Sins of A Solar Empire Strategy
Written by Ytse    Monday, 27 July 2009 00:59   
sins-promo หลายๆท่านอาจจะคุ้นตากับ Guide ของ Galactic Civilization II ของคุณ S.Logan กันไปแล้ว คราวนี้ผมขอตามมาติดๆด้วย Strategy ของเกม Sins of A Solar Empire เกม RTS แนวอวกาศที่มีรูปแบบคล้ายๆกัน


หลายๆท่านอาจจะคุ้นตากับ Guide ของ Galactic Civilization II ของคุณ S.Logan กันไปแล้ว คราวนี้ผมขอตามมาติดๆด้วย Strategy ของเกม Sins of A Solar Empire เกม RTS แนวอวกาศที่มีรูปแบบคล้ายๆกัน แตกต่างกันตรงที่ Sins เป็น RTS แต่มันก็ยังเป็น RTS ที่มีการจัดการด้านรายละเอียดค่อนข้างยิบย่อยและการเล่นที่เปิดกว้างไม่ตายตัว คุณจึงสามารถนำเทคนิคการเล่นเหล่านี้ไปประยุกต์เข้ากับสไตล์การเล่นของคุณได้ครับ ไปชมกันเลย

sins

รู้จักพื้นฐานกันก่อน 

            ถ้าใครเคยเล่นเกมอย่าง Galactic Civilization 2 มาก่อนก็คงจะคุ้นเคยกับเกมนี้ได้ไม่ยากเพราะมีลักษณะการเล่นที่คล้ายๆกัน แต่เกมนี้มีการจัดการไม่เยอะเท่าและซับซ้อนน้อยกว่ามาก (เป้าหมายหลักๆในการเล่นก็คือ พิชิตศัตรูและครอบครองดวงดาวทั้งหมดทั่วระบบสุริยะ โดยใช้วิธีต่างๆทั้งด้านการทูตและกำลังทางทหาร คุณสามารถเลือกเผ่าพันธุ์ที่จะเล่นได้ทั้งหมด 3 เผ่าพันธุ์ ได้แก่ TEC (Trade Emergency Coalition), Advent และ Vasari ซึ่งความแตกต่างของแต่ละเผ่าพันธุ์คือรูปลักษณ์ของสิ่งก่อสร้าง กองยาน และเทคโนโลยีที่สามารถวิจัยได้ นอกเหนือจากนี้รายละเอียดจะคล้ายๆกัน หลังจากตัดสินใจเลือกฝ่ายได้แล้วเกมจะตัดเข้าสู่แผนที่ดาวที่คุณเลือก

ค่าสถานะของดวงดาวและยูนิต

ไม่ว่าจะเลือกฝ่ายใด เมื่อเริ่มเกมมา อย่างน้อยคุณจะมี Frigate Factory อยู่ 1 แห่งและดาว1 ดวง ในครอบครอง ซึ่งจะถูกตั้งให้เป็น Home planet พื้นฐานอย่างแรกที่คุณควรจะรู้เมื่อเล่นเกมนี้ก็คือ ค่าสถานะต่างๆของดวงดาวและยูนิต อันดับแรกมาดูค่าสถานะของดวงดาวที่คุณครอบครองอยู่กันก่อน หลักๆแล้วจะมีดังนี้

  • Name   - ชื่อของดวงดาว(คุณสามารถแก้ไขได้ตามใจชอบโดยการเลือกที่ดาวแล้วกด Y)
  • Type      - บอกลักษณะของดวงดาวนั้นๆ เช่น Ice, Volcano, Terrain, Desert, Home เป็นต้น
  • Allegiance - ความจงรักภักดีของดาวดวงนั้นต่อผู้ที่ครอบครอง
  • Planet Health  - พลังชีวิตของดวงดาว
  • Population  - จำนวนประชากร ส่งผลต่ออัตราการเก็บภาษีของดาวดวงนั้น
  • Culture Rate - ค่าวัฒนธรรมของดาว จะแสดงเมื่อมีการสร้าง Logistic structure เกี่ยวกับวัฒนธรรม
  • Tax Income Rate  - อัตราการเก็บภาษี ส่งผลต่อ Credit ที่คุณจะได้จากดาวดวงนั้น
  • Tactical Slot - จำนวน Tactical structure ที่สามารถสร้างได้
  • Logistic Slot - จำนวน Logistic structure ที่สามารถสร้างได้
  • Planet Exploration - แสดง % การสำรวจดาวดวงนั้น

Sins_01

ค่าสถานะเหล่านี้จะบอกลักษณะต่างๆของดาวที่คุณครอบครองอยู่

สำหรับดาวที่มีสถานะ Home จะได้รับ Bonus ด้านการเก็บภาษีและยังมีอิทธิพลต่อค่าความจงรักภักดี (Allegiance) ต่อดาวรอบๆข้างด้วย ต่อมาคือค่าสถานะของยูนิต ยานรบในเกมนี้แบ่งออกเป็น 4 ประเภทได้แก่ 1.ยานรบขนาดเล็ก เช่น Fighter และ Bomber 2.Frigate 3.Cruisers 4.Capital Ship ในที่นี้ผมขอยก Capital Ship มาเป็นตัวอย่าง เนื่องจากค่าสถานะต่างๆคลอบคลุมยานชนิดอื่น

  • Name - ชื่อของยูนิต
  • Hull - พลังชีวิตของยูนิต
  • Shield - โล่พลังงานของยูนิต
  • Antimatter - พลังงานของยูนิตสำหรับใช้ความสามารถต่างๆ รวมถึงการ Phase jump
  • Armor - เกราะป้องกัน
  • Shield Mitigation - เป็นการปรับสภาวะของโล่พลังงาน ค่านี้จะแตกต่างกันตามสภาพแวดล้อมและความเสียหายที่ได้รับ เมื่อยานถูกโจมตีค่านี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ช่วยลดความเสียหายต่อโล่พลังงานเป็น % ซึ่งจะมีผลจนกว่าโล่พลังงานของยานจะหมดไป
  • Experience Point - ค่าประสบการณ์ของยูนิต (เฉพาะ Capital Ship)
  • Culture Repel Rate - ค่านี้ช่วยป้องกันอิทธิพลทางวัฒนธรรมของศัตรูที่แผ่ขยายเข้ามายังดวงดาวบริเวณที่ยูนิตอยู่ ทำให้โอกาสที่ดวงดาวจะถูกยึดครองด้วยอิทธิพลของศัตรูลดลงในทางกลับกัน เมื่อคุณบุกโจมตีดวงดาว ค่านี่จะช่วยลดความจงรักภักดีของประชากรที่อาศัยบนดาวดวงนั้นต่อผู้ครอบครองคนเก่า ยิ่งค่านี้มากคุณยิ่งยึดครองได้เร็วขึ้น (เฉพาะ Capital Ship)

