 |
หลายๆท่านอาจจะคุ้นตากับ Guide ของ Galactic Civilization II ของคุณ S.Logan กันไปแล้ว คราวนี้ผมขอตามมาติดๆด้วย Strategy ของเกม Sins of A Solar Empire เกม RTS แนวอวกาศที่มีรูปแบบคล้ายๆกัน |
หลายๆท่านอาจจะคุ้นตากับ Guide ของ Galactic Civilization II ของคุณ S.Logan กันไปแล้ว คราวนี้ผมขอตามมาติดๆด้วย Strategy ของเกม Sins of A Solar Empire เกม RTS แนวอวกาศที่มีรูปแบบคล้ายๆกัน แตกต่างกันตรงที่ Sins เป็น RTS แต่มันก็ยังเป็น RTS ที่มีการจัดการด้านรายละเอียดค่อนข้างยิบย่อยและการเล่นที่เปิดกว้างไม่ตายตัว คุณจึงสามารถนำเทคนิคการเล่นเหล่านี้ไปประยุกต์เข้ากับสไตล์การเล่นของคุณได้ครับ ไปชมกันเลย

รู้จักพื้นฐานกันก่อน
ถ้าใครเคยเล่นเกมอย่าง Galactic Civilization 2 มาก่อนก็คงจะคุ้นเคยกับเกมนี้ได้ไม่ยากเพราะมีลักษณะการเล่นที่คล้ายๆกัน แต่เกมนี้มีการจัดการไม่เยอะเท่าและซับซ้อนน้อยกว่ามาก (เป้าหมายหลักๆในการเล่นก็คือ พิชิตศัตรูและครอบครองดวงดาวทั้งหมดทั่วระบบสุริยะ โดยใช้วิธีต่างๆทั้งด้านการทูตและกำลังทางทหาร คุณสามารถเลือกเผ่าพันธุ์ที่จะเล่นได้ทั้งหมด 3 เผ่าพันธุ์ ได้แก่ TEC (Trade Emergency Coalition), Advent และ Vasari ซึ่งความแตกต่างของแต่ละเผ่าพันธุ์คือรูปลักษณ์ของสิ่งก่อสร้าง กองยาน และเทคโนโลยีที่สามารถวิจัยได้ นอกเหนือจากนี้รายละเอียดจะคล้ายๆกัน หลังจากตัดสินใจเลือกฝ่ายได้แล้วเกมจะตัดเข้าสู่แผนที่ดาวที่คุณเลือก
ค่าสถานะของดวงดาวและยูนิต
ไม่ว่าจะเลือกฝ่ายใด เมื่อเริ่มเกมมา อย่างน้อยคุณจะมี Frigate Factory อยู่ 1 แห่งและดาว1 ดวง ในครอบครอง ซึ่งจะถูกตั้งให้เป็น Home planet พื้นฐานอย่างแรกที่คุณควรจะรู้เมื่อเล่นเกมนี้ก็คือ ค่าสถานะต่างๆของดวงดาวและยูนิต อันดับแรกมาดูค่าสถานะของดวงดาวที่คุณครอบครองอยู่กันก่อน หลักๆแล้วจะมีดังนี้
-
Name - ชื่อของดวงดาว(คุณสามารถแก้ไขได้ตามใจชอบโดยการเลือกที่ดาวแล้วกด Y)
-
Type - บอกลักษณะของดวงดาวนั้นๆ เช่น Ice, Volcano, Terrain, Desert, Home เป็นต้น
-
Allegiance - ความจงรักภักดีของดาวดวงนั้นต่อผู้ที่ครอบครอง
-
Planet Health - พลังชีวิตของดวงดาว
-
Population - จำนวนประชากร ส่งผลต่ออัตราการเก็บภาษีของดาวดวงนั้น
-
Culture Rate - ค่าวัฒนธรรมของดาว จะแสดงเมื่อมีการสร้าง Logistic structure เกี่ยวกับวัฒนธรรม
-
Tax Income Rate - อัตราการเก็บภาษี ส่งผลต่อ Credit ที่คุณจะได้จากดาวดวงนั้น
-
Tactical Slot - จำนวน Tactical structure ที่สามารถสร้างได้
-
Logistic Slot - จำนวน Logistic structure ที่สามารถสร้างได้
-
Planet Exploration - แสดง % การสำรวจดาวดวงนั้น

ค่าสถานะเหล่านี้จะบอกลักษณะต่างๆของดาวที่คุณครอบครองอยู่
สำหรับดาวที่มีสถานะ Home จะได้รับ Bonus ด้านการเก็บภาษีและยังมีอิทธิพลต่อค่าความจงรักภักดี (Allegiance) ต่อดาวรอบๆข้างด้วย ต่อมาคือค่าสถานะของยูนิต ยานรบในเกมนี้แบ่งออกเป็น 4 ประเภทได้แก่ 1.ยานรบขนาดเล็ก เช่น Fighter และ Bomber 2.Frigate 3.Cruisers 4.Capital Ship ในที่นี้ผมขอยก Capital Ship มาเป็นตัวอย่าง เนื่องจากค่าสถานะต่างๆคลอบคลุมยานชนิดอื่น
- Name - ชื่อของยูนิต
- Hull - พลังชีวิตของยูนิต
- Shield - โล่พลังงานของยูนิต
- Antimatter - พลังงานของยูนิตสำหรับใช้ความสามารถต่างๆ รวมถึงการ Phase jump
- Armor - เกราะป้องกัน
- Shield Mitigation - เป็นการปรับสภาวะของโล่พลังงาน ค่านี้จะแตกต่างกันตามสภาพแวดล้อมและความเสียหายที่ได้รับ เมื่อยานถูกโจมตีค่านี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ช่วยลดความเสียหายต่อโล่พลังงานเป็น % ซึ่งจะมีผลจนกว่าโล่พลังงานของยานจะหมดไป
- Experience Point - ค่าประสบการณ์ของยูนิต (เฉพาะ Capital Ship)
- Culture Repel Rate - ค่านี้ช่วยป้องกันอิทธิพลทางวัฒนธรรมของศัตรูที่แผ่ขยายเข้ามายังดวงดาวบริเวณที่ยูนิตอยู่ ทำให้โอกาสที่ดวงดาวจะถูกยึดครองด้วยอิทธิพลของศัตรูลดลงในทางกลับกัน เมื่อคุณบุกโจมตีดวงดาว ค่านี่จะช่วยลดความจงรักภักดีของประชากรที่อาศัยบนดาวดวงนั้นต่อผู้ครอบครองคนเก่า ยิ่งค่านี้มากคุณยิ่งยึดครองได้เร็วขึ้น (เฉพาะ Capital Ship)
