BioShock 2 Review
Written by Ytse    Tuesday, 16 February 2010 14:56   
Bioshock2ReviewThumb เป็นเวลาเกือบ 3 ปีมาแล้ว ผู้เล่นที่ได้สัมผัส Bioshock คงจะจำความประทับใจจากสิ่งที่ทีมพัฒนาเกมอย่าง 2K Boston และ 2K Australia ได้นำเสนอ และผู้ที่ได้เคยสัมผัสเกมๆนี้ น่าจะจดจำกันได้ดีกับช่วงเวลาที่ได้สัมผัสกลิ่นไอของความเป็น Big Daddy ......

 


บทวิจารณ์โดย: Mac5738

Bioshock 2 Review

bshead01

Somewhere, beyond the sea  Somewhere, waiting for me

เมื่อประมาณเกือบ 3 ปีมาแล้ว ผู้เล่นที่ได้สัมผัส Bioshock เกมแนว First Person Shooter ที่ได้รับความนิยมสูงสุดอันดับต้นๆในช่วงปี 2007 คงจะจำความประทับใจจากสิ่งที่ทีมพัฒนาเกมอย่าง 2K Boston และ 2K Australia ได้นำเสนอ และผู้เล่นซึ่งได้เคยสัมผัสเกมๆนี้ น่าจะจดจำกันได้ดีกับช่วงเวลาที่ได้สัมผัสกลิ่นไอของความเป็น Big Daddy แต่น่าเสียดายที่ผู้เล่นได้สัมผัสความเป็น Big Daddy ในช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น และแน่นอนว่า ผู้เล่นจำนวนไม่น้อยเลยเรียกร้อง อยากจะสวมบทบาทเป็น Big Daddy (อีกครั้ง) ใน Bioshock 2 ซึ่งทาง 2K Games เองก็คงไม่ปล่อยให้ Bioshock มีเพียงแค่ภาคเดียวเท่านั้น ถึงแม้ว่าจะไม่มี 2K Boston อีกต่อไปแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นเรื่องน่ายินดีที่ทีมงานส่วนหนึ่งของ 2K Boston ได้มารวมตัวกันเปิดทีมพัฒนาเกมใหม่ซึ่งมีชื่อว่า 2K Marin โดยมีจุดประสงค์ที่จะมาพัฒนาภาคต่อของ Bioshock ให้ปรากฏสู่สายตาของเกมเมอร์ให้ได้

อยากรู้ว่ากล่องเวอร์ชั่นพิเศษของเกมนี้หน้าตาเป็นอย่างไร ชมกันได้ที่ Unboxing Bioshock 2 Special Edition

มันคงจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ 2K Marin นั้นจะพัฒนา Bioshock 2 ให้เสร็จทันภายในเวลา 2 ปี แต่ก็ถือว่าโชคยังดี ที่ยังมีทีมพัฒนาเกมอย่าง 2K Australia และ 2K China มามีส่วนร่วมในการพัฒนาเกมๆนี้ให้เสร็จทันตามเวลาที่กำหนด แต่ที่พิเศษไปกว่านั้นคือ ทางทีมพัฒนาเกมอย่าง Digital Extreme (ซึ่งเคยมีผลงานเด่นๆที่เกมเมอร์หลายๆคนน่าจะรู้จักกันดี อย่าง Unreal, Unreal Tournament และ Dark Sector) มารับผิดชอบในส่วนของระบบ Multiplayer ของ Bioshock 2 นั้นเอง