แผนที่ดวงดาว
ดวงดาวแต่ละดวงในเกมนี้เปรียบเสมือนอาณาจักรขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งสามารถสร้างผลประโยชน์ทางการค้าและการวิจัยแก่ผู้ครอบครองได้ แผนที่ดวงดาวนี้ประกอบไปด้วยดวงดาวหลายชนิด ตั้งแต่ดาวที่มีลักษณะเป็นน้ำแข็งไปจนถึงดาวที่แห้งแล้งจนเป็นทะเลทราย นอกจากนี้ยังมีดาวฤกษ์ เศษอุกาบาต และ ฐานของโจรสลัดอวกาศอีกด้วย ดวงดาวแต่ละดวงจะมีบริเวณที่มีแรงดึงดูดอยู่รอบๆวงโคจรเรียกว่า Gravity well ซึ่งในบริเวณนี้จะมีอุกาบาตซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรให้คุณเก็บเกี่ยว ดาวแต่ละดวงจะเชื่อมต่อกันด้วยเส้นสีต่างๆ ตามแต่ผู้ครอบครองดาวนั้น การจะเดินทางไปดาวดวงอื่นทำได้โดยการ Phase jump ผ่านเส้นทางเหล่านี้ เท่านั้นและยานที่จะเดินทางต้องอยู่นอกบริเวณ Gravity well ด้วยจึงจะสามารถใช้ Phase jump ได้ สำหรับบางแผนที่ระบบสุริยะที่คุณอยู่จะเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆผ่านช่องทางที่เรียกว่า Wormhole เกมการเล่นส่วนใหญ่จะอยู่ในหน้าจอนี้เป็นหลัก

Sins_02

การสั่งยูนิตต่างๆส่วนใหญ่จะผ่านทางแผนที่ดาวลักษณะเช่นนี้

ประเภทของสิ่งก่อสร้าง
มาดูประเภทสิ่งก่อสร้างกันบ้าง สิ่งก่อสร้างในเกมนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆดังนี้

  1. Logistic structure เป็นสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาด้านต่างๆ ประกอบด้วยโรงงานสร้างยานรบตั้งแต่ชั้น Frigate ไปจนถึง Capital สถานีวิจัย สถานีการค้า และเหมืองทรัพยากรชนิดต่างๆ
  2. Tactical structure เป็นสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวกับการป้องกันดวงดาว เช่น ป้อมปืน โรงจอดยานขนาดเล็ก สถานีซ่อมแซม ไปจนถึงอาวุธสุดยอดของแต่ละฝ่าย

การสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆนั้นไม่ยาก ทำได้โดยเลือกไปที่ดาวที่เราต้องการจะสร้าง แล้วเลือกชนิดสิ่งก่อสร้าง จากนั้นเลือกตำแหน่งที่จะวางลงไป ซึ่งจะสามารถวางได้เฉพาะในบริเวณ Gravity well รอบๆดาวเท่านั้น และถ้าคุณขี้เกียจวางตำแหน่งสิ่งก่อสร้างเองเกมก็มีบริการจัดวางให้อัตโนมัติ โดยเลือกไปที่ไอคอน Auto-Structures ที่อยู่ด้านขวาล่างหรือกด K เพื่อเปิดการใช้งาน มาถึงตรงนี้หลายๆคนที่เริ่มเล่นก็คงจะงงว่าจะเริ่มสร้างอะไรก่อนดี หลักๆแล้วในตอนเริ่มต้นหรือเมื่อคุณยึดดาวได้แล้วควรสร้างเหมืองเก็บทรัพยากรเป็นอันดับแรก จากนั้นพัฒนาดวงดาวแล้วสร้างสถานีวิจัยหรือการค้า สำหรับรายละเอียดของการวิจัยและการค้าจะอธิบายในส่วนต่อไป

Sins_04

เหมืองทรัพยากรคือสิ่งก่อสร้างอันดับต้นๆที่คุณควรสร้าง

บริหารจัดการดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
จะหาทรัพยากรเพิ่มได้อย่างไร? 
เกมนี้มีระบบการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งก่อสร้างต่างๆเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นหนทางสู่ความสำเร็จในการพิชิตศัตรูและครอบครองดวงดาวก็ขึ้นอยู่กับการบริหารทรัพยากรต่างๆให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่างแรกคุณควรทราบก่อนว่าทรัพยากรในเกมนี้มีอยู่ 3 ประเภท คือ 1. Credits (เงิน) 2.Metal (โลหะ) 3.Crystal (คริสตัล) โดยปกติแล้วทรัพยากรเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นเองทุกวินาที เมื่อคุณครอบครองดวงดาวหรือเหมืองทรัพยากร Credits นั้นได้จากการเก็บภาษีหรือการค้าขายของดาว ส่วน Metal และ Crystal ได้จากเหมืองที่สร้าง แต่ปริมาณทรัพยากรที่ได้รับจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆดังนี้ 

Sins_05

แหล่งทรัพยากรเหล่านี้จะโคจรอยู่รอบๆดาวของคุณ 

 1. จำนวนดวงดาวและแหล่งทรัพยากรที่ครอบครองอยู่   ดังคำกล่าวที่ว่า “ยิ่งครอบครองมากเท่าไรผลกำไรยิ่งมากตามไปด้วย” สิ่งนี้ส่งผลต่อทรัพยากรทั้ง 3 ชนิด ยิ่งคุณครอบครองดวงดาวหลายดวง เงินที่ได้จากการเก็บภาษีก็จะยิ่งมาก และดาวแต่ละดวงก็จะมีเหมืองทรัพยากรให้เก็บเกี่ยวด้วย

2. จำนวนประชากรของดาวแต่ละดวง แน่นอนเงินภาษีจะมาจากไหนถ้าไม่ใช่ประชากร จำนวนประชากรส่งผลโดยตรงต่อปริมาณ Credits ที่เก็บได้จากดาวแต่ละดวง ยิ่งมีประชากรมากเงินที่เก็บได้ก็จะมากไปด้วย การเพิ่มจำนวนประชากรทำได้ 2 วิธีคือ 1. ค้นคว้าวิจัยเทคโนโลยีที่ให้ผลการเพิ่มค่าประชากรสูงสุด (Max population increase) ซึ่งวิจัยครั้งเดียวจะส่งผลต่อดาวทุกดวงที่มีลักษณะ (Type) เช่นเดียวกับที่เทคโนโลยีกำหนด ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีที่ชื่อ Thriving Desert Citiesของฝ่าย Advent จะเป็นการเพิ่มประชากรสูงสุด 30% ให้แก่ดาวที่มีลักษณะเป็นทะเลทราย ดังนั้นดาวทะเลทรายที่คุณครอบครองทุกดวงจะได้รับผลนี้ไปด้วย และ 2. การพัฒนาดวงดาว (Develop planet) ในหัวข้อ Civilian Infrastructure เพื่อเพิ่มอัตราการเติมโตและค่าประชากรสูงสุด การพัฒนาดาวนี้จะส่งผลต่อดาวที่เราเลือกพัฒนาเท่านั้น

3. สถานีการค้าของดาวแต่ละดวง การค้าส่งผลต่อ Credits ของคุณโดยตรง ยกเว้นฝ่าย Advent ซึ่งสามารถใช้ Trade Port เพิ่มอัตราการเก็บทรัพยากรในบริเวณดาวที่มันตั้งอยู่ แต่ความสามารถนี้จะใช้ได้ต่อเมื่อวิจัยเทคโนโลยีไปจนถึงระดับหนึ่ง ดังนั้นอย่ารีรอที่จะสร้าง Trade Port ในดาวแต่ละดวงถ้าคุณสามารถสร้างได้

4. ระดับการวิจัยเทคโนโลยีและสิ่งก่อสร้างบางชนิด เทคโนโลยีบางอย่างเมื่อวิจัยแล้วจะส่งผลต่อปริมาณทรัพยากรที่เก็บได้ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม เช่น การวิจัยเพิ่มอัตราการเก็บเกี่ยวสูงสุดของ Metal และ Crystal หรือการวิจัยเพิ่มประชากรที่ทำให้คุณได้รับ Credits มากขึ้น พยายามวิจัยเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อการเพิ่มทรัพยากรเหล่านี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะมันจะส่งผลดีต่อคุณในระยะยาว นอกจากนี้การสร้าง สิ่งก่อสร้างอย่าง Orbital Refinery ของฝ่าย TEC ก็ช่วยเพิ่มทรัพยากรจากเหมืองเช่นกัน 