แผนที่ดวงดาว ดวงดาวแต่ละดวงในเกมนี้เปรียบเสมือนอาณาจักรขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งสามารถสร้างผลประโยชน์ทางการค้าและการวิจัยแก่ผู้ครอบครองได้ แผนที่ดวงดาวนี้ประกอบไปด้วยดวงดาวหลายชนิด ตั้งแต่ดาวที่มีลักษณะเป็นน้ำแข็งไปจนถึงดาวที่แห้งแล้งจนเป็นทะเลทราย นอกจากนี้ยังมีดาวฤกษ์ เศษอุกาบาต และ ฐานของโจรสลัดอวกาศอีกด้วย ดวงดาวแต่ละดวงจะมีบริเวณที่มีแรงดึงดูดอยู่รอบๆวงโคจรเรียกว่า Gravity well ซึ่งในบริเวณนี้จะมีอุกาบาตซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรให้คุณเก็บเกี่ยว ดาวแต่ละดวงจะเชื่อมต่อกันด้วยเส้นสีต่างๆ ตามแต่ผู้ครอบครองดาวนั้น การจะเดินทางไปดาวดวงอื่นทำได้โดยการ Phase jump ผ่านเส้นทางเหล่านี้ เท่านั้นและยานที่จะเดินทางต้องอยู่นอกบริเวณ Gravity well ด้วยจึงจะสามารถใช้ Phase jump ได้ สำหรับบางแผนที่ระบบสุริยะที่คุณอยู่จะเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆผ่านช่องทางที่เรียกว่า Wormhole เกมการเล่นส่วนใหญ่จะอยู่ในหน้าจอนี้เป็นหลัก

การสั่งยูนิตต่างๆส่วนใหญ่จะผ่านทางแผนที่ดาวลักษณะเช่นนี้
ประเภทของสิ่งก่อสร้าง มาดูประเภทสิ่งก่อสร้างกันบ้าง สิ่งก่อสร้างในเกมนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆดังนี้
- Logistic structure เป็นสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาด้านต่างๆ ประกอบด้วยโรงงานสร้างยานรบตั้งแต่ชั้น Frigate ไปจนถึง Capital สถานีวิจัย สถานีการค้า และเหมืองทรัพยากรชนิดต่างๆ
- Tactical structure เป็นสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวกับการป้องกันดวงดาว เช่น ป้อมปืน โรงจอดยานขนาดเล็ก สถานีซ่อมแซม ไปจนถึงอาวุธสุดยอดของแต่ละฝ่าย
การสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆนั้นไม่ยาก ทำได้โดยเลือกไปที่ดาวที่เราต้องการจะสร้าง แล้วเลือกชนิดสิ่งก่อสร้าง จากนั้นเลือกตำแหน่งที่จะวางลงไป ซึ่งจะสามารถวางได้เฉพาะในบริเวณ Gravity well รอบๆดาวเท่านั้น และถ้าคุณขี้เกียจวางตำแหน่งสิ่งก่อสร้างเองเกมก็มีบริการจัดวางให้อัตโนมัติ โดยเลือกไปที่ไอคอน Auto-Structures ที่อยู่ด้านขวาล่างหรือกด K เพื่อเปิดการใช้งาน มาถึงตรงนี้หลายๆคนที่เริ่มเล่นก็คงจะงงว่าจะเริ่มสร้างอะไรก่อนดี หลักๆแล้วในตอนเริ่มต้นหรือเมื่อคุณยึดดาวได้แล้วควรสร้างเหมืองเก็บทรัพยากรเป็นอันดับแรก จากนั้นพัฒนาดวงดาวแล้วสร้างสถานีวิจัยหรือการค้า สำหรับรายละเอียดของการวิจัยและการค้าจะอธิบายในส่วนต่อไป

เหมืองทรัพยากรคือสิ่งก่อสร้างอันดับต้นๆที่คุณควรสร้าง
บริหารจัดการดีมีชัยไปกว่าครึ่ง จะหาทรัพยากรเพิ่มได้อย่างไร? เกมนี้มีระบบการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งก่อสร้างต่างๆเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นหนทางสู่ความสำเร็จในการพิชิตศัตรูและครอบครองดวงดาวก็ขึ้นอยู่กับการบริหารทรัพยากรต่างๆให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่างแรกคุณควรทราบก่อนว่าทรัพยากรในเกมนี้มีอยู่ 3 ประเภท คือ 1. Credits (เงิน) 2.Metal (โลหะ) 3.Crystal (คริสตัล) โดยปกติแล้วทรัพยากรเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นเองทุกวินาที เมื่อคุณครอบครองดวงดาวหรือเหมืองทรัพยากร Credits นั้นได้จากการเก็บภาษีหรือการค้าขายของดาว ส่วน Metal และ Crystal ได้จากเหมืองที่สร้าง แต่ปริมาณทรัพยากรที่ได้รับจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆดังนี้

แหล่งทรัพยากรเหล่านี้จะโคจรอยู่รอบๆดาวของคุณ
1. จำนวนดวงดาวและแหล่งทรัพยากรที่ครอบครองอยู่ ดังคำกล่าวที่ว่า “ยิ่งครอบครองมากเท่าไรผลกำไรยิ่งมากตามไปด้วย” สิ่งนี้ส่งผลต่อทรัพยากรทั้ง 3 ชนิด ยิ่งคุณครอบครองดวงดาวหลายดวง เงินที่ได้จากการเก็บภาษีก็จะยิ่งมาก และดาวแต่ละดวงก็จะมีเหมืองทรัพยากรให้เก็บเกี่ยวด้วย
2. จำนวนประชากรของดาวแต่ละดวง แน่นอนเงินภาษีจะมาจากไหนถ้าไม่ใช่ประชากร จำนวนประชากรส่งผลโดยตรงต่อปริมาณ Credits ที่เก็บได้จากดาวแต่ละดวง ยิ่งมีประชากรมากเงินที่เก็บได้ก็จะมากไปด้วย การเพิ่มจำนวนประชากรทำได้ 2 วิธีคือ 1. ค้นคว้าวิจัยเทคโนโลยีที่ให้ผลการเพิ่มค่าประชากรสูงสุด (Max population increase) ซึ่งวิจัยครั้งเดียวจะส่งผลต่อดาวทุกดวงที่มีลักษณะ (Type) เช่นเดียวกับที่เทคโนโลยีกำหนด ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีที่ชื่อ Thriving Desert Citiesของฝ่าย Advent จะเป็นการเพิ่มประชากรสูงสุด 30% ให้แก่ดาวที่มีลักษณะเป็นทะเลทราย ดังนั้นดาวทะเลทรายที่คุณครอบครองทุกดวงจะได้รับผลนี้ไปด้วย และ 2. การพัฒนาดวงดาว (Develop planet) ในหัวข้อ Civilian Infrastructure เพื่อเพิ่มอัตราการเติมโตและค่าประชากรสูงสุด การพัฒนาดาวนี้จะส่งผลต่อดาวที่เราเลือกพัฒนาเท่านั้น