BioShock2_2010-01 BioShock2_2010-02

แน่นอนว่าใน Bioshock 2 นี้ ผู้เล่นจะได้รับบทบาทเป็น Big Daddy ซึ่งเจ้ายักษ์ตนนี้ไม่ใช่ Big Daddy ที่ธรรมดา เพราะ เจ้ายักษ์ตนนี้สามารถใช้ Plasmid (พลังพิเศษที่ผู้อยู่อาศัยใน Rapture เมืองใต้น้ำแห่งนี้ซึ่งก่อตั้งโดย Andrew Ryan ต้องมีติดตัวไว้ทุกคน) แถมเจ้ายักษ์ตนนี้ยังทั้งฉลาด และแข็งแกร่งกว่า Big Daddy ตนอื่นๆ เพราะ เจ้ายักษ์ตนนี้ คือต้นแบบของ Big Daddy ทุกๆตัวที่เร่ร่อนอยู่ตามสถานที่ต่างๆใน Rapture นั้นเอง และสิ่งที่ผู้เล่นจะได้พบในเกม คือเรื่องราวระหว่าง Big Daddy ตนนี้ เด็กสาวที่มีชื่อว่า Eleanor และ Sofia Lamb ผู้หญิงที่เป็นทั้งผู้ที่ครอบครองเด็กสาวคนนี้ และ Rapture หลังจากการตายของ Ryan

การดำเนินเรื่องของเกมนั้น ยังมีความคล้ายคลึงกับภาคแรกอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว โดยตัวเกมนั้นจะมี Cut sceneเพิ่มขึ้นมากกว่าภาคแรกอยู่เล็กน้อย ซึ่งจะช่วยทำให้ผู้เล่นเข้าถึงเนื้อเรื่องได้อย่างง่ายดายและลึกซึ้งมากขึ้น แต่เทคนิคในการเล่าเรื่องของเกมนั้น ยังคงเริ่มต้นด้วยการสร้างความมึนงงให้กับผู้เล่นเช่นเดียวกับภาคแรกของเกม  ราวกับว่าผู้เล่นเป็นเหมือนคนไข้ที่เป็นโรคความจำเสื่อม หรือไม่รู้เลยว่ามีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งก็เป็นเทคนิคการเล่าเรื่องแบบเดียวกับภาคแรก แต่สิ่งที่ผู้เล่นบางคนอาจจะไม่ประทับใจกับภาคที่ 2 ของเกม คือ ความสยองขวัญของเกมนั้นลดลงจากภาคแรกไปเล็กน้อย (แต่ก็เพียงแค่บางช่วงของเกมเท่านั้น) ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งก็คงจะมีผลกระทบมาจากบทบาทของผู้เล่นที่ได้รับในเกมนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ตัวเกมพยายามที่จะนำเสนอเรื่องราวให้ดูลึกลับ และน่าติดตามมากที่สุดเท่าที่ผู้พัฒนาเกมจะทำได้ เพราะ Rapture นั้นมันช่างกว้างใหญ่เกินกว่าที่ผู้เล่นจะจินตนาการได้

BioShock2_2010-03 BioShock2_2010-04

ใน Bioshock ภาคนี้ ผู้เล่นจะสามารถใช้ Plasmid ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นจะต้องเปลี่ยนจากอาวุธมาเป็น Plasmid อีกทีเพื่อที่จะยิง Plasmid ออกไป ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นได้สัมผัสกับการต่อสู้ระหว่างตัวผู้เล่นเองกับเจ้าพวก Splicer (พวกมนุษย์จรจัดที่กระจายอยู่ตามสถานที่ต่างๆใน Rapture) อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องนั่นเอง นอกจากนี้ ผู้เล่นจะได้ใช้อาวุธต่างๆที่ Big Daddy หลายๆตนนั้นได้ใช้อยู่ ไม่ว่าจะเป็น สว่าน, ปืนยิงตะปู และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งแน่นอนว่า Bioshock ภาคนี้จะมี Plasmid ชนิดใหม่ๆให้ใช้ด้วย อย่างเช่น Scout ที่สามารถทำให้ผู้เล่นออกจากร่างในสภาพของ วิญญาณ เพื่อใช้ในการ Hack หรือ สอดแนม ได้เอง นอกจากนี้ ระบบ Hacking ของเกมนี้ได้ถูกปรับเปลี่ยน จากการที่ผู้เล่นจะต้องทำการตัดต่อวงจรท่อน้ำซึ่งอยู่ในตัวของตู้ขายของ, กล้องวงจรปิด หรือแม้แต่ป้อมปืน มาเป็นการใช้ Meter ในการ Hack แทน เพียงแค่คลิกให้ถูกแทบสีเขียวที่แสดงขึ้นมาจาก Meter ก็สามารถ Hack ได้สำเร็จแล้ว แถมตัวเกมยังมีอุปกรณ์ใหม่ที่เรียกว่า Hack Tool ซึ่งมีลักษณะคล้ายปืน ซึ่งผู้เล่นสามารถยิงไปที่อุปกรณ์ที่ต้องการจะ Hack จากระยะไกลในกรณีที่ไม่สามารถเข้าไปถึงอุปกรณ์ชิ้นนั้น