5. จำนวนยานรบ ยูนิตยานรบชนิดต่างๆจะต้องเสียค่า Upkeep หรือค่าดูแลรักษาโดยจ่ายเป็นทรัพยากรทั้ง 3 ชนิด แต่มันไม่ได้หักจากจำนวนทรัพยากรที่คุณมีอยู่ มันจะหักจากอัตราการเก็บเกี่ยวทั้งหมดของทรัพยากรทั้ง 3 ชนิด พูดง่ายๆก็คือยิ่งคุณมียานรบมากเท่าไร อัตราการเก็บเกี่ยวทรัพยากรก็จะลดลง และยิ่งคุณวิจัยเทคโนโลยีสาย Fleet Logistics เพื่อเพิ่มปริมาณยานรบที่สามารถสร้างได้สูงสุดไปมากเท่าไร ค่า Upkeep ก็จะยิ่งสูงขึ้นไปด้วย ยิ่งตอนท้ายๆเกมถ้าคุณมีกองยานรบขนาดใหญ่อัตราการเก็บทรัพยากรของคุณจะลดลงอย่างมากจนแทบไม่พอใช้จ่าย ดังนั้นจำไว้ว่า ตลอดเกมคุณควรสร้างยานรบเฉพาะที่ต้องการใช้จริงๆเท่านั้น ถ้าเศรษฐกิจคุณไม่เข้มแข็งพอการสร้างกองยานขนาดใหญ่อาจทำให้ทรัพยากรที่มีอยู่ไม่พอใช้ในระยะยาว

คุณสามารถดูผลรวมอัตราการเก็บเกี่ยวของทรัพยากรชนิดต่างๆได้โดยการเอาลูกศรชี้ไปที่ปริมาณทรัพยากรชนิดต่างๆ ที่แสดงอยู่บริเวณมุมขวาบนของหน้าจอ

Black Market แหล่งทรัพยากรที่ไม่ควรมองข้าม

Sins_06

หลายๆคนคงจะประสบปัญหาทรัพยากรขาดมือในช่วงต้นเกม อาจจะเพราะดาวเริ่มต้นของคุณมีทรัพยากรให้เก็บไม่ครบทั้ง 3 ชนิดหรือคุณอาจจะใช้มันในการวิจัยจนหมด ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดก็ตาม Black Market เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในช่วงแรกๆ หรือเวลาที่ทรัพยากรคุณไม่พอใช้ คุณสามารถเข้าสู่ Black Market ผ่านไอคอน Criminal underground ด้านบนของหน้าจอหรือการกด F3 แล้วเลือกที่ Black Market ตลาดมืดแห่งนี้จะมีทรัพยากรให้คุณซื้อขาย 2 ชนิดคือ Metal และ Crystal การซื้อขายจะคิดราคาต่อ100 หน่วย และราคาทรัพยากรเหล่านี้ก็จะขึ้นๆลงๆตามหลักอุปสงค์และอุปทาน ให้เข้าใจง่ายๆก็คือ เมื่อคุณซื้อเยอะราคาจะยิ่งสูงขึ้นเพราะความต้องการมากขึ้น กลับกันเมื่อคุณขายราคาก็จะตกลงเรื่อยๆเพราะของล้นตลาด แต่ราคาขายจะตกลงต่ำสุดไม่เกิน 200 ดังนั้นไม่ต้องกังวลกับราคาขายมากนักเพราะยังไงก็ยังได้ Credits อยู่ดี ควรจะห่วงเรื่องราคาซื้อจะดีกว่าเพราะมันจะพุ่งขึ้นสูงมากเรียกว่าถ้าซื้อเพลินละก็ Credits ที่มีแม้ว่าจะเป็นหมื่นก็อาจจะหายไปในพริบตาเลยทีเดียว ถ้าราคาซื้อสูงขึ้นมากๆ ให้ปล่อยไว้ซักครู่ราคาซื้อจะค่อยๆลดลงเอง

การค้าช่วยให้คุณร่ำรวย
การค้าช่วยเพิ่มพูน Credits ในคลังของคุณได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับจำนวน Trade Port และดวงดาวที่คุณครอบครองด้วย คุณจะสามารถสร้าง Trade Port ได้ก็ต่อเมื่อได้วิจัยเทคโนโลยีของมันจนเสร็จสิ้นแล้ว การค้ามี 2 ลักษณะ อย่างแรกคือ การค้าระหว่างดวงดาวของคุณเอง เมื่อคุณสร้าง Trade Port ตามดวงดาวต่างๆเป็นที่เรียบร้อยแล้ว Trade Ship จะทำการขนส่งสินค้าในรูปของ Credits ข้ามไปมาระหว่างดวงดาวที่คุณได้สร้าง Trade Port เอาไว้ ยิ่งมีขนส่งระหว่างดวงดาวหลายๆดวงมากเท่าไร Credits ที่ได้รับต่อวินาทีก็ยิ่งมากขึ้นไปด้วย อย่างที่สองคือการค้าระหว่างพันธมิตร คุณจะค้าขายในลักษณะนี้ได้ก็ต่อเมื่อสถานะทางการทูตของคุณกับอีกฝ่ายที่จะค้าขายด้วยนั้นอยู่ในภาวะสันติหรือเจรจาหยุดยิง คุณถึงจะสามารถเจรจาค้าขายต่อกันได้ และฝ่ายตรงข้ามต้องมี Trade Port เหมือนกับคุณ ผลที่ได้รับก็อยู่ในรูป Credits เช่นเดียวกัน

การพัฒนาดวงดาวแต่ละแห่ง (Develop planet)
การพัฒนาดาวในด้านต่างๆนั้น จะช่วยเพิ่มจำนวนประชากรหรือสิ่งก่อสร้าง ส่งผลโดยรวมในหลายๆด้าน คุณสามารถสั่งพัฒนาดาวที่ครอบครองอยู่ได้โดยเลือกที่ดวงดาว แล้วเลือกที่ Develop planet (Q) หัวข้อในการพัฒนามีทั้งหมด 6 อย่างดังนี้

  1. Civilian Infrastructure ช่วยเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตและจำนวนประชากรสูงสุด
  2. Emergency Facilities มีการสร้างศูนย์ป้องกันภัยฉุกเฉินและที่หลบภัยเพิ่มบนดาว ทำให้พลังชีวิตของดวงดาวเพิ่มขึ้น
  3. Explore Planet เป็นการส่งนักสำรวจออกไปสำรวจพื้นผิวดาว เพื่อค้นหาทรัพยากร สิ่งก่อสร้างพิเศษและ Artifacts ที่ให้ผลพิเศษแก่ดวงดาวหรือยูนิต
  4. Designate Capital Planet กำหนดดาวเป้าหมายให้เป็น Home planet ซึ่งดาวดวงนั้นจะได้ Bonus การเก็บภาษีเพิ่มอีก 4 หน่วย ปกติแล้ว Home planet จะมีอยู่แล้วก็คือดาวดวงแรกในตอนเริ่มเกม
  5. Logistics Capacity เพิ่มจำนวนของ Logistics structure ที่สามารถสร้างได้ในวงโคจร
  6. Tactical Capacity  เพิ่มจำนวนของ Tactical structure ที่สามารถสร้างได้ในวงโคจร