3. สถานีการค้าของดาวแต่ละดวง การค้าส่งผลต่อ Credits ของคุณโดยตรง ยกเว้นฝ่าย Advent ซึ่งสามารถใช้ Trade Port เพิ่มอัตราการเก็บทรัพยากรในบริเวณดาวที่มันตั้งอยู่ แต่ความสามารถนี้จะใช้ได้ต่อเมื่อวิจัยเทคโนโลยีไปจนถึงระดับหนึ่ง ดังนั้นอย่ารีรอที่จะสร้าง Trade Port ในดาวแต่ละดวงถ้าคุณสามารถสร้างได้
4. ระดับการวิจัยเทคโนโลยีและสิ่งก่อสร้างบางชนิด เทคโนโลยีบางอย่างเมื่อวิจัยแล้วจะส่งผลต่อปริมาณทรัพยากรที่เก็บได้ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม เช่น การวิจัยเพิ่มอัตราการเก็บเกี่ยวสูงสุดของ Metal และ Crystal หรือการวิจัยเพิ่มประชากรที่ทำให้คุณได้รับ Credits มากขึ้น พยายามวิจัยเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อการเพิ่มทรัพยากรเหล่านี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะมันจะส่งผลดีต่อคุณในระยะยาว นอกจากนี้การสร้าง สิ่งก่อสร้างอย่าง Orbital Refinery ของฝ่าย TEC ก็ช่วยเพิ่มทรัพยากรจากเหมืองเช่นกัน
5. จำนวนยานรบ ยูนิตยานรบชนิดต่างๆจะต้องเสียค่า Upkeep หรือค่าดูแลรักษาโดยจ่ายเป็นทรัพยากรทั้ง 3 ชนิด แต่มันไม่ได้หักจากจำนวนทรัพยากรที่คุณมีอยู่ มันจะหักจากอัตราการเก็บเกี่ยวทั้งหมดของทรัพยากรทั้ง 3 ชนิด พูดง่ายๆก็คือยิ่งคุณมียานรบมากเท่าไร อัตราการเก็บเกี่ยวทรัพยากรก็จะลดลง และยิ่งคุณวิจัยเทคโนโลยีสาย Fleet Logistics เพื่อเพิ่มปริมาณยานรบที่สามารถสร้างได้สูงสุดไปมากเท่าไร ค่า Upkeep ก็จะยิ่งสูงขึ้นไปด้วย ยิ่งตอนท้ายๆเกมถ้าคุณมีกองยานรบขนาดใหญ่อัตราการเก็บทรัพยากรของคุณจะลดลงอย่างมากจนแทบไม่พอใช้จ่าย ดังนั้นจำไว้ว่า ตลอดเกมคุณควรสร้างยานรบเฉพาะที่ต้องการใช้จริงๆเท่านั้น ถ้าเศรษฐกิจคุณไม่เข้มแข็งพอการสร้างกองยานขนาดใหญ่อาจทำให้ทรัพยากรที่มีอยู่ไม่พอใช้ในระยะยาว
คุณสามารถดูผลรวมอัตราการเก็บเกี่ยวของทรัพยากรชนิดต่างๆได้โดยการเอาลูกศรชี้ไปที่ปริมาณทรัพยากรชนิดต่างๆ ที่แสดงอยู่บริเวณมุมขวาบนของหน้าจอ
Black Market แหล่งทรัพยากรที่ไม่ควรมองข้าม

หลายๆคนคงจะประสบปัญหาทรัพยากรขาดมือในช่วงต้นเกม อาจจะเพราะดาวเริ่มต้นของคุณมีทรัพยากรให้เก็บไม่ครบทั้ง 3 ชนิดหรือคุณอาจจะใช้มันในการวิจัยจนหมด ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดก็ตาม Black Market เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในช่วงแรกๆ หรือเวลาที่ทรัพยากรคุณไม่พอใช้ คุณสามารถเข้าสู่ Black Market ผ่านไอคอน Criminal underground ด้านบนของหน้าจอหรือการกด F3 แล้วเลือกที่ Black Market ตลาดมืดแห่งนี้จะมีทรัพยากรให้คุณซื้อขาย 2 ชนิดคือ Metal และ Crystal การซื้อขายจะคิดราคาต่อ100 หน่วย และราคาทรัพยากรเหล่านี้ก็จะขึ้นๆลงๆตามหลักอุปสงค์และอุปทาน ให้เข้าใจง่ายๆก็คือ เมื่อคุณซื้อเยอะราคาจะยิ่งสูงขึ้นเพราะความต้องการมากขึ้น กลับกันเมื่อคุณขายราคาก็จะตกลงเรื่อยๆเพราะของล้นตลาด แต่ราคาขายจะตกลงต่ำสุดไม่เกิน 200 ดังนั้นไม่ต้องกังวลกับราคาขายมากนักเพราะยังไงก็ยังได้ Credits อยู่ดี ควรจะห่วงเรื่องราคาซื้อจะดีกว่าเพราะมันจะพุ่งขึ้นสูงมากเรียกว่าถ้าซื้อเพลินละก็ Credits ที่มีแม้ว่าจะเป็นหมื่นก็อาจจะหายไปในพริบตาเลยทีเดียว ถ้าราคาซื้อสูงขึ้นมากๆ ให้ปล่อยไว้ซักครู่ราคาซื้อจะค่อยๆลดลงเอง
การค้าช่วยให้คุณร่ำรวย การค้าช่วยเพิ่มพูน Credits ในคลังของคุณได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับจำนวน Trade Port และดวงดาวที่คุณครอบครองด้วย คุณจะสามารถสร้าง Trade Port ได้ก็ต่อเมื่อได้วิจัยเทคโนโลยีของมันจนเสร็จสิ้นแล้ว การค้ามี 2 ลักษณะ อย่างแรกคือ การค้าระหว่างดวงดาวของคุณเอง เมื่อคุณสร้าง Trade Port ตามดวงดาวต่างๆเป็นที่เรียบร้อยแล้ว Trade Ship จะทำการขนส่งสินค้าในรูปของ Credits ข้ามไปมาระหว่างดวงดาวที่คุณได้สร้าง Trade Port เอาไว้ ยิ่งมีขนส่งระหว่างดวงดาวหลายๆดวงมากเท่าไร Credits ที่ได้รับต่อวินาทีก็ยิ่งมากขึ้นไปด้วย อย่างที่สองคือการค้าระหว่างพันธมิตร คุณจะค้าขายในลักษณะนี้ได้ก็ต่อเมื่อสถานะทางการทูตของคุณกับอีกฝ่ายที่จะค้าขายด้วยนั้นอยู่ในภาวะสันติหรือเจรจาหยุดยิง คุณถึงจะสามารถเจรจาค้าขายต่อกันได้ และฝ่ายตรงข้ามต้องมี Trade Port เหมือนกับคุณ ผลที่ได้รับก็อยู่ในรูป Credits เช่นเดียวกัน
การพัฒนาดวงดาวแต่ละแห่ง (Develop planet) การพัฒนาดาวในด้านต่างๆนั้น จะช่วยเพิ่มจำนวนประชากรหรือสิ่งก่อสร้าง ส่งผลโดยรวมในหลายๆด้าน คุณสามารถสั่งพัฒนาดาวที่ครอบครองอยู่ได้โดยเลือกที่ดวงดาว แล้วเลือกที่ Develop planet (Q) หัวข้อในการพัฒนามีทั้งหมด 6 อย่างดังนี้
