ ที่เอื้อเฟื้อแผ่นเกมลิขสิทธิ์สำหรับจัดทำบทความในครั้งนี้ครับ Hits: 5974 Comments (15)
![]()
Holy_Master
said:
|
|
... C&c เริ่มต้นที่ Tiberium แต่กลับจบที่ Kane แถมสุดท้ายเราก็ไม่รุอยู่ดีว่าเขาเป็นใคร มาจากใหน scrin ภาค TW ก็เห็นบอกว่าจะบุกโลกแล้วใหนล่ะกองทัพ? tiberium ก็หมดแล้ว kane ก็ไปแล้ว แล้วมันจะมีเหตุผลอะไรต้องมาอีกล่ะ = =" Epic มากนะ EA แทนที่จะไขข้อสงสัยกลับเพิ่มข้อสงสัยซะงั้นแถมปัญหาภาคก่อนก็ไม่ได้รับคำตอบอีก "Epic Failed" |
|
Peachayoot Manosathienkul
said:
|
... ขอบอกว่า Theme ของเกมมัน Fail ไปตั้งเเต่ CnC3 เเล้ว เพราะในภาค TBS โลกในเกมตอนนั้นมันบัดซบชนิด Fallout3 ยังอายเเต่ในภาค 3 กลับดู เเล้วเหมือนย้อนกลับมาภาคเเรก ยังมีต้นไม้ภูเขามีป่าอีก ตอนภาค 3 เปิดตัว Scrin ไว้ตอนท้ายก็น่าสนใจนะ เเต่ทำไมภาคนี้โดนโยนทิ้งอีกเเล้ว(เพื่อ?) ทำเเบบนี้ไปทำเกม FPS ที่เคยยกเลิกไว้ดีกว่า อันนั้นดูเเล้วยังลึกลับน่าสนใจกว่าเยอะ |
|
tEoY-2033
said:
|
... ตอนที่ดู trailer ที่มันให้ดูเกี่ยวกับระบบการเล่นของเกมส์ ผมผิดหวังมากๆ แบบว่าเห้ย อะไรว่ะ เริ่มมามีให้เลือก สาม หน่วยหลัก งง มากๆๆ แล้วยูนิตเดิมมันหายไปไหนแล้ว สรุป ผิดหวังภาคนี้ แต่สุดท้ายก็หามาเล่นอยู่ดี |
|
unknow
said:
|
... DRM มันนี่แบบเดียวกับ AC2 เลยนี่หว่า นี่มันเทรนด์แบบไหนกันเนี่ย จะพาตัวเองลงนรกไปถึงไหนกันเนี่ย!!!! |
|