สิ่งที่คุณควรเลือกพัฒนาเป็นอันดับแรกสำหรับดาวทุกดวงก็คือ Civilian Infrastructure และควรพัฒนาจนเต็มเพราะการเพิ่มจำนวนประชากรทำให้ภาษีที่เก็บได้เพิ่มมากขึ้น สำหรับหัวข้อที่เหลือให้เลือกพัฒนาตามความเหมาะสมของสถานการณ์ จะได้ไม่เสียทรัพยากรไปโดยเปล่าประโยชน์

การวิจัยค้นคว้าเทคโนโลยีใหม่ (Research)
สิ่งที่จะทำให้คุณก้าวนำศัตรูอยู่ 1 ก้าวเสมอก็คือการวิจัย อย่าหยุดวิจัยเทคโนโลยีใหม่ๆ ถ้าคุณมีทรัพยากรเพียงพอ คุณจะสามารถสร้างสิ่งก่อสร้างและยานรบชนิดใหม่ๆได้ก็ต่อเมื่อคุณได้วิจัยเทคโนโลยีของมันเสร็จสิ้นแล้วเท่านั้น หากจะทำการวิจัยคุณต้องเริ่มจากการสร้างสถานีวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชนิดนั้นก่อน ซึ่งเลือกได้จากหัวข้อ Logistics structure สถานีวิจัยจะแบ่งเป็น 2 ชนิดคือ สถานีวิจัยทางทหาร และสถานีวิจัยทางอาณาจักรและเศรษฐกิจ สังเกตให้ดีๆ เพราะสถานีวิจัยของทั้ง 3 ฝ่ายนั้นชื่อไม่เหมือนกัน จากนั้นคุณจะสามารถเข้าสู่หน้าจอการวิจัยได้จากไอคอน Research ด้านบนของหน้าจอหรือกด F2 เทคโนโลยีที่คุณสามารถวิจัยได้จะแบ่งออกเป็น 4 สายหลักๆคือ

1. เทคโนโลยีด้านการทหาร  2. เทคโนโลยีด้านอาณาจักรและประชากร
3. Fleet Logistics                4. Artifacts

Sins_07

กว่าจะไปถึงระดับสูงสุดเช่นนี้มันต้องใช้เวลานานมาก ดังนั้นถ้าเป็นไปได้อย่าหยุดวิจัย 

เทคโนโลยีของทั้ง 3 ฝ่ายนั้นจะแตกต่างกันเฉพาะสายที่ 1 และ 2 สำหรับสายที่ 3 และ 4 จะเหมือนกันทุกประการ ผมคงต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยเนื่องจากไม่สามารถแจกแจงเทคโนโลยีสายที่ 1 และ 2 ของทั้ง 3 ฝ่ายได้ทั้งหมดเพราะรายละเอียดค่อนข้างเยอะ แต่เทคโนโลยีของแต่ละฝ่ายส่วนใหญ่จะแตกต่างกันที่ชื่อ (เรียกต่างกันครับ) และผลการวิจัยซึ่งบางอย่างเป็นความสามารถพิเศษเฉพาะของแต่ละฝ่ายซึ่งฝ่ายอื่นไม่มี คุณสามารถดูรายละเอียดของเทคโนโลยีชนิดต่างๆได้โดยเลือกหัวข้อที่ต้องการจะวิจัย ซึ่งก็เข้าใจได้ไม่ยากนัก สำหรับรายละเอียดของแต่ละสายหลักๆเป็นดังนี้

1. เทคโนโลยีด้านการทหาร Advent (Hostility), TEC (Military), Vasari (Warfare)
การวิจัยเทคโนโลยีสายนี้จะเป็นการเพิ่มความสามารถในการรบของยูนิตต่างๆ ทั้งพลังชีวิต เกราะป้องกัน พลังโจมตีไปจนถึงโล่พลังงาน นอกจากนี้ยังทำให้คุณเข้าถึงยานรบชนิดใหม่ๆและความสามารถพิเศษของยูนิตชนิดต่างๆอีกด้วย

2. เทคโนโลยีด้านอาณาจักรและประชากร Advent (Harmony), TEC (Civilian), Vasari (Empire)
เทคโนโลยีสายนี้ประกอบไปด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บทรัพยากรชนิดต่างๆ การเพิ่มจำนวนประชากร การตั้งถิ่นฐานบนดาวลักษณะต่างๆกัน ความสามารถในการป้องกันดวงดาว การค้าขาย การเพิ่มประสิทธิภาพสิ่งก่อสร้างชนิดต่างๆ การวิจัยเทคโนโลยีสายนี้ทำให้คุณเข้าถึงสิ่งก่อสร้างชนิดใหม่ๆทั้ง Logistics และ Tactical structure

3. Fleet Logistics แบ่งออกเป็น 2 ส่วนได้แก่

- Capital Ship หัวข้อนี้จะเพิ่มจำนวน Capital Ship ที่คุณสามารถสร้างได้ การวิจัยมันจะไม่เพิ่มค่า Upkeep โดยรวมแต่อย่างใด เมื่อวิจัยที่ระดับสูงสุดคุณจะสามารถสร้าง Capital Ship ได้ทั้งหมด 16 ลำ

- Fleet Supply เป็นการเพิ่มจำนวนยานรบสูงสุดที่คุณสามารถสร้างได้ (เปรียบเสมือน Population capของยูนิตครับ) โดยจำนวนยานที่เพิ่มนี้จะนับเฉพาะยานชั้น Frigate และ Cruisers เท่านั้น Capital Shipและยานรบขนาดเล็กไม่เกี่ยว การค้นคว้าเทคโนโลยีนี้ จะเพิ่มค่า Upkeep ของยานรบทุกชนิดขึ้นเป็น % (รวมCapital Ship ที่สร้างแล้วด้วยนะครับ) โดยสูงสุดจะอยู่ที่ 75 % ยิ่งค่า Upkeep สูงมากเท่าไรอัตราการเก็บเกี่ยวทรัพยากรทั้ง 3 ชนิดจะยิ่งลดลง ดังนั้นควรวิจัยเมื่อจำเป็นต้องการใช้จริงๆเท่านั้น รายละเอียดของ Fleet Supply จะแสดงอยู่ด้านบนของหน้าจอใกล้ๆกับจำนวน Credits

4. Artifacts
ส่วนนี้จะแสดง Artifacts ที่คุณค้นพบตามดวงดาวต่าง Artifactsแต่ละชิ้นนั้นจะมีความสามารถไม่เหมือนกัน ผลของมันจะคล้ายๆกับเทคโนโลยีบางอย่างที่คุณวิจัยได้ บางชิ้นช่วยเพิ่มพลังโจมตีแก่ยูนิตทั้งหมดหรือช่วยลดพลังงานในการใช้ Phase jump เป็นต้น การค้นหา Artifacts ทำได้ 2 วิธีคือ แบบแรกรอให้ศัตรูค้นพบ Artifacts ก่อนจากนั้นเกมจะแจ้งให้เราทราบว่าศัตรูพบ Artifact ที่ดาวดวงไหนโดยสังเกตจากชื่อดาวหรือสัญลักษณ์ลูกศรสีเหลืองเล็กๆที่แสดงอยู่ใต้ดาวดวงนั้น (แต่คุณต้องเคยค้นพบดาวดวงนั้นมาก่อนด้วยนะครับ) ให้เราส่งยานรบไปยึดดาวดวงนั้น วิธีนี้คุณไม่ต้องสำรวจหาเองแต่บางครั้งการบุกเข้าไปยึดดาวที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในอาณาเขตศัตรูก็เป็นเรื่องยากและใช้เวลานาน แบบที่สองคือคุณต้องสำรวจตามดาวต่างๆหาเอาเอง โดยใช้คำสั่ง Explore planet ที่อยู่ในหัวข้อ Develop planet สำรวจดาวที่สงสัยให้ครบ 100% ถ้าโชคดีดาวที่สำรวจนั้นมี Artifact อยู่คุณก็จะได้มันไปครอบครอง