- Civilian Infrastructure ช่วยเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตและจำนวนประชากรสูงสุด
- Emergency Facilities มีการสร้างศูนย์ป้องกันภัยฉุกเฉินและที่หลบภัยเพิ่มบนดาว ทำให้พลังชีวิตของดวงดาวเพิ่มขึ้น
- Explore Planet เป็นการส่งนักสำรวจออกไปสำรวจพื้นผิวดาว เพื่อค้นหาทรัพยากร สิ่งก่อสร้างพิเศษและ Artifacts ที่ให้ผลพิเศษแก่ดวงดาวหรือยูนิต
- Designate Capital Planet กำหนดดาวเป้าหมายให้เป็น Home planet ซึ่งดาวดวงนั้นจะได้ Bonus การเก็บภาษีเพิ่มอีก 4 หน่วย ปกติแล้ว Home planet จะมีอยู่แล้วก็คือดาวดวงแรกในตอนเริ่มเกม
- Logistics Capacity เพิ่มจำนวนของ Logistics structure ที่สามารถสร้างได้ในวงโคจร
- Tactical Capacity เพิ่มจำนวนของ Tactical structure ที่สามารถสร้างได้ในวงโคจร
สิ่งที่คุณควรเลือกพัฒนาเป็นอันดับแรกสำหรับดาวทุกดวงก็คือ Civilian Infrastructure และควรพัฒนาจนเต็มเพราะการเพิ่มจำนวนประชากรทำให้ภาษีที่เก็บได้เพิ่มมากขึ้น สำหรับหัวข้อที่เหลือให้เลือกพัฒนาตามความเหมาะสมของสถานการณ์ จะได้ไม่เสียทรัพยากรไปโดยเปล่าประโยชน์
การวิจัยค้นคว้าเทคโนโลยีใหม่ (Research) สิ่งที่จะทำให้คุณก้าวนำศัตรูอยู่ 1 ก้าวเสมอก็คือการวิจัย อย่าหยุดวิจัยเทคโนโลยีใหม่ๆ ถ้าคุณมีทรัพยากรเพียงพอ คุณจะสามารถสร้างสิ่งก่อสร้างและยานรบชนิดใหม่ๆได้ก็ต่อเมื่อคุณได้วิจัยเทคโนโลยีของมันเสร็จสิ้นแล้วเท่านั้น หากจะทำการวิจัยคุณต้องเริ่มจากการสร้างสถานีวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชนิดนั้นก่อน ซึ่งเลือกได้จากหัวข้อ Logistics structure สถานีวิจัยจะแบ่งเป็น 2 ชนิดคือ สถานีวิจัยทางทหาร และสถานีวิจัยทางอาณาจักรและเศรษฐกิจ สังเกตให้ดีๆ เพราะสถานีวิจัยของทั้ง 3 ฝ่ายนั้นชื่อไม่เหมือนกัน จากนั้นคุณจะสามารถเข้าสู่หน้าจอการวิจัยได้จากไอคอน Research ด้านบนของหน้าจอหรือกด F2 เทคโนโลยีที่คุณสามารถวิจัยได้จะแบ่งออกเป็น 4 สายหลักๆคือ
1. เทคโนโลยีด้านการทหาร 2. เทคโนโลยีด้านอาณาจักรและประชากร 3. Fleet Logistics 4. Artifacts

กว่าจะไปถึงระดับสูงสุดเช่นนี้มันต้องใช้เวลานานมาก ดังนั้นถ้าเป็นไปได้อย่าหยุดวิจัย
เทคโนโลยีของทั้ง 3 ฝ่ายนั้นจะแตกต่างกันเฉพาะสายที่ 1 และ 2 สำหรับสายที่ 3 และ 4 จะเหมือนกันทุกประการ ผมคงต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยเนื่องจากไม่สามารถแจกแจงเทคโนโลยีสายที่ 1 และ 2 ของทั้ง 3 ฝ่ายได้ทั้งหมดเพราะรายละเอียดค่อนข้างเยอะ แต่เทคโนโลยีของแต่ละฝ่ายส่วนใหญ่จะแตกต่างกันที่ชื่อ (เรียกต่างกันครับ) และผลการวิจัยซึ่งบางอย่างเป็นความสามารถพิเศษเฉพาะของแต่ละฝ่ายซึ่งฝ่ายอื่นไม่มี คุณสามารถดูรายละเอียดของเทคโนโลยีชนิดต่างๆได้โดยเลือกหัวข้อที่ต้องการจะวิจัย ซึ่งก็เข้าใจได้ไม่ยากนัก สำหรับรายละเอียดของแต่ละสายหลักๆเป็นดังนี้
1. เทคโนโลยีด้านการทหาร Advent (Hostility), TEC (Military), Vasari (Warfare) การวิจัยเทคโนโลยีสายนี้จะเป็นการเพิ่มความสามารถในการรบของยูนิตต่างๆ ทั้งพลังชีวิต เกราะป้องกัน พลังโจมตีไปจนถึงโล่พลังงาน นอกจากนี้ยังทำให้คุณเข้าถึงยานรบชนิดใหม่ๆและความสามารถพิเศษของยูนิตชนิดต่างๆอีกด้วย
2. เทคโนโลยีด้านอาณาจักรและประชากร Advent (Harmony), TEC (Civilian), Vasari (Empire) เทคโนโลยีสายนี้ประกอบไปด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บทรัพยากรชนิดต่างๆ การเพิ่มจำนวนประชากร การตั้งถิ่นฐานบนดาวลักษณะต่างๆกัน ความสามารถในการป้องกันดวงดาว การค้าขาย การเพิ่มประสิทธิภาพสิ่งก่อสร้างชนิดต่างๆ การวิจัยเทคโนโลยีสายนี้ทำให้คุณเข้าถึงสิ่งก่อสร้างชนิดใหม่ๆทั้ง Logistics และ Tactical structure
3. Fleet Logistics แบ่งออกเป็น 2 ส่วนได้แก่
- Capital Ship หัวข้อนี้จะเพิ่มจำนวน Capital Ship ที่คุณสามารถสร้างได้ การวิจัยมันจะไม่เพิ่มค่า Upkeep โดยรวมแต่อย่างใด เมื่อวิจัยที่ระดับสูงสุดคุณจะสามารถสร้าง Capital Ship ได้ทั้งหมด 16 ลำ
- Fleet Supply เป็นการเพิ่มจำนวนยานรบสูงสุดที่คุณสามารถสร้างได้ (เปรียบเสมือน Population capของยูนิตครับ) โดยจำนวนยานที่เพิ่มนี้จะนับเฉพาะยานชั้น Frigate และ Cruisers เท่านั้น Capital Shipและยานรบขนาดเล็กไม่เกี่ยว การค้นคว้าเทคโนโลยีนี้ จะเพิ่มค่า Upkeep ของยานรบทุกชนิดขึ้นเป็น % (รวมCapital Ship ที่สร้างแล้วด้วยนะครับ) โดยสูงสุดจะอยู่ที่ 75 % ยิ่งค่า Upkeep สูงมากเท่าไรอัตราการเก็บเกี่ยวทรัพยากรทั้ง 3 ชนิดจะยิ่งลดลง ดังนั้นควรวิจัยเมื่อจำเป็นต้องการใช้จริงๆเท่านั้น รายละเอียดของ Fleet Supply จะแสดงอยู่ด้านบนของหน้าจอใกล้ๆกับจำนวน Credits