BioShock2_2010-05 BioShock2_2010-06

นอกจากผู้เล่นจะต้องสู้กับพวก Splicer และ Big Daddy แล้ว ผู้เล่นยังต้องปะทะกับ Big Sister ศัตรูที่ร้ายกาจกว่า Big Daddy และพวก Splicer อยู่หลายเท่าตัว เพราะเธอมีทักษะในการใช้ Plasmid และความคล่องตัวที่สู้มาก ซึ่ง Lamb จะส่ง Big Sister เข้ามาขัดขวาง และก่อกวนการเดินทางของผู้เล่นอยู่เป็นระยะๆ แต่อย่างไรก็ตาม ศัตรูหน้าใหม่ใน Bioshock ภาคนี้ไม่ได้มีแค่ Big Sister เท่านั้น แต่ยังมี Splicer ชนิดใหม่ที่มีชื่อว่า Brute Splicer ซึ่งเป็น Splicer ที่กลายพันธุ์เป็นมนุษย์ร่างยักษ์เพราะการเสพ ADAM (Stem cell ที่ถูกเพาะปลุกในตัวปลิงทะเล ซึ่งสามารถทำให้มนุษย์ใช้ Plasmid ได้) ในปริมาณที่มากเกินไป

BioShock2_2010-07

สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับเกมๆนี้ คือ ผู้เล่นมีความจำเป็นที่จะต้องสะสม ADAM เพื่อนำมาซื้อ Plasmid ชนิดใหม่ๆ โดยมีวิธีการหา ADAM อยู่หลายวิธี เช่น การต่อสู้กับ Big Daddy ที่กำลังช่วย Little Sister ตามหา ADAM อยู่ เพื่อแย่ง Little Sister มาช่วยหา ADAM ให้ตัวผู้เล่น, เก็บเกี่ยว ADAM หรือช่วยเหลือ Little Sister ด้วยก่อนเอา ADAM ออกจากตัวของเธอ, จับปลิงทะเลที่อยู่ใต้ท้องทะเล หรือแม้แต่การฆ่า Big Sister ก็ตาม

BioShock2_2010-08

ในส่วนของกราฟฟิค ทางทีมพัฒนาเกมยังคงใช้ Unreal Engine 2.5 ที่ประยุกต์เข้ากับ Feature บางอย่างของ Unreal Engine 3 เช่นเดียวกับภาคแรก ดังนั้นกราฟฟิคระหว่าง Bioshock ทั้ง 2 ภาคจึงไม่โดดเด่นฉีกหนีจากกันไปไหน แต่ในส่วนของ Physic เกี่ยวกับน้ำ ทางทีมพัฒนาได้พยายามที่จะนำเสนอลูกเล่นตรงนี้ให้มากขึ้น อย่างเช่น ในฉากที่น้ำท่วมเข้ามาในห้องโถงจนตัวผู้เล่นโดนกระแสน้ำพัดลงไปที่ท้องทะเล แต่ยังแสดงให้เห็นไม่ค่อยเด่นชัดเท่าไหร่นัก โดยรวมแล้ว ในส่วนของกราฟฟิคไม่ได้มีอะไรที่จะต้องติกันมากมาย เพราะตัวเกมยังรักษามาตาฐานตรงส่วนนี้ได้อยู่ เพียงแต่ว่า ทางทีมพัฒนาน่าจะทำให้เกมสามารถใช้ Anti Aliasing (เพื่อลบรอยหยักของเส้นของเหลี่ยม) เพื่อทำให้กราฟฟิคของเกมดูดีขึ้น และยังมีบั๊ก Texture หาย หลงเหลืออยู่บ้าง (ซึ่งมีโอกาสพบน้อยมาก)