สำหรับเทคโนโลยีด้านการทหารและอาณาจักรนั้นยังแบ่งออกเป็นระดับ ซึ่งมีทั้งหมด 8 ระดับ นั่นหมายถึงคุณต้องมีสถานีวิจัยที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างละ 8 แห่ง (ทั้งด้านทหารและอาณาจักรรวมกันทั้งหมดเป็น 16 แห่งนะครับ) เพื่อให้คุณสามารถวิจัยเทคโนโลยีได้จนถึงระดับสูงสุด

Sins_08

การวิจัย Fleet Logisticนั้น เพิ่มค่าดูแลรักษายานรบ คิดให้ดีก่อนวิจัย

การทูต (Diplomacy)
การเจรจาทางการทูตเป็นตัวเลือกที่ดีอีกอย่างหนึ่งเพื่อเจริญไมตรีกับฝ่ายตรงข้ามหรือหลีกเลี่ยงสงครามที่กำลังเกิดขึ้น ถึงแม้ว่า AI เกมนี้จะหัวหมอและปฏิเสธข้อเสนอเกือบทุกอย่างที่มันไม่เห็นด้วยหรือไม่พอใจ (แถมยังถากถางคุณบ่อยๆ) แต่ข้อตกลงทางการทูตบางอย่างถ้าเจรจาสำเร็จก็จะส่งผลดีอย่างมากต่อคุณ ผมพบว่าข้อตกลงทางการทูตนั้นใช้ไม่ได้ผลแม้แต่น้อยในเกมที่คุณเล่นกับ AI ตัวต่อตัว แต่มันให้ผลดีเมื่อเล่นในแผนที่ขนาดใหญ่ที่มี AI อยู่หลายๆฝ่าย คุณสามารถเข้าสู่หน้าจอการทูตผ่านไอคอน Diplomacy ที่อยู่ด้านบนของหน้าจอหรือกด F1 ทางด้านซ้ายของหน้าจอนี้จะแสดงฝ่ายทั้งหมดที่มีอยู่ในแผนที่นั้น หากเลือกไปที่ฝ่ายที่คุณเล่นหน้าจอด้านขวาจะแสดงรายละเอียดเกี่ยวการทหาร อาณาจักรและเศรษฐกิจ ตามด้วยตัวเลขแสดงลำดับความก้าวหน้าด้านต่างๆเมื่อเทียบกับฝ่ายอื่นๆที่เหลือ เช่น Economy 1 หมายถึงคุณมีระบบเศรษฐกิจก้าวหน้าเป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบกับฝ่ายอื่นๆ ไม่ต้องสนใจกับสีของตัวเลขนะครับเพราะมันไม่ได้มีความหมายแต่อย่างใด (คุณจะสับสนเปล่าๆ) เมื่อคุณเลือกไปที่ฝ่ายศัตรูที่ต้องการเจรจา หน้าจอทางด้านขวาจะประกอบไปด้วยมาตรวัดระดับ Happiness (ค่านี้จะส่งผลต่อความสำเร็จต่อการเจรจาหัวข้อต่างๆ) และหน้าต่างภารกิจซึ่งจะแสดงรายละเอียดของภารกิจหากฝ่ายที่คุณติดต่อด้วยเสนองานให้คุณทำ ส่วนรางวัลคือทรัพยากรหรือค่า Happiness (การจะรักษาระดับความสัมพันธ์คุณต้องทำภารกิจที่ฝ่ายนั้นมอบให้คุณจนสำเร็จเพื่อรักษาระดับค่า Happiness ไว้) นอกจากนี้คุณยังสามารถเสนอข้อตกลงทางการทูตแบบต่างๆผ่านคำสั่งที่มีให้เหล่านี้

  1. Go To War เป็นการประกาศสงครามกับฝ่ายที่คุณติดต่อด้วย
  2. Offer Cease Fire เจรจาขอหยุดยิงชั่วคราว
  3. Offer Peace Treaty เจรจายุติสงครามกับฝ่ายที่คุณเป็นศัตรูด้วย และจะใช้ได้ผลเมื่อคุณมีค่า Happiness สูงพอ
  4. Offer Trade Alliance ข้อเสนอการค้าขายต่อกัน ตัวเลือกนี้จะใช้ได้เมื่ออยู่ในภาวะหยุดยิงหรือสันติเท่านั้น
  5. Offer Ship Vision ทำให้มองเห็นยูนิตทุกชนิดของฝ่ายที่ตกลงด้วย และอีกฝ่ายก็จะเห็นยูนิตคุณเช่นกัน
  6. Offer Planet Vision ทำให้มองเห็นดาวที่ฝ่ายนั้นครอบครองอยู่ของและอีกฝ่ายก็เห็นดาวของคุณเช่นกัน 

 Sins_10
หน้าจอนี้นอกจากใช้ติดต่อฝ่ายอื่นๆแล้ว มันยังบอกรายละเอียดของฝ่ายคุณด้วย

เทคนิคการทำสงคราม
เตรียมความพร้อมก่อนออกรบ
สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงก่อนทำสงครามก็คือความพร้อมด้านต่างๆรวมถึงทรัพยากร ถ้าคุณมีทรัพยากรมากพอที่จะสร้างกองยานขนาดใหญ่แล้วส่งไปบดขยี้ฝ่ายตรงข้ามได้เลยก็คงจะไม่เป็นปัญหา แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันต้องใช้เวลามากพอสมควรกว่าคุณจะมีทรัพยากรแบบเหลือกินเหลือใช้ขนาดนั้น และศัตรูรวมทั้งโจรสลัดก็มักจะมาเยือนคุณถึงประตูบ้านอยู่บ่อยครั้ง สิ่งที่ผมอยากจะแนะนำให้ทำในตอนแรกอาจจะไม่ถูกใจพวกชอบลุยนัก นั่นก็คือให้คุณป้องกันอยู่กับดาวแม่ก่อนเพื่อเตรียมความพร้อมหลายๆด้าน การผลิตยาน Frigate จำนวนมากเพียงอย่างเดียวแล้วส่งออกไปลุยเลยในตอนแรกนั้นเป็นความคิดที่ไม่ค่อยเข้าท่าซักเท่าไร การตั้งรับอยู่กับที่ช่วยให้คุณสามารถใช้ทรัพยากรไปกับการวิจัยพัฒนาได้อย่างเต็มที่ แทนที่จะเอาไปสร้างยานแล้วส่งออกไปตายฟรีตั้งแต่แรก ยิ่งถ้าดาวของคุณมี เส้นทางออกสู่ดาวอื่นหรือ Wormhole เชื่อมต่อน้อยเท่าไรการป้องกันจะยิ่งง่าย ขณะเดียวกันก็ให้คุณหาแหล่งทรัพยากรเพิ่มโดยการยึดดาวที่อยู่ใกล้เคียงซึ่งมียานของศัตรูเพียงไม่กี่ลำคุ้มกันอยู่ คุณอาจส่ง Scout ออกไปสอดแนมหาตำแหน่งศัตรูด้วยก็ได้ รอจนเศรษฐกิจของคุณมั่นคงและพัฒนาความสามารถของยูนิตจนมีประสิทธิภาพเต็มที่หรือระดับหนึ่ง แล้วค่อยผลิตยานรบส่งออกไปบดขยี้ศัตรูก็ยังไม่สาย 