4. Artifacts ส่วนนี้จะแสดง Artifacts ที่คุณค้นพบตามดวงดาวต่าง Artifactsแต่ละชิ้นนั้นจะมีความสามารถไม่เหมือนกัน ผลของมันจะคล้ายๆกับเทคโนโลยีบางอย่างที่คุณวิจัยได้ บางชิ้นช่วยเพิ่มพลังโจมตีแก่ยูนิตทั้งหมดหรือช่วยลดพลังงานในการใช้ Phase jump เป็นต้น การค้นหา Artifacts ทำได้ 2 วิธีคือ แบบแรกรอให้ศัตรูค้นพบ Artifacts ก่อนจากนั้นเกมจะแจ้งให้เราทราบว่าศัตรูพบ Artifact ที่ดาวดวงไหนโดยสังเกตจากชื่อดาวหรือสัญลักษณ์ลูกศรสีเหลืองเล็กๆที่แสดงอยู่ใต้ดาวดวงนั้น (แต่คุณต้องเคยค้นพบดาวดวงนั้นมาก่อนด้วยนะครับ) ให้เราส่งยานรบไปยึดดาวดวงนั้น วิธีนี้คุณไม่ต้องสำรวจหาเองแต่บางครั้งการบุกเข้าไปยึดดาวที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในอาณาเขตศัตรูก็เป็นเรื่องยากและใช้เวลานาน แบบที่สองคือคุณต้องสำรวจตามดาวต่างๆหาเอาเอง โดยใช้คำสั่ง Explore planet ที่อยู่ในหัวข้อ Develop planet สำรวจดาวที่สงสัยให้ครบ 100% ถ้าโชคดีดาวที่สำรวจนั้นมี Artifact อยู่คุณก็จะได้มันไปครอบครอง
สำหรับเทคโนโลยีด้านการทหารและอาณาจักรนั้นยังแบ่งออกเป็นระดับ ซึ่งมีทั้งหมด 8 ระดับ นั่นหมายถึงคุณต้องมีสถานีวิจัยที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างละ 8 แห่ง (ทั้งด้านทหารและอาณาจักรรวมกันทั้งหมดเป็น 16 แห่งนะครับ) เพื่อให้คุณสามารถวิจัยเทคโนโลยีได้จนถึงระดับสูงสุด

การวิจัย Fleet Logisticนั้น เพิ่มค่าดูแลรักษายานรบ คิดให้ดีก่อนวิจัย
การทูต (Diplomacy) การเจรจาทางการทูตเป็นตัวเลือกที่ดีอีกอย่างหนึ่งเพื่อเจริญไมตรีกับฝ่ายตรงข้ามหรือหลีกเลี่ยงสงครามที่กำลังเกิดขึ้น ถึงแม้ว่า AI เกมนี้จะหัวหมอและปฏิเสธข้อเสนอเกือบทุกอย่างที่มันไม่เห็นด้วยหรือไม่พอใจ (แถมยังถากถางคุณบ่อยๆ) แต่ข้อตกลงทางการทูตบางอย่างถ้าเจรจาสำเร็จก็จะส่งผลดีอย่างมากต่อคุณ ผมพบว่าข้อตกลงทางการทูตนั้นใช้ไม่ได้ผลแม้แต่น้อยในเกมที่คุณเล่นกับ AI ตัวต่อตัว แต่มันให้ผลดีเมื่อเล่นในแผนที่ขนาดใหญ่ที่มี AI อยู่หลายๆฝ่าย คุณสามารถเข้าสู่หน้าจอการทูตผ่านไอคอน Diplomacy ที่อยู่ด้านบนของหน้าจอหรือกด F1 ทางด้านซ้ายของหน้าจอนี้จะแสดงฝ่ายทั้งหมดที่มีอยู่ในแผนที่นั้น หากเลือกไปที่ฝ่ายที่คุณเล่นหน้าจอด้านขวาจะแสดงรายละเอียดเกี่ยวการทหาร อาณาจักรและเศรษฐกิจ ตามด้วยตัวเลขแสดงลำดับความก้าวหน้าด้านต่างๆเมื่อเทียบกับฝ่ายอื่นๆที่เหลือ เช่น Economy 1 หมายถึงคุณมีระบบเศรษฐกิจก้าวหน้าเป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบกับฝ่ายอื่นๆ ไม่ต้องสนใจกับสีของตัวเลขนะครับเพราะมันไม่ได้มีความหมายแต่อย่างใด (คุณจะสับสนเปล่าๆ) เมื่อคุณเลือกไปที่ฝ่ายศัตรูที่ต้องการเจรจา หน้าจอทางด้านขวาจะประกอบไปด้วยมาตรวัดระดับ Happiness (ค่านี้จะส่งผลต่อความสำเร็จต่อการเจรจาหัวข้อต่างๆ) และหน้าต่างภารกิจซึ่งจะแสดงรายละเอียดของภารกิจหากฝ่ายที่คุณติดต่อด้วยเสนองานให้คุณทำ ส่วนรางวัลคือทรัพยากรหรือค่า Happiness (การจะรักษาระดับความสัมพันธ์คุณต้องทำภารกิจที่ฝ่ายนั้นมอบให้คุณจนสำเร็จเพื่อรักษาระดับค่า Happiness ไว้) นอกจากนี้คุณยังสามารถเสนอข้อตกลงทางการทูตแบบต่างๆผ่านคำสั่งที่มีให้เหล่านี้
- Go To War เป็นการประกาศสงครามกับฝ่ายที่คุณติดต่อด้วย
- Offer Cease Fire เจรจาขอหยุดยิงชั่วคราว
- Offer Peace Treaty เจรจายุติสงครามกับฝ่ายที่คุณเป็นศัตรูด้วย และจะใช้ได้ผลเมื่อคุณมีค่า Happiness สูงพอ
- Offer Trade Alliance ข้อเสนอการค้าขายต่อกัน ตัวเลือกนี้จะใช้ได้เมื่ออยู่ในภาวะหยุดยิงหรือสันติเท่านั้น
- Offer Ship Vision ทำให้มองเห็นยูนิตทุกชนิดของฝ่ายที่ตกลงด้วย และอีกฝ่ายก็จะเห็นยูนิตคุณเช่นกัน
- Offer Planet Vision ทำให้มองเห็นดาวที่ฝ่ายนั้นครอบครองอยู่ของและอีกฝ่ายก็เห็นดาวของคุณเช่นกัน
 หน้าจอนี้นอกจากใช้ติดต่อฝ่ายอื่นๆแล้ว มันยังบอกรายละเอียดของฝ่ายคุณด้วย