BioShock2_2010-09 BioShock2_2010-10

ในส่วนของเสียง เสียงประกอบของเกมยังนำเสียงประกอบจากภาคแรกมาใช้อยู่ และมีการเอาเสียงประกอบบางส่วนมาทำใหม่ ซึ่งโดยรวมแล้วยังถือว่ายังรักษามาตาฐานได้อยู่ จังหวะและช่วงในการใช้เสียงประกอบยังถือว่าทำได้ดี ส่วนในเรื่องเพลงประกอบนั้น ยังคง Concept เดิมของเกมด้วยการนำเพลงในยุคช่วงยุค 40s ถึง 60s มาใช้ ซึ่งเหมาะสมกับ Concept ของเกมอยู่แล้ว และทางด้านการให้เสียงตัวละครนั้น ยังคงมาตาฐานเดิม และมีการใช้ทีมให้เสียงคนเดิม กับตัวละครที่ปรากฏในภาคแรก การให้เสียงนั้นถ่ายทอดอารมณ์ให้ผู้เล่นได้อย่างดีเหมือนเดิม โดยรวมแล้วคงไม่มีอะไรที่จะต้องปรับปรุง แต่ถ้าเป็นไปได้ เสียงประกอบอย่างพวกเสียงปืน หรือเสียงระเบิด น่าจะมีความหนักแน่น และมีมิติที่คมชัดมากกว่านี้ เพื่อที่จะให้สมเป็นเกมแนว First Person Shooter ที่มีความสมบูรณ์แบบที่สุดเกมหนึ่ง

BioShock2_2010-11 BioShock2_2010-12

โดยรวมแล้ว เกมนี้ยังรักษามาตาฐานของเกมภาคต่อได้ดีอยู่ ถึงแม้ว่าจะมีเกมเมอร์บางคนได้สัมผัสเกมนี้แล้ว รู้สึกว่าความตื่นเต้น, ความสยอง และปริศนาของตัวเกมนั้นลดลง (ในบางช่วงของเกมเท่านั้น) หรือแม้แต่กราฟฟิคที่ดูเหมือนจะด้อยกว่า Bioshock ภาคแรกอยู่บ้าง (ถ้าหมายถึงในส่วนของ Multiplayer ละก็ ต้องบอกเลยว่า เห็นด้วยครับที่กราฟฟิคนั้นด้อยลงจริงๆ) ส่วนตัวแล้ว อยากจะให้ความยาวของเกมนั้นมีมากกว่านี้ มีการสร้างความประทับใจมากกว่านี้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทาง 2K Games ใจร้อนเกินไปหรือเปล่า ที่รีบเข็น Bioshock 2 ออกมาให้เล่นกัน เพราะเมื่อดูผ่านๆแล้ว เกมๆนี้ น่าจะเป็นภาคเสริม หรือ Side story ของตัวเกมมากกว่า แต่อย่างไรก็ตาม เกมเมอร์ผู้ใดที่คลั่งไคล้ Bioshock เป็นชีวิตจิตใจ ห้ามพลาดเกมนี้เด็ดขาดเลยทีเดียวละครับ

BioShock2_2010-13 BioShock2_2010-14

Review ชิ้นนี้ยังไม่จบง่ายๆแน่นอน เพราะสิ่งที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ คือส่วน Multiplayer ของเกมนี้ ซึ่งตัวระบบ Multiplayer ของ Bioshock 2 นั้น จะเป็นตัว Standalone แยกออกจากตัว Singleplayer ไปเลยโดยสิ้นเชิง ซึ่งตัวเกมจะมีโหมดให้เล่นกันทั้งหมด 7 ประเภท คือ Survival of the fittest, Civil War,  Last Splicer Standing, Turf War, Capture the Sister, ADAM grab และ Team ADAM Grab โดยเนื้อเรื่องของ Multiplayer จะอยู่ในช่วงที่ Rapture นั้นกำลังเกิดสงครามกลางเมือง โดยที่พลเมืองของ Rapture จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายคือ ฝ่ายที่เข้าข้าง Andrew Ryan และฝ่ายที่เข้าข้าง Atlas ซึ่งพลเมืองทุกคนจะได้รับอาวุธ และ Plasmid มาใช้ในการทำสงคราม ซึ่งเหตุการณ์นี้น่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พลเมืองทั้งหมดใน Rapture นั้นกลายเป็นพวก Splicer ในเวลาต่อมา (เพราะผู้ที่ใช้ Plasmid ได้จะต้องเสพ ADAM นั้นเอง)