Sins_11Sins_12

ซ้าย: อาวุธสุดยอดของแต่ล่ะฝ่ายในเกมนี้ สามารถยิงข้ามระบบสุริยะได้เลยทีเดียว
ขวา
: การผสมผสานยูนิตหลายๆชนิดจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรบ

ปริมาณหรือคุณภาพ?
ยานรบที่ได้รับการวิจัยอัพเกรดมาอย่างดีนั้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าที่ไม่ได้อัพเกรดอย่างเห็นได้ชัด ทั้งด้านพลังโจมตี เกราะป้องกัน อัตราการฟื้นฟูของโล่พลังงานและพลังชีวิต ประสิทธิภาพของยานรบด้านต่างๆที่ถูกปรับปรุงแล้วจะช่วยลดเวลาในการเข้าโจมตีหรือซื้อเวลาให้คุณล่าถอยได้ทัน แน่นอนว่าคุณภาพต้องมาก่อนแต่ใช่ว่าปริมาณจะไม่สำคัญ ตัวอย่างที่เห็นชัดๆได้แก่  Capital Ship ลำเดียวที่อัพเกรดมาอย่างดีแล้วก็ไม่อาจทนการโจมตีของ Bomber ธรรมดาๆที่มีจำนวนมากกว่าได้ ดังนั้นทั้งปริมาณและคุณภาพจึงมีความสำคัญพอๆกัน จำไว้ว่าถ้าคุณภาพดีแล้วมีปริมาณมากด้วย รบที่ไหนชัยชนะก็อยู่แค่เอื้อม

 Sins_13Sins_14

ซ้าย: ถึงแม้คุณภาพจะสำคัญกว่า แต่จากที่เห็นคงปฏิเสธไม่ได้ว่าปริมาณนั้นก็มีส่วนสำคัญ
ขวา: ยานรบขนาดเล็กเหล่านี้มีประสิทธิภาพอย่างมาก เมื่อพวกมันมีจำนวนเยอะพอ 

ค่าประสบการณ์
เฉพาะ Capital Ship เท่านั้นที่สามารถเก็บค่าประสบการณ์เพื่อไต่ Levelได้ เมื่อเก็บค่าประสบการณ์จนครบจำนวนหนึ่ง ยูนิตจะได้เลื่อน Level และได้ความสามารถพิเศษชนิดใหม่เป็นรางวัลแถมด้วยการปรับปรุงความสามารถที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ความสามารถพิเศษบางอย่างช่วยสนับสนุนการรบได้เป็นอย่างดี เช่นความสามารถ Shield Regeneration ที่ใช้ช่วยเร่งอัตราการฟื้นฟูโล่พลังงานของยานรบที่อยู่โดยรอบ หรือ Concentration Aura ที่ช่วยเพิ่มพลังโจมตีแก่ยานรบที่อยู่ใกล้เคียงเป็นต้น Level สูงสุดของ Capital Ship จะอยู่ที่ระดับ 9 ดังนั้นทุกครั้งที่มีโอกาสให้นำ Capital Ship เข้าร่วมรบเสมอแต่ก็ต้องคอยระวังไม่ให้มันถูกทำลายด้วยเช่นกัน

รู้เขา รู้เรา
สิ่งที่ผมทำเสมอก่อนส่งยูนิต Phase Jump เข้าไปยังดาวหรือที่มั่นของศัตรู ก็คือการสอดแนมดูจำนวนยานของศัตรูเพื่อประเมินกำลังก่อนว่ามีโอกาสชนะมากน้อยแค่ไหน การสอดแนมที่ผมใช้ประจำมีอยู่ 2 แบบ อย่างแรกคือส่งยานรบความเร็วสูงประเภท Scout เข้าไปเพียงลำเดียว เพื่อจะได้หนีออกมาได้ทันหากไปโผล่กลางวงศัตรู หรือถ้าหากหนีไม่ทันโดนสอยร่วง อย่างน้อยมันก็เป็นยานรบที่ราคาถูกกว่ายานชนิดอื่น(แต่ส่วนมากรอดเพราะความเร็วของมัน)  การสอดแนมอย่างที่สองก็คือ การใช้ความสามารถพิเศษของยานรบ เช่น Capital Ship ของฝ่าย Advent มีความสามารถที่ชื่อ Clairvoyance ซึ่งใช้สอดแนมดูดาวดวงไหนก็ได้ในแผนที่ชั่วขณะหนึ่ง นับว่ามีประโยชน์มาก ถ้าคุณไม่สอดแนมก่อนทำการบุกเข้าไป คุณจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าปลายทางข้างหน้ามีอะไรรอคุณอยู่ โดยเฉพาะการบุกเข้าไปใน Pirate Base แบบสุ่มสี่สุ่มห้าที่มักจะมียานไม่ต่ำกว่า 100 ลำป้องกันอยู่ อาจทำให้กองยานทั้งหมดที่คุณสร้างมาละลายหายไปหมดในพริบตา

การยึดครองดาวศัตรู
การยึดครองดาวที่เป็นกลางนั้นไม่มีอะไรมาก แค่คุณใช้ยานรบชั้น Frigate หรือ Capital Ship ที่มีความสามารถ Colonizeเข้ายึดดาวหลังจากกำจัดยูนิตที่เฝ้าอยู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับการยึดดาวที่ศัตรูครอบครองอยู่ทำได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมขึ้นอยู่กับการเล่นของคุณดังนี้

- ใช้กำลังทางทหาร วิธีนี้ไม่มีอะไรมากแค่ส่งยานรบของคุณไปจัดการศัตรูที่เฝ้าอยู่และทำลายสิ่งก่อสร้างในวงโคจรทั้งหมด จากนั้นใช้ Capital Ship โจมตีดาวจนพลังชีวิตของมันลดลงถึงระดับหนึ่ง ดาวดวงนั้นจะกลายเป็นกลาง แต่คุณจะยังไม่สามารถ Colonize ได้จนกว่าค่าอิทธิพลของวัฒนธรรมเก่านั้นจะหมดไป

- ใช้อิทธิพลทางวัฒนธรรม วิธีนี้ใช้เวลานานมากกว่าจะเห็นผลและเหมาะสำหรับตัดทรัพยากรด้าน Credits ของศัตรูทางอ้อมมากกว่ายึดดาวจริงๆ การจะยึดดาวของศัตรูที่อยู่ใกล้เคียงโดยใช้วิธีนี้คุณต้องมีสิ่งก่อสร้างที่ใช้เผยแพร่วัฒนธรรมก่อน สร้างได้จากตัวเลือก Logistic structure (มันยังช่วยป้องกันวัฒนธรรมของคุณถูกกลืนกินโดยศัตรูอีกด้วย) จากนั้นรอวัฒนธรรมจะแพร่กระจายออกไปโดยสังเกตจากสีของเส้นทางที่เชื่อมต่อกันของดวงดาว (สีของฝ่ายใดคือวัฒนธรรมของฝ่ายนั้น)  ถ้าวัฒนธรรมคุณเข้มแข็งพอค่า Allegiance ของดาวเป้าหมายจะลดลงเรื่อยๆจนเหลือ 0 % ศัตรูจะสูญเสียการครอบครองดาวดวงนั้นและมันจะกลายเป็นกลาง ให้คุณส่งยูนิตไป Colonize คุณก็จะได้ดาวดวงนั้นมาครอบครอง