เทคนิคการทำสงคราม เตรียมความพร้อมก่อนออกรบ สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงก่อนทำสงครามก็คือความพร้อมด้านต่างๆรวมถึงทรัพยากร ถ้าคุณมีทรัพยากรมากพอที่จะสร้างกองยานขนาดใหญ่แล้วส่งไปบดขยี้ฝ่ายตรงข้ามได้เลยก็คงจะไม่เป็นปัญหา แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันต้องใช้เวลามากพอสมควรกว่าคุณจะมีทรัพยากรแบบเหลือกินเหลือใช้ขนาดนั้น และศัตรูรวมทั้งโจรสลัดก็มักจะมาเยือนคุณถึงประตูบ้านอยู่บ่อยครั้ง สิ่งที่ผมอยากจะแนะนำให้ทำในตอนแรกอาจจะไม่ถูกใจพวกชอบลุยนัก นั่นก็คือให้คุณป้องกันอยู่กับดาวแม่ก่อนเพื่อเตรียมความพร้อมหลายๆด้าน การผลิตยาน Frigate จำนวนมากเพียงอย่างเดียวแล้วส่งออกไปลุยเลยในตอนแรกนั้นเป็นความคิดที่ไม่ค่อยเข้าท่าซักเท่าไร การตั้งรับอยู่กับที่ช่วยให้คุณสามารถใช้ทรัพยากรไปกับการวิจัยพัฒนาได้อย่างเต็มที่ แทนที่จะเอาไปสร้างยานแล้วส่งออกไปตายฟรีตั้งแต่แรก ยิ่งถ้าดาวของคุณมี เส้นทางออกสู่ดาวอื่นหรือ Wormhole เชื่อมต่อน้อยเท่าไรการป้องกันจะยิ่งง่าย ขณะเดียวกันก็ให้คุณหาแหล่งทรัพยากรเพิ่มโดยการยึดดาวที่อยู่ใกล้เคียงซึ่งมียานของศัตรูเพียงไม่กี่ลำคุ้มกันอยู่ คุณอาจส่ง Scout ออกไปสอดแนมหาตำแหน่งศัตรูด้วยก็ได้ รอจนเศรษฐกิจของคุณมั่นคงและพัฒนาความสามารถของยูนิตจนมีประสิทธิภาพเต็มที่หรือระดับหนึ่ง แล้วค่อยผลิตยานรบส่งออกไปบดขยี้ศัตรูก็ยังไม่สาย
 
ซ้าย: อาวุธสุดยอดของแต่ล่ะฝ่ายในเกมนี้ สามารถยิงข้ามระบบสุริยะได้เลยทีเดียว ขวา: การผสมผสานยูนิตหลายๆชนิดจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรบ
ปริมาณหรือคุณภาพ? ยานรบที่ได้รับการวิจัยอัพเกรดมาอย่างดีนั้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าที่ไม่ได้อัพเกรดอย่างเห็นได้ชัด ทั้งด้านพลังโจมตี เกราะป้องกัน อัตราการฟื้นฟูของโล่พลังงานและพลังชีวิต ประสิทธิภาพของยานรบด้านต่างๆที่ถูกปรับปรุงแล้วจะช่วยลดเวลาในการเข้าโจมตีหรือซื้อเวลาให้คุณล่าถอยได้ทัน แน่นอนว่าคุณภาพต้องมาก่อนแต่ใช่ว่าปริมาณจะไม่สำคัญ ตัวอย่างที่เห็นชัดๆได้แก่ Capital Ship ลำเดียวที่อัพเกรดมาอย่างดีแล้วก็ไม่อาจทนการโจมตีของ Bomber ธรรมดาๆที่มีจำนวนมากกว่าได้ ดังนั้นทั้งปริมาณและคุณภาพจึงมีความสำคัญพอๆกัน จำไว้ว่าถ้าคุณภาพดีแล้วมีปริมาณมากด้วย รบที่ไหนชัยชนะก็อยู่แค่เอื้อม
 
ซ้าย: ถึงแม้คุณภาพจะสำคัญกว่า แต่จากที่เห็นคงปฏิเสธไม่ได้ว่าปริมาณนั้นก็มีส่วนสำคัญ ขวา: ยานรบขนาดเล็กเหล่านี้มีประสิทธิภาพอย่างมาก เมื่อพวกมันมีจำนวนเยอะพอ
ค่าประสบการณ์ เฉพาะ Capital Ship เท่านั้นที่สามารถเก็บค่าประสบการณ์เพื่อไต่ Levelได้ เมื่อเก็บค่าประสบการณ์จนครบจำนวนหนึ่ง ยูนิตจะได้เลื่อน Level และได้ความสามารถพิเศษชนิดใหม่เป็นรางวัลแถมด้วยการปรับปรุงความสามารถที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ความสามารถพิเศษบางอย่างช่วยสนับสนุนการรบได้เป็นอย่างดี เช่นความสามารถ Shield Regeneration ที่ใช้ช่วยเร่งอัตราการฟื้นฟูโล่พลังงานของยานรบที่อยู่โดยรอบ หรือ Concentration Aura ที่ช่วยเพิ่มพลังโจมตีแก่ยานรบที่อยู่ใกล้เคียงเป็นต้น Level สูงสุดของ Capital Ship จะอยู่ที่ระดับ 9 ดังนั้นทุกครั้งที่มีโอกาสให้นำ Capital Ship เข้าร่วมรบเสมอแต่ก็ต้องคอยระวังไม่ให้มันถูกทำลายด้วยเช่นกัน
รู้เขา รู้เรา สิ่งที่ผมทำเสมอก่อนส่งยูนิต Phase Jump เข้าไปยังดาวหรือที่มั่นของศัตรู ก็คือการสอดแนมดูจำนวนยานของศัตรูเพื่อประเมินกำลังก่อนว่ามีโอกาสชนะมากน้อยแค่ไหน การสอดแนมที่ผมใช้ประจำมีอยู่ 2 แบบ อย่างแรกคือส่งยานรบความเร็วสูงประเภท Scout เข้าไปเพียงลำเดียว เพื่อจะได้หนีออกมาได้ทันหากไปโผล่กลางวงศัตรู หรือถ้าหากหนีไม่ทันโดนสอยร่วง อย่างน้อยมันก็เป็นยานรบที่ราคาถูกกว่ายานชนิดอื่น(แต่ส่วนมากรอดเพราะความเร็วของมัน) การสอดแนมอย่างที่สองก็คือ การใช้ความสามารถพิเศษของยานรบ เช่น Capital Ship ของฝ่าย Advent มีความสามารถที่ชื่อ Clairvoyance ซึ่งใช้สอดแนมดูดาวดวงไหนก็ได้ในแผนที่ชั่วขณะหนึ่ง นับว่ามีประโยชน์มาก ถ้าคุณไม่สอดแนมก่อนทำการบุกเข้าไป คุณจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าปลายทางข้างหน้ามีอะไรรอคุณอยู่ โดยเฉพาะการบุกเข้าไปใน Pirate Base แบบสุ่มสี่สุ่มห้าที่มักจะมียานไม่ต่ำกว่า 100 ลำป้องกันอยู่ อาจทำให้กองยานทั้งหมดที่คุณสร้างมาละลายหายไปหมดในพริบตา
การยึดครองดาวศัตรู การยึดครองดาวที่เป็นกลางนั้นไม่มีอะไรมาก แค่คุณใช้ยานรบชั้น Frigate หรือ Capital Ship ที่มีความสามารถ Colonizeเข้ายึดดาวหลังจากกำจัดยูนิตที่เฝ้าอยู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับการยึดดาวที่ศัตรูครอบครองอยู่ทำได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมขึ้นอยู่กับการเล่นของคุณดังนี้