BioShock2_2010-15 BioShock2_2010-16

สิ่งแรกที่รู้สึกได้ในครั้งแรกของการเล่น Multiplayer คือ คุณภาพของเกมนั้นเหมือนเกมที่ Port มาจาก Console ซึ่งขาดการขัดเกลาที่ดี และขัดแย้งกับคุณภาพของ Singleplayer โดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของ กราฟฟิค เสียงประกอบ และ control (โดยเฉพาะกับเมาส์) ต่างด้อยคุณภาพกว่า Singleplayer ของ Bioshock 2 อย่างเห็นได้ชัด แต่จุดด้อยตรงนี้ก็ไม่ได้บั่นทอน Concept และ Gameplay ที่ลงตัวเลยแม้แต่น้อย โดยผู้เล่นนั้นจะต้องสร้างความเคยชินกับ Multiplayer ของเกมนี้เสียเล็กน้อย แล้วผู้เล่นจะสนุกกับตัวเกมไปเอง (ถ้าไม่ยึดติดกับองค์ประกอบด้านภาพละเสียงที่ถูกลดคุณภาพลง) ฉาก อาวุธ และ Plasmid บางส่วนจาก Bioshock ภาคแรกได้ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งใน Multiplayer แต่ช่วงแรกๆที่ได้เล่น ผู้เล่นนั้นจะใช้ได้แค่ Plasmid พื้นฐาน อย่าง Electro Bolt, Winter Blast, Incinerate และ อาวุธพื้นฐานอย่าง Shotgun กับ ปืนพก เท่านั้น โดยผู้เล่นเองจะต้องทำการสะสม ADAM ซึ่งเปรียบเสมือนค่าประสบการณ์ของเกมมาพัฒนา Rank ของผู้เล่นเพื่อปลด Plasmid และ อาวุธชนิดใหม่ๆมาใช้งานในการเล่นครั้งต่อไป และในทุกๆโหมดของเกม ผู้เล่นจะมีโอกาสได้เล่นเป็น Big Daddy ซึ่งบางโหมดนั้นจะเลือกสุ่มให้ผู้เล่นคนใดคนหนึ่งเป็น หรือผู้เล่นจะต้องหาชุด Big Daddy ที่ถูกวางทิ้งไว้อยู่ในฉากมาใส่เอง นอกจากนี้ ผู้เล่นยังสามารถหา Bonus พิเศษเพื่อเพิ่มพลังโจมตีหรือพลังอื่นๆให้มากขึ้นด้วยการถ่ายรูปศพของศัตรูที่นอนอยู่อย่างไร้วิญญาณได้ด้วย

BioShock2_2010-17 BioShock2_2010-018

โดยรวมแล้ว ช่วงเวลาแรกๆของ Multiplayer อาจจะไม่ถูกใจเกมเมอร์หลายๆคนเท่าไหร่นัก แถม Footage ของ Gameplay ที่ถูกปล่อยออกมาให้เกมเมอร์ได้ชมกันก่อนช่วงที่เกมจะวางจำหน่ายก็ยังดูธรรมดา และขาดจุดขายที่ชัดเจนไปในสายตาของเกมเมอร์หลายๆคน ไม่ว่าจะเป็นในต่างประเทศ หรือในไทยเองก็ตาม และสิ่งที่แย่ที่สุดในตอนนี้ คือ ผู้เล่นบนเวอร์ชั่น PC นั้นค่อนข้างจะมีจำนวนที่น้อยอยู่มาก ซึ่งความลื่นไหลของ Connection ระหว่างผู้เล่นยังมีความล่าช้าอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดว่าจะเล่นกันไม่ได้เลยเสียทีเดียว ถ้าผู้เล่นสร้างความเคยชินกับเกมนี้ได้ ระบบ Multiplayer ของเกมนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ที่แปลกไปกว่านั้นคือ ตัวเกมกลับสร้างความรู้สึกเพลินเสียด้วยซ้ำเมื่อได้เล่นติดต่อกันเป็นเวลานาน (สนุกที่สุดในตอนที่ได้เล่นเป็น Big Daddy)