Sins_15Sins_16

ซ้าย: คุณจะได้เห็นภาพเช่นนี้ เมื่อใช้กองยานรบเข้าโจมตีเพื่อยึดดาว
ขวา: การใช้อาวุธสุดยอดยิงถล่มดวงดาวศัตรู ก็ช่วยลดความจงรักภักดีและวัฒนธรรมลงได้

โจรสลัดคือตัวแปรสำคัญ
บ่อยครั้งขณะที่เล่นคุณจะพบว่าทรัพยากรมีไม่เพียงพอสำหรับสร้างกองยานขนาดใหญ่เพื่อส่งไปจัดการศัตรู และขณะเดียวกันกองยานของศัตรูเองก็มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้คงไม่ดีแน่ๆ ทางออกในกรณีแบบนี้คือการส่งโจรสลัดไปโจมตีศัตรูเพื่อลดปริมาณกองยานหรือถ่วงเวลาการบุกโจมตี เพื่อให้เรามีเวลาเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ การสั่งให้โจรสลัดไปโจมตีศัตรูนั้นไม่สามารถทำได้โดยตรง แต่ทำได้โดยกำหนด “ค่าหัว” ของศัตรูคนนั้นโดยผ่านหน้าจอ Criminal underground (กด F3) แล้วเลือกหัวข้อ Pirate ในตอนเริ่มเกมนั้นค่าหัวทุกคนจะเป็น 0 ในสภาวะนี้ โจรสลัดจะโจมตีแต่ละฝ่ายแบบสุ่มจนกว่าจะมีการตั้งค่าหัวของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ค่าหัวยิ่งสูงโจรสลัดก็จะบุกโจมตีด้วยกองยานที่มีขนาดใหญ่ โดยมีเป้าหมายคือ Home planet หรือดาวที่อยู่ในเส้นทางใกล้ที่สุด การใช้โจรสลัดนี้เหมือนดาบสองคม เพราะศัตรูเองก็สามารถตั้งค่าหัวคุณได้เช่นกัน (และก็บ่อยซะด้วย) ถ้าคุณถูกตั้งค่าหัวเป็นอันดับต้นๆ (หรือไม่ก็ตาม) ให้เตรียมรับมือได้เลย สังเกตได้จากแถบเวลาที่เหลืออยู่ทางด้านล่างในหน้าจอนี้ เมื่อถึง 0 จะมีคำเตือนว่าโจรสลัดบุกมาโจมตี ถ้า Capital ship ของคุณมีความสามารถ Dominate จะเปลี่ยนยานของโจรสลัดมาเป็นพวกไว้ใช้งานก็ยังได้ และถ้าเกิดคุณเบื่อที่ต้องคอยรับมือกับพวกมันแล้วล่ะก็ มีอยู่หนทางเดียวก็คือบุกไปทำลาย Pirate Base ในแผนที่นั้นซึ่งส่วนมากตั้งอยู่บนซากอุกาบาต และมีการป้องกันแน่นหนามาก

Sins_17Sins_18

ซ้าย: ถ้าคิดว่าโจรสลัดในพวกนี้ไร้พิษสงแล้วล่ะก็ คิดใหม่ได้เลยครับ
ขวา: เป็นเรื่องปกติที่ Pirate Base จะมีการป้องกันแน่นหนาเช่นนี้

เทคนิคและแนวทางการเล่นอื่นๆ
อ่านมาถึงตรงนี้ผมเชื่อว่าหลายๆท่านคงจะได้แนวคิดและวิธีการเล่นเกมนี้กันไปพอสมควรแล้ว แต่ผมยังมีเทคนิคเล็กๆน้อยบางอย่างที่คิดว่าบางท่านอาจจะยังไม่รู้หรือยังงงกันอยู่มานำเสนอ

- Focus firing และ Shield Mitigation เทคนิคนี้เวลาเล่นจริงคุณอาจจะไม่ต้องสนใจเลยก็ได้โดยเฉพาะการรบที่ประกอบไปด้วยยูนิตจำนวนมากเพราะมันค่อนข้างจะชุลมุนวุ่นวาย แต่สำหรับท่านใดที่อยากรู้วิธีคำนวณค่าความเสียหายเพื่อแบ่งกองยานเข้าโจมตี ผมแนะนำให้ทำความเข้าใจกับเนื้อหาส่วนนี้ครับ Focus firing อธิบายง่ายๆก็คือการรุมยิงศัตรูตัวเดียวด้วยยูนิตของเราหลายๆยูนิต การทำเช่นนี้สำหรับ RTS เกมอื่นๆจะช่วยให้คุณกำจัดศัตรูได้เร็วขึ้น แต่สำหรับเกมนี้มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไปครับ เพราะมันขึ้นอยู่กับเกราะ พลังชีวิต โล่พลังงาน และที่สำคัญคือค่า Shield Mitigation หรือ SM ซึ่งถูกออกแบบมาให้รับมือกับ Focus firing โดยเฉพาะ  SM คือค่าการปรับสภาวะของโล่พลังงานเฉพาะจุด เพื่อลดความเสียหายของโล่พลังงานโดยคิดเป็น % (ดังที่กล่าวไว้ในส่วนของค่าสถานะ)  SM ของยานรบส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่ 15% และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเมื่อยานถูกโจมตีหรือจนกว่าจะถึงค่าสูงสุด ความเสียหายยิ่งมาก SM ยิ่งเพิ่มขึ้นเร็ว (ผมไม่แน่ใจว่า % ที่เพิ่มขึ้นนั้นคำนวณอย่างไรแต่ข้อมูลจากเวปไซต์ของเกมระบุว่า ความเสียหาย 10 แต้มจะเพิ่ม Shield Mitigation 1 %) ถึงแม้การ Focus firing จะช่วยให้คุณสร้างความเสียหายต่อยานได้อย่างรวดเร็วมากในตอนแรก แต่อย่าลืมว่าค่า SM ของเป้าหมายจะเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่คุณโจมตีและยานแต่ละลำยังมีอัตราการฟื้นฟูของโล่พลังงานอีก เมื่อถึงจุดหนึ่งการโจมตีของคุณจะสร้างความเสียหายได้น้อยมากจนคงที่ สมมุติว่ายานมี SM 50% ถูกโจมตีครั้งแรกด้วยค่าความเสียหาย 100 แต้ม ความเสียหายต่อโล่พลังงานที่ได้รับนั้นจะเหลือเพียงครึ่งเดียวคือ 50 แต้ม และ SM จะเพิ่มขึ้นเป็น 55 % (ยิ่งถูกโจมตีโล่พลังงานยิ่งแข็งแกร่งขึ้น) เมื่อโจมตีครั้งที่สองด้วยความเสียหาย 100 แต้มความเสียหายที่ได้รับจะเหลือเพียง 45 แต้มเท่านั้นและในครั้งต่อๆไปความเสียหายที่ได้รับจะยิ่งน้อยลงไปเรื่อยๆจนคงที่  จะเห็นว่าประสิทธิภาพของ Focus firing นั้นขึ้นอยู่กับความเสียหายทั้งหมดที่คุณสร้างโดยรวมต่อวินาที (Damage per second)ไม่ใช่จำนวนครั้งที่โจมตี ถ้ายังนึกไม่ออกผมขอยกตัวอย่างแบบนี้นะครับ สมมุติว่าคุณมี Frigate อยู่ 10 ลำ ส่งไปกำจัด Frigate ของศัตรูจำนวน 2 ลำ ถ้าคุณสั่งยานทั้งหมดรุมยิงยานศัตรูทีละลำ กว่าจะทำลายได้หมดอาจต้องใช้เวลาถึง 60 วินาที แต่ถ้าหากคุณแบ่งยานของคุณออกเป็น 2 กลุ่ม (กลุ่มละ 5 ลำ) แล้วโจมตีศัตรูพร้อมกันทั้ง 2 ลำคุณจะใช้เวลาเพียง 45 วินาทีเท่านั้น จะเห็นว่าการรุมยิงศัตรูด้วยยูนิตที่มากเกินไปก็ไม่ได้ช่วยให้ทำลายศัตรูได้เร็วขึ้น (ถึงแม้ว่าจะสร้างความเสียหายได้ก็ตาม) เนื่องจากค่า SM ที่ยูนิตนั้นมีอยู่ สู้แบ่งยูนิตส่วนเกินนั้นไปจัดการยานศัตรูลำอื่นพร้อมกันไปด้วยจะเป็นการประหยัดเวลากว่าครับ