- ใช้กำลังทางทหาร วิธีนี้ไม่มีอะไรมากแค่ส่งยานรบของคุณไปจัดการศัตรูที่เฝ้าอยู่และทำลายสิ่งก่อสร้างในวงโคจรทั้งหมด จากนั้นใช้ Capital Ship โจมตีดาวจนพลังชีวิตของมันลดลงถึงระดับหนึ่ง ดาวดวงนั้นจะกลายเป็นกลาง แต่คุณจะยังไม่สามารถ Colonize ได้จนกว่าค่าอิทธิพลของวัฒนธรรมเก่านั้นจะหมดไป
- ใช้อิทธิพลทางวัฒนธรรม วิธีนี้ใช้เวลานานมากกว่าจะเห็นผลและเหมาะสำหรับตัดทรัพยากรด้าน Credits ของศัตรูทางอ้อมมากกว่ายึดดาวจริงๆ การจะยึดดาวของศัตรูที่อยู่ใกล้เคียงโดยใช้วิธีนี้คุณต้องมีสิ่งก่อสร้างที่ใช้เผยแพร่วัฒนธรรมก่อน สร้างได้จากตัวเลือก Logistic structure (มันยังช่วยป้องกันวัฒนธรรมของคุณถูกกลืนกินโดยศัตรูอีกด้วย) จากนั้นรอวัฒนธรรมจะแพร่กระจายออกไปโดยสังเกตจากสีของเส้นทางที่เชื่อมต่อกันของดวงดาว (สีของฝ่ายใดคือวัฒนธรรมของฝ่ายนั้น) ถ้าวัฒนธรรมคุณเข้มแข็งพอค่า Allegiance ของดาวเป้าหมายจะลดลงเรื่อยๆจนเหลือ 0 % ศัตรูจะสูญเสียการครอบครองดาวดวงนั้นและมันจะกลายเป็นกลาง ให้คุณส่งยูนิตไป Colonize คุณก็จะได้ดาวดวงนั้นมาครอบครอง
 
ซ้าย: คุณจะได้เห็นภาพเช่นนี้ เมื่อใช้กองยานรบเข้าโจมตีเพื่อยึดดาว ขวา: การใช้อาวุธสุดยอดยิงถล่มดวงดาวศัตรู ก็ช่วยลดความจงรักภักดีและวัฒนธรรมลงได้
โจรสลัดคือตัวแปรสำคัญ บ่อยครั้งขณะที่เล่นคุณจะพบว่าทรัพยากรมีไม่เพียงพอสำหรับสร้างกองยานขนาดใหญ่เพื่อส่งไปจัดการศัตรู และขณะเดียวกันกองยานของศัตรูเองก็มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้คงไม่ดีแน่ๆ ทางออกในกรณีแบบนี้คือการส่งโจรสลัดไปโจมตีศัตรูเพื่อลดปริมาณกองยานหรือถ่วงเวลาการบุกโจมตี เพื่อให้เรามีเวลาเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ การสั่งให้โจรสลัดไปโจมตีศัตรูนั้นไม่สามารถทำได้โดยตรง แต่ทำได้โดยกำหนด “ค่าหัว” ของศัตรูคนนั้นโดยผ่านหน้าจอ Criminal underground (กด F3) แล้วเลือกหัวข้อ Pirate ในตอนเริ่มเกมนั้นค่าหัวทุกคนจะเป็น 0 ในสภาวะนี้ โจรสลัดจะโจมตีแต่ละฝ่ายแบบสุ่มจนกว่าจะมีการตั้งค่าหัวของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ค่าหัวยิ่งสูงโจรสลัดก็จะบุกโจมตีด้วยกองยานที่มีขนาดใหญ่ โดยมีเป้าหมายคือ Home planet หรือดาวที่อยู่ในเส้นทางใกล้ที่สุด การใช้โจรสลัดนี้เหมือนดาบสองคม เพราะศัตรูเองก็สามารถตั้งค่าหัวคุณได้เช่นกัน (และก็บ่อยซะด้วย) ถ้าคุณถูกตั้งค่าหัวเป็นอันดับต้นๆ (หรือไม่ก็ตาม) ให้เตรียมรับมือได้เลย สังเกตได้จากแถบเวลาที่เหลืออยู่ทางด้านล่างในหน้าจอนี้ เมื่อถึง 0 จะมีคำเตือนว่าโจรสลัดบุกมาโจมตี ถ้า Capital ship ของคุณมีความสามารถ Dominate จะเปลี่ยนยานของโจรสลัดมาเป็นพวกไว้ใช้งานก็ยังได้ และถ้าเกิดคุณเบื่อที่ต้องคอยรับมือกับพวกมันแล้วล่ะก็ มีอยู่หนทางเดียวก็คือบุกไปทำลาย Pirate Base ในแผนที่นั้นซึ่งส่วนมากตั้งอยู่บนซากอุกาบาต และมีการป้องกันแน่นหนามาก
 
ซ้าย: ถ้าคิดว่าโจรสลัดในพวกนี้ไร้พิษสงแล้วล่ะก็ คิดใหม่ได้เลยครับ ขวา: เป็นเรื่องปกติที่ Pirate Base จะมีการป้องกันแน่นหนาเช่นนี้
เทคนิคและแนวทางการเล่นอื่นๆ อ่านมาถึงตรงนี้ผมเชื่อว่าหลายๆท่านคงจะได้แนวคิดและวิธีการเล่นเกมนี้กันไปพอสมควรแล้ว แต่ผมยังมีเทคนิคเล็กๆน้อยบางอย่างที่คิดว่าบางท่านอาจจะยังไม่รู้หรือยังงงกันอยู่มานำเสนอ
- Focus firing และ Shield Mitigation เทคนิคนี้เวลาเล่นจริงคุณอาจจะไม่ต้องสนใจเลยก็ได้โดยเฉพาะการรบที่ประกอบไปด้วยยูนิตจำนวนมากเพราะมันค่อนข้างจะชุลมุนวุ่นวาย แต่สำหรับท่านใดที่อยากรู้วิธีคำนวณค่าความเสียหายเพื่อแบ่งกองยานเข้าโจมตี ผมแนะนำให้ทำความเข้าใจกับเนื้อหาส่วนนี้ครับ Focus firing อธิบายง่ายๆก็คือการรุมยิงศัตรูตัวเดียวด้วยยูนิตของเราหลายๆยูนิต การทำเช่นนี้สำหรับ RTS เกมอื่นๆจะช่วยให้คุณกำจัดศัตรูได้เร็วขึ้น แต่สำหรับเกมนี้มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไปครับ เพราะมันขึ้นอยู่กับเกราะ พลังชีวิต โล่พลังงาน และที่สำคัญคือค่า Shield Mitigation หรือ SM ซึ่งถูกออกแบบมาให้รับมือกับ Focus firing โดยเฉพาะ SM คือค่าการปรับสภาวะของโล่พลังงานเฉพาะจุด เพื่อลดความเสียหายของโล่พลังงานโดยคิดเป็น % (ดังที่กล่าวไว้ในส่วนของค่าสถานะ) SM ของยานรบส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่ 15% และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเมื่อยานถูกโจมตีหรือจนกว่าจะถึงค่าสูงสุด ความเสียหายยิ่งมาก SM ยิ่งเพิ่มขึ้นเร็ว (ผมไม่แน่ใจว่า % ที่เพิ่มขึ้นนั้นคำนวณอย่างไรแต่ข้อมูลจากเวปไซต์ของเกมระบุว่า ความเสียหาย 10 แต้มจะเพิ่ม Shield Mitigation 1 %) ถึงแม้การ Focus firing