BioShock2_2010-019 BioShock2_2010-020

ข้อดี

-         ได้เล่นเป็น Big Daddy

-         องค์ประกอบต่างๆของเกมดูดี และลงตัว ไม่ด้อยไปกว่าภาคแรกเลย

-         มี Multiplayer ที่มี Concept และ Gameplay ที่ลงตัว

 

ข้อเสีย

-         Multiplayer ยังได้รับการขัดเกลาที่ดีไม่พอราวกับเกมที่ทำไม่เสร็จแล้ว Port มา

-         ความยาวของ Single player ยังสั้นไปหน่อย

-         ความสยอง ตื่นเต้นน้อยลงกว่าภาคแรกเล็กน้อยในบางช่วงของเกม

-         ยังพบบั๊กเล็กๆน้อยๆอยู่ในเกม

 

คะแนน:

Gameplay: 9.0/10
Graphic: 8.8/10
Sound: 8.7/10
Value: 9.0/10
Total:              8.9/10

 

Hits: 3917
Comments (5)add comment

ยฆร‡ะ•ะ˜ะ’ยฒยณยฆ said:

CENB
...
เห็นแล้วอยากเล่นว่ะ
 
February 16, 2010
Votes: +0

ThaiAnime said:

ThaiAnime
...
เราว่าระบบการเล่นยังน่าเบื่อนะ ยังมีอะไรเหมือนเดิมอยู่ค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นพลัง Plasmid หรือระบบอัพเกรดตัวเองที่ก๊อบภาคแรกมาเกือบทั้งดุ้น ส่วนตัวเกมก็บุกไปเรื่อยๆ ไล่ฆ่า Big Daddy ตนอื่นๆ เพื่อเอา Adam (จะมีเพิ่มก็ตรงช่วย sister หา Adam) แต่สำหรับคนเล่นเนื้อเรื่องก็คงจะสนุกไม่น้อย สรุปว่าลงเล่นเองดีกว่า
 
February 17, 2010
Votes: +0

Bioshock2 said:

Bioshock2
...
ผมว่าเกมเค้าก็ทำออกมาดีแล้วน่ะถ้าให้มีอะไรใหม่ๆแวกแนวกว่านี้มันก็ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นBioshock อะดิ
ที่สำคัญอย่าลืมว่ามันเป็นเกม Actionไม่ใช่ RPG แบบ ME2 แต่ที่จริงมันก็มีความเป็นRPG นิดๆ
ตอนนี้ก็รอฟังข่าวดีว่าเค้าขายได้กี่ชุดกันดีกว่าถ้าขายดีตามคาด(5ล้านชุด)ก็คงมีภาคต่ออีกแน่นอน
 
February 17, 2010
Votes: +0

Mac5738 said:

Mac5738
...
เห็นด้วยกับทั้งคู่ครับ

การที่ไม่มีสิ่งแปลกใหม่ในเกม ทำให้เกมไม่ค่อยมีความท้าทายเสียเท่าไหร่

แต่ในกรณีเดียวกัน ถ้าใส่อะไรแปลกใหม่มากเกินไป มันจะไม่เป็น Bioshock นั้นแหละ
 
February 17, 2010
Votes: +0

Neoz said:

Neoz
...
ผมชอบนะครับภาคนี้ ครึ่งเกมแรกผมยอมรับว่าใช้เวลาซึมซับกับเกมเต็มที่จริงๆ สนุกครับ
 
February 17, 2010
Votes: +1

Write comment
You must be logged in to post a comment. Please register if you do not have an account yet.

busy
Last Updated ( Tuesday, 16 February 2010 18:40 )