- Long Range Jumps และ Wormhole ขณะที่เล่นหลายๆท่านคงเคยสังเกตเห็นดาวฤกษ์กันมาบ้างแล้ว ซึ่งนอกจากจะไม่สามารถตั้งถิ่นฐานหรือครอบครองได้ก็มีประโยชน์แค่ฟื้นฟูค่า Antimatter ของยานในบริเวณใกล้เคียงเท่านั้น แต่สิ่งที่บางท่านอาจจะยังไม่ทราบก็คือ การเล่นในแผนที่ขนาดใหญ่นั้น จะมีระบบสุริยะอยู่มากมาย แต่ละแห่งนั้นจะเชื่อมต่อถึงกันผ่าน Wormhole และก็ดาวฤกษ์ คุณสามารถเดินทางผ่านไปยังระบบอื่นด้วยเส้นทางที่เชื่อมกันของดาวฤกษ์แต่ละแห่งเมื่อค้นคว้าวิจัยเทคโนโลยีด้านอาณาจักรที่ชื่อ Long Range Jumps สำหรับหรับฝ่าย TEC กับ Vasari และ Distant Visualization สำหรับฝ่าย Advent ส่วนการเดินทางผ่าน Wormhole นั้นก็ต้องค้นคว้าเทคโนโลยีเกี่ยวกับ Wormhole ให้ได้ก่อนเช่นกันจึงจะใช้เดินทางได้ ซึ่งเทคโนโลยีนี้ของทั้ง 3 ฝ่ายมีชื่อแตกต่างกันดังนี้ Worm Hole Navigations (TEC), Worm Hole Passage (Advent) และ Worm Hole Stabilization (Vasari)

Sins_19Sins_20

ซ้าย: แผนที่ขนาดใหญ่จะประกอบไปด้วยระบบสุริยะหลายๆแห่งเช่นในภาพนี้
ขวา: Wormhole คือหนึ่งในเส้นทางที่คุณใช้เดินทางได้ แต่ต้องวิจัยเทคโนโลยีของมันก่อน

- การ Phase Jump การส่งกองยานรบจำนวนมากไปโผล่ด้านหลังกองกำลังศัตรูพร้อมๆกันก็เป็นอะไรที่สร้างความประหลาดใจได้ไม่น้อย แต่ในบางครั้งเมื่อคุณสั่ง Phase Jump คุณจะพบว่ายานรบของคุณดันโผล่ไปทีละลำให้ศัตรูสอยเล่นจนหมด ปัญหานี้แก้ไม่ยากเนื่องจากคุณสามารถตั้งค่าการ Phase Jump ได้ โดยการคลิ้กขวาผ่านไอคอน Move ของยานรบที่อยู่ด้านขวาล่างของจอหรือกด Ctrl+D ก็ได้ ซึ่งมี 2 ลักษณะดังนี้

  1. None Groups การ Phase Jump ลักษณะนี้ยูนิตชนิดต่างๆที่คุณเลือกจะทำการ Phase Jump ทันทีเมื่อมันพร้อมเมื่ออยู่ในตำแหน่งนอก Gravity well โดยไม่รอยูนิตอื่นๆ เรียกว่าใครพร้อมก่อนไปก่อน การตั้งค่าลักษณะนี้เหมาะที่จะใช้เมื่อต้องการล่าถอย (หนีนั่นล่ะ) ยูนิตจะ Phase Jump ทันทีโดยไม่รอพวกพ้องที่อยู่เบื้องหลัง ช่วยเพิ่มโอกาสรอดของยูนิตนั้น
  2. All Groups การตั้งค่าลักษณะนี้ ยูนิตทุกชนิดที่คุณเลือกจะทำการ Phase Jump พร้อมๆกัน ยูนิตที่ออกจากบริเวณ Gravity well ก่อนจะรอยูนิตอื่นๆที่คุณสั่งทั้งหมดเข้าประจำที่ก่อน เมื่อพร้อมก็จะ Phase Jump ไปยังเป้าหมาย การตั้งค่าแบบนี้เหมาะแก่การเตรียมกำลังบุกโจมตีอย่างมาก

ค่าสถานะอีกอย่างที่คุณจะเจอแต่ไม่สามารถกำหนดได้โดยตรงก็คือ Some Groups ซึ่งปรากฏเมื่อยูนิตแต่ละกลุ่มที่คุณเลือกนั้นถูกตั้งค่าต่าง Phase Jump ต่างกัน ผลที่ได้ก็จะออกมาทั้ง 2 ลักษณะ

Sins_21Sins_22

ซ้าย: Effect ที่สวยงามเมื่อคุณเดินทางด้วย Phase Jump
ขวา: การ Phase Jump แบบหมู่คณะ

ก็คงต้องขอจบ Strategy ของเกมนี้ไว้ที่ตรงนี้ หวังว่าข้อมูลขั้นพื้นฐานเหล่านี้จะทำให้คุณสามารถเล่นเกมได้สนุกมากยิ่งขึ้นนะครับ ลองนำมันไปปรับใช้กับสไตล์การเล่นของคุณดู สำหรับครั้งนี้คงต้องลาไปก่อน...สวัสดีครับ

Hits: 3998
Comments (3)add comment

บ้าเกม said:

บ้าเกม
...
อันนี้ที่เคยลง FG รึเปล่าครับคุณอ๊อฟ แต่ก็ยังแหล่มเหมือนเดิม เยี่ยมครับ ^ ^
 
July 27, 2009
Votes: +0

Ytse said:

Ytse
...
ใช่แล้วครับ คงไม่ผิดอะไรถ้าจะยกมานะ (เสียวๆเหมือนกัน) แต่ยังไงมันก็บทความผมเองอยู่ดี 555+ FG ยังแอบเอาไปลง OS บ่อยๆ เราก็เอาของเราลงที่นี่มั่ง อ่อ อันนี้เวอร์ชั่นเต็มครับ ของ FG ตัดเนื้อหาออก หุหุ
 
July 27, 2009
Votes: +0

kochavaree said:

kochavaree
...
สุดยอดเลยคับ
 
September 04, 2010
Votes: -1

Write comment
You must be logged in to post a comment. Please register if you do not have an account yet.

busy
Last Updated ( Monday, 27 July 2009 14:46 )