จะช่วยให้คุณสร้างความเสียหายต่อยานได้อย่างรวดเร็วมากในตอนแรก แต่อย่าลืมว่าค่า SM ของเป้าหมายจะเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่คุณโจมตีและยานแต่ละลำยังมีอัตราการฟื้นฟูของโล่พลังงานอีก เมื่อถึงจุดหนึ่งการโจมตีของคุณจะสร้างความเสียหายได้น้อยมากจนคงที่ สมมุติว่ายานมี SM 50% ถูกโจมตีครั้งแรกด้วยค่าความเสียหาย 100 แต้ม ความเสียหายต่อโล่พลังงานที่ได้รับนั้นจะเหลือเพียงครึ่งเดียวคือ 50 แต้ม และ SM จะเพิ่มขึ้นเป็น 55 % (ยิ่งถูกโจมตีโล่พลังงานยิ่งแข็งแกร่งขึ้น) เมื่อโจมตีครั้งที่สองด้วยความเสียหาย 100 แต้มความเสียหายที่ได้รับจะเหลือเพียง 45 แต้มเท่านั้นและในครั้งต่อๆไปความเสียหายที่ได้รับจะยิ่งน้อยลงไปเรื่อยๆจนคงที่ จะเห็นว่าประสิทธิภาพของ Focus firing นั้นขึ้นอยู่กับความเสียหายทั้งหมดที่คุณสร้างโดยรวมต่อวินาที (Damage per second)ไม่ใช่จำนวนครั้งที่โจมตี ถ้ายังนึกไม่ออกผมขอยกตัวอย่างแบบนี้นะครับ สมมุติว่าคุณมี Frigate อยู่ 10 ลำ ส่งไปกำจัด Frigate ของศัตรูจำนวน 2 ลำ ถ้าคุณสั่งยานทั้งหมดรุมยิงยานศัตรูทีละลำ กว่าจะทำลายได้หมดอาจต้องใช้เวลาถึง 60 วินาที แต่ถ้าหากคุณแบ่งยานของคุณออกเป็น 2 กลุ่ม (กลุ่มละ 5 ลำ) แล้วโจมตีศัตรูพร้อมกันทั้ง 2 ลำคุณจะใช้เวลาเพียง 45 วินาทีเท่านั้น จะเห็นว่าการรุมยิงศัตรูด้วยยูนิตที่มากเกินไปก็ไม่ได้ช่วยให้ทำลายศัตรูได้เร็วขึ้น (ถึงแม้ว่าจะสร้างความเสียหายได้ก็ตาม) เนื่องจากค่า SM ที่ยูนิตนั้นมีอยู่ สู้แบ่งยูนิตส่วนเกินนั้นไปจัดการยานศัตรูลำอื่นพร้อมกันไปด้วยจะเป็นการประหยัดเวลากว่าครับ
- Long Range Jumps และ Wormhole ขณะที่เล่นหลายๆท่านคงเคยสังเกตเห็นดาวฤกษ์กันมาบ้างแล้ว ซึ่งนอกจากจะไม่สามารถตั้งถิ่นฐานหรือครอบครองได้ก็มีประโยชน์แค่ฟื้นฟูค่า Antimatter ของยานในบริเวณใกล้เคียงเท่านั้น แต่สิ่งที่บางท่านอาจจะยังไม่ทราบก็คือ การเล่นในแผนที่ขนาดใหญ่นั้น จะมีระบบสุริยะอยู่มากมาย แต่ละแห่งนั้นจะเชื่อมต่อถึงกันผ่าน Wormhole และก็ดาวฤกษ์ คุณสามารถเดินทางผ่านไปยังระบบอื่นด้วยเส้นทางที่เชื่อมกันของดาวฤกษ์แต่ละแห่งเมื่อค้นคว้าวิจัยเทคโนโลยีด้านอาณาจักรที่ชื่อ Long Range Jumps สำหรับหรับฝ่าย TEC กับ Vasari และ Distant Visualization สำหรับฝ่าย Advent ส่วนการเดินทางผ่าน Wormhole นั้นก็ต้องค้นคว้าเทคโนโลยีเกี่ยวกับ Wormhole ให้ได้ก่อนเช่นกันจึงจะใช้เดินทางได้ ซึ่งเทคโนโลยีนี้ของทั้ง 3 ฝ่ายมีชื่อแตกต่างกันดังนี้ Worm Hole Navigations (TEC), Worm Hole Passage (Advent) และ Worm Hole Stabilization (Vasari)
 
ซ้าย: แผนที่ขนาดใหญ่จะประกอบไปด้วยระบบสุริยะหลายๆแห่งเช่นในภาพนี้ ขวา: Wormhole คือหนึ่งในเส้นทางที่คุณใช้เดินทางได้ แต่ต้องวิจัยเทคโนโลยีของมันก่อน
- การ Phase Jump การส่งกองยานรบจำนวนมากไปโผล่ด้านหลังกองกำลังศัตรูพร้อมๆกันก็เป็นอะไรที่สร้างความประหลาดใจได้ไม่น้อย แต่ในบางครั้งเมื่อคุณสั่ง Phase Jump คุณจะพบว่ายานรบของคุณดันโผล่ไปทีละลำให้ศัตรูสอยเล่นจนหมด ปัญหานี้แก้ไม่ยากเนื่องจากคุณสามารถตั้งค่าการ Phase Jump ได้ โดยการคลิ้กขวาผ่านไอคอน Move ของยานรบที่อยู่ด้านขวาล่างของจอหรือกด Ctrl+D ก็ได้ ซึ่งมี 2 ลักษณะดังนี้
- None Groups การ Phase Jump ลักษณะนี้ยูนิตชนิดต่างๆที่คุณเลือกจะทำการ Phase Jump ทันทีเมื่อมันพร้อมเมื่ออยู่ในตำแหน่งนอก Gravity well โดยไม่รอยูนิตอื่นๆ เรียกว่าใครพร้อมก่อนไปก่อน การตั้งค่าลักษณะนี้เหมาะที่จะใช้เมื่อต้องการล่าถอย (หนีนั่นล่ะ) ยูนิตจะ Phase Jump ทันทีโดยไม่รอพวกพ้องที่อยู่เบื้องหลัง ช่วยเพิ่มโอกาสรอดของยูนิตนั้น
- All Groups การตั้งค่าลักษณะนี้ ยูนิตทุกชนิดที่คุณเลือกจะทำการ Phase Jump พร้อมๆกัน ยูนิตที่ออกจากบริเวณ Gravity well ก่อนจะรอยูนิตอื่นๆที่คุณสั่งทั้งหมดเข้าประจำที่ก่อน เมื่อพร้อมก็จะ Phase Jump ไปยังเป้าหมาย การตั้งค่าแบบนี้เหมาะแก่การเตรียมกำลังบุกโจมตีอย่างมาก
ค่าสถานะอีกอย่างที่คุณจะเจอแต่ไม่สามารถกำหนดได้โดยตรงก็คือ Some Groups ซึ่งปรากฏเมื่อยูนิตแต่ละกลุ่มที่คุณเลือกนั้นถูกตั้งค่าต่าง Phase Jump ต่างกัน ผลที่ได้ก็จะออกมาทั้ง 2 ลักษณะ
 
ซ้าย: Effect ที่สวยงามเมื่อคุณเดินทางด้วย Phase Jump ขวา: การ Phase Jump แบบหมู่คณะ
ก็คงต้องขอจบ Strategy ของเกมนี้ไว้ที่ตรงนี้ หวังว่าข้อมูลขั้นพื้นฐานเหล่านี้จะทำให้คุณสามารถเล่นเกมได้สนุกมากยิ่งขึ้นนะครับ ลองนำมันไปปรับใช้กับสไตล์การเล่นของคุณดู สำหรับครั้งนี้คงต้องลาไปก่อน...สวัสดีครับ